สมรรถนะ(Competency Model) มีอะไรบ้าง

อบรม,ที่ปรึกษา,ออกแบบระบบ,ติดตามประเมินผล,พัฒนาองค์กร,วิจัยองค์กร

ปัจจุบันระบบสมรรถนะมีการใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยมีการกำหนดให้สอดคล้องไปตามนโยบายขอบเขตการพัฒนาองค์กร ขึ้นอยู่กับความสำคัญและความจำเป็นแต่ละหน่วยงานมีบางคำถามสงสัยว่าทำไมสมรรถนะแต่ละหน่วยงานจึงมากน้อยไม่เท่ากันแล้วจะเอาอะไรมาประเมินว่าแผนกดังกล่าวทำงานดีหรือทำงานมากไปคำตอบคือก่อนอื่นนั้นนักทรัพยากรมนุษย์ต้องมาวิเคราะห์งานเสียก่อนจึงจัดทำใบพรรณางานให้เป็นรูปแบหรือเรียกกันว่า JD(Job Description) หากองค์กรไหนไม่มีการกำหนดหน้าที่งานเป็นกิจลักษณะจะพบปัญหาความไม่เท่าเทียม ความไม่รู้หน้าที่งานสูงตำแหน่งนั้นลาออกไปมักจะไปพร้อมกับหน้าที่งาน ด้วยหัวหน้างานต้องมานั่งพรรณางานให้พนักงานใหม่จดกันหน้าดำคร่ำเครียด เป็นการทำงานซ้ำซ้อนเสียเวลาในส่วนที่ควรจะพัฒนาด้านอื่นๆไป

ดังนั้น เมื่อองค์กรต้องการพัฒนาระบบงาน หรือมาตรฐานการปฏิบัติงาน SOP(Standard Operating Procedure)สิ่งสำคัญที่ลืมไม่ได้คือ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อใช้จัดเก็บข้อมูลกำหนดหน้าที่งานอย่างเป็นระบบเพื่อป้องกันข้อมูลสูญหายอีกทั้งยังช่วยเรื่องการสรรหาบุคลากรที่เหมาะสมดำรงตำแหน่งที่ต้องการได้ทันเวลาสำหรับเรื่องสมรรถนะในการทำงานนั้น ขอยกตัวอย่างโดยสังเขปเพื่อทำความเข้าใจสำหรับนักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทุกท่าน

สำหรับ Competency(สมรรถนะ) นั้น แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้

1.สมรรถนะหลักองค์กร (Core Competency: CC) หมายถึง ทักษะและคุณลักษณะที่ทุกคนในองค์กร จำเป็นต้องมีเป็นพื้นฐานที่จะนำองค์กรไปสู่วิสัยทัศน์ที่กำหนดไว้ ยกตัวอย่างเช่น การบริการที่ดี(Service Mind),ความร่วมแรงร่วมใจ(Teamwork)จริยธรรม(Integrity),ความชำนาญในงานสายอาชีพ(Expertise),การยืดหยุ่นปรับตัว(Flexibility) เป็นต้น

2.สมรรถนะตามบทบาทหน้าที่ (Functional Competency: FC) หมายถึง ความรู้ ทักษะและคุณลักษณะที่บุคลากรจำเป็นต้องมีเพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ให้บรรลุ เป้าหมายที่วางไว้ สมรรถนะตามบทบาทหน้าที่ประกอบด้วย การคิดวิเคราะห์(Analytical Thinking)ความมั่นใจของตนเอง(Self Confidence),การสื่อสารจูงใจ(Communication & Motivate) การประสานงาน(Coordination),การวางแผน(Planning),การติดตามงาน(Follow up)การเจรจาต่อรอง(Negotiation),การแก้ปัญหา(Problem Solving),การให้คำปรึกษา(Consultation)เป็นต้น

3.สมรรถนะด้านการบริหารจัดการ(Management Competency: MC) หมายถึง ความรู้ ทักษะและ คุณลักษณะด้านการบริหารจัดการที่จำเป็นสำหรับพนักงานที่ที่มีหน้าที่ในระดับ บริหารจัดการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายวางไว้ ตัวอย่างเช่น การตัดสินใจและการแก้ปัญหา(Decision Making& Problem Solving),การบริหารการเปลี่ยนแปลง(Change Management),การบริหารผลการปฏิบัติงาน(Performance Management),การโค้ชสอนงาน(Coaching) เป็นต้น

4.ความรู้เฉพาะตามสายงาน(Job Competency: JC) หมายถึง ความรู้เฉพาะสายงานที่ปฏิบัติงานตามหน้าที่เพื่อบรรลุเป้าหมายวางไว้ ประกอบด้วยความรู้ด้านงานพัฒนาฝึกอบรม(Human Resources Development Knowledge),ความรู้ด้านงานบัญชี(Accounting Knowledge),ความรู้ด้านการตลาด (Marketing Knowledge ) การกำหนด Competency แต่ละหัวข้อควรมีการวิเคราะห์งานให้เรียบร้อยเสียก่อน โดยทีมที่วิเคราะห์งานต้องประกอบไปด้วยผู้ดำรงตำแหน่งในงานหัวหน้างานหรือผู้จัดการ รวมถึงฝ่ายบริหารที่รับผิดชอบงานโดยตรง เพราะ Competency บางข้ออาจมีความเกี่ยวข้องและข้ามสายงานเป็นได้

คำถาม

1.Core Competency ในองค์กรท่านมีกี่ข้อ อะไรบ้าง

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

 2.Competency แต่ละตำแหน่งงาน(Job Competency)ควรกำหนดกี่ข้อ

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

3.ใครควรเป็นผู้กำหนด Competency

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ที่มา : http://www.ophconsultant.com/blog/learning/competency_model.php

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s