ทักษะ 10 ข้อบริษัทต้องง้อเรา

สามสิ่งในชีวิตที่ไม่สามารถย้อนกลับคืนมาได้ คือ คำพูด เวลา และโอกาส ดังนั้น หากคุณเคยพลาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปบ้างในชีวิต ต้องกลับมาตั้งสติอย่างรอบคอบ ตระหนักถึงที่มาปัญหา เพื่อหาแนวทางพัฒนา

สามสิ่งในชีวิตที่ไม่สามารถย้อนกลับคืนมาได้ คือ คำพูด เวลา และโอกาส ดังนั้น หากคุณเคยพลาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปบ้างในชีวิต ต้องกลับมาตั้งสติอย่างรอบคอบ ตระหนักถึงที่มาปัญหา เพื่อหาแนวทางพัฒนา

สามสิ่งในชีวิตที่ไม่สามารถย้อนกลับคืนมาได้ คือ คำพูด เวลา และโอกาส ดังนั้น หากคุณเคยพลาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปบ้างในชีวิต ต้องกลับมาตั้งสติอย่างรอบคอบ ตระหนักถึงที่มาปัญหา เพื่อหาแนวทางพัฒนาคุณภาพชีวิตสู่ความสำเร็จตามอัตตาความเป็นมนุษย์   โดยนำความทรงจำในอดีต บรรจุเป็นบทเรียนสำคัญในการมุ่งหน้าเดินตามหาความสำเร็จในปัจจุบัน สุภาษิตกล่าวไว้ว่า “Homer sometimes nods ,The wisest man may fall. สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง”

หากมองเรื่องปัญหาในการทำงานแต่ละวัน มีปัญหาที่แตกต่างหรือซ้ำในแบบเดิม บางครั้งทวีคูณสะสมความเครียดตามลำดับเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัว บางคนสามารถปลดปล่อยปัญหาได้อย่างง่ายดาย นั่นคือทลายกำแพงความหนักหน่วงทางความคิดได้อย่างดีเยี่ยม สำหรับใครที่จัดการไม่ได้ต้องพาตนเองออกจากสิ่งแวดล้อมนั้นไปแบบไม่อยากใยดี  องค์การไหนบริหารจัดการได้ดีทั้งงานและบุคลากร สามารถธำรงรักษาพนักงานให้สร้างความปึกแผ่นในองค์กรได้อย่างแข็งแกร่ง

ย้อนกลับไป สมัยการปฏิวัติอุตสาหกรรมกลางศตวรรษที่ 18  เป็นยุคเฟื่องฟูด้านเครื่องมือ เครื่องจักร โดยสิ่งเหล่านี้ เข้ามามีส่วนช่วยพัฒนาความเจริญก้าวหน้าในการทำงานสังคมชาวตะวันตก มีการพัฒนาบุคลากร ปรับการทำงาน ออกแบบงาน การเลือกคนเข้าทำงาน สวัสดิการค่าตอบแทนต่างๆ  เพื่อแก้ปัญหาทั้งคนทั้งงานให้มีคุณภาพ ให้สอดคล้องกับการใช้อุปกรณ์ เครื่องจักรกลเพิ่มประสิทธิภาพการเพิ่มผลผลิต แม้งานไม่ได้มีให้เลือกมากอย่างปัจจุบัน แต่พบปัญหาคนทำงานมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนลาออกอยู่เรื่อยไป

นับเวลามาถึงปัจจุบันศตวรรษที่ 21 มนุษย์มีสังคม ความเจริญด้านเครื่องมือ เทคโนโลยี การสื่อสารที่ล้ำหน้ามาก อาชีพมีความหลากหลาย คนเลือกงานได้มากขึ้น ตามคุณลักษณะความสามารถ หรืออาจไม่ตรงตามสาขาวิชาชีพที่ศึกษา  เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนสำคัญในการทำงาน เสมือน ปัจจัยที่ 6 ในการดำรงชีวิต โดยเรียกคนทำงานวัยดิจิทัลนี้ว่า GEN Y หรือ คนยุคมิลเลนเนียม

ศาสตราจารย์ George Demetropoilis แห่ง University of Phoenix ได้กล่าวถึงทักษะ 10 ประการที่คนทำงานประสบความสำเร็จและเป็นบุคคลที่องค์กรยุคนี้ต้องการสูง

  1. Leadership มีทักษะความเป็นผู้นำ ในการทำงานและเป็นผู้ตามที่ยอดเยี่ยม
  2. Critical Thinking มีทักษะการคิดอย่างมีเหตุผล รู้ที่มาและวิธีแก้ไขปัญหาอย่างแยบยล
  3. Collaboration มีทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี ในทุกสถานการณ์
  4. Communication มีทักษะการติดต่อสื่อสาร การประสานงานที่ดี
  5. Adaptability มีทักษะการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงและสิ่งแวดล้อมได้ดี
  6. Productivity & Accountability มีทักษะความรับผิดชอบสูง สามารถการสร้างผลงานได้อย่างมีรูปธรรม
  7. Innovation มีทักษะการคิดค้นนวัตกรรมการทำงานใหม่ๆ ในทุกโอกาสงาน
  8. Accessing &Analyzing & Synthesizing information มีทักษะคิดวิเคราะห์ ประมวลผลเข้าถึงข้อมูลได้อย่างชาญฉลาด สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการทำงานได้เป็นอย่างดี
  9. Global Citizenship มีทักษะสามารถปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรม ภาษา และเชื้อชาติ เพื่อสร้างความสำเร็จในการทำงานได้
  10. Entrepreneurialism มีความรู้สึกการเป็นเจ้าของในกิจการหรือที่ทำงานที่ทำอยู่

สำหรับนักทำงานรุ่นเก่าหรือรุ่นใหม่ ลองนำแนวคิดดีๆนี้ไปปรับใช้ให้เข้ากับวัฒนธรรมการทำงานแต่ละองค์กร สิ่งที่กำลังเปลี่ยนไปหลังการเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อ 10 ทักษะนี้คือ “องค์กรเห็นคุณค่าในตัวคุณ”

แต่มองอีกมุม สำหรับองค์กรต้องการรักษาคนเก่งไว้ หนึ่งในการพัฒนาบุคลากร ควรมีนโยบายการบริหารจัดการระบบพัฒนาบุคลากรให้สอดคล้องกับความจำเป็นและความต้องการอย่างแท้จริง  โดยคำนึงถึงการพัฒนาคนควบคู่กับความต้องการพื้นฐานในแต่ละระดับมนุษย์ ตามลำดับขั้นความต้องการของ “อับราฮัม มาสโลว์” เมื่อคนทำงานอยู่กับเรื่องเดิมๆ งานไม่ท้าทาย หนทางพัฒนาศักยภาพริบหรี่เต็มที “เงินซื้อใจไม่ได้”

นักพัฒนาบุคลากรต้องหยุดมองการลาออกคือเรื่องปรกติของการทำงาน แต่ให้แสวงหาข้อมูลการลาออกแท้จริงจาก Exit Interview เพื่อนำเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาการลาออกตำแหน่งเดิมๆ หน่วยงานเดิมๆ หรือหัวหน้าคนเดิม นั่น อาจเป็นอีกคำตอบ “ทำอย่างไรจะสร้างคนเก่งในองค์กร”

สำหรับคนทำงาน ที่กำลังมองหาโอกาสประสบความสำเร็จใหม่ๆ วันนี้ลองมาเปลี่ยน คำว่า “ไม่”เป็น “มี” สำรับ 5 ข้ออ้างที่ฉุดรั้งความสำเร็จของเรา

  • ไม่มีทุน จริงอยู่เงินสามารถซื้อความสะดวกสบาย สิ่งของเลอค่าประดับบารมี แต่ไม่สามารถซื้อหาความรู้ในคลังปัญญาเราได้ ผู้ที่ประสบความสำเร็จมักคิดหาหนทางเพื่อการได้มาซึ่งทุนโดยสุจริต ไม่รอโชคชะตามาบังคับทางสำเร็จ

“ผู้มองเห็นขยะเป็นทอง ช่วยชุบชีวิตคนไม่มีอาชีพให้หาเลี้ยงชีพได้ด้วยการขายขยะ”ดร.สมไทย แห่ง วงษ์พานิชซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจคัดแยกขยะที่มีสาขาจำนวนมาก เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของนักคิดที่ไม่ได้เริ่มด้วยทุนมหาศาล

  • ไม่มีเวลา คนที่ไม่พยายามมักอ้างเหตุผลเรื่องเวลา แม้เวลามีเท่ากัน 24 ชั่วโมงทั่วโลก คนที่ประสบความสำเร็จมักใช้เวลา 80 % ไปกับการทุ่มเททำงานอย่างมุ่งมั่น และอีก 20% ใช้ไปกับเรื่องส่วนตัว เรื่องสังคม

“จากเด็กขายหมากฝรั่ง สู่มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก”วอเร็นต์ บัฟเฟตต์ผู้เป็นแรงบันดาลใจแก่นักลงทุนทั่วโลก เขาทำอย่างไรจึงสามารถใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่า สามารถครองความเป็นหนึ่งในด้านการลงทุนได้อย่างสง่างาม

  • ไม่มีทักษะความรู้ ไม่มีใครเดินได้มาแต่เกิด เพราะกว่าจะก้าวได้ก้าวต่อไปต้องมีก้าวแรกเสมอ ขอยกตัวอย่าง ผู้ชายหุ่นล่ำบึ้ก คมเข้ม บัวขาว บัญชาเมฆ ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ใน giraffe magazine ตลอดชีวิตนักมวยชกมา 250 ครั้ง ชนะ 200 กว่าครั้ง โดยชนะน็อก 56 ครั้ง “ทุกอย่างอยู่ที่การฝึกซ้อม ถ้าเก็บตัวไม่ดีหรือซ้อมไม่ดี เท่ากับว่าเราจะแพ้ทันที”

เดี๋ยวนี้โลกเราก้าวหน้าไปอย่ารวดเร็ว อยากรู้อะไรเปิดได้ใน Google ดังนั้นอย่านำมาเป็นข้ออ้างเพื่อเป็นกำแพงกั้นความสำเร็จ ความรู้มีอยู่ทุกที่ อยู่ที่เราจะเลือกไขว่คว้าและแสวงหา

  • ไม่มีความคิด คนเรามักทำงานทุกวันด้วยความเคยชิน แต่คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต มักคิดเพื่อสร้างความสำเร็จในการทำงานตลอดเวลา ไม่หยุดนิ่ง รู้จักคิดสร้างนวัตกรรมในการทำงาน คิดเพื่อสร้างธุรกิจ คิดสร้างอนาคต ไม่ปล่อยตัวว่าง ตาลอย เดินไร้จุดมุ่งหมาย

ให้คุณลองเขียนเป้าหมายในชีวิตตนเอง จุดดี จุดด้อยตนเอง และตั้งข้อกำหนดการทำงานลงกระดาษ  หรือพูดง่ายๆคือวาดแผนที่ชีวิต บังคับตนเองเดินตามหาเป้าหมายนั้นให้เจอ หยุดพักได้แต่อย่าหยุดเดินตามหา ทุกคนมีหนึ่งสมองสองมือเท่ากันแต่แรงผลักชีวิตต่างกัน

ร้านค้าปลีกออนไลน์ที่ลูกค้าจับจ่ายสินค้าผ่านโลกโซเชียลไม่ต้องเดินทาง ข้ามน้ำข้ามทะเล คุณก็สามารถจับจ่ายสินค้าได้อย่างง่ายดายแค่ปลายนิ้วCLIK!! เจฟ เบซอส CEO จากเว็บ amazon.com ผู้ก่อตั้งร้านค้าออนไลน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

  • ไม่มีโอกาส เราต้องวิ่งเข้าหาโอกาสมากกว่ารอโชคชะตา นักเศรษฐีระดับโลกไม่มีใครอยู่บ้านเฉยๆแล้วรวยล้นฟ้า ไม่มีเทวดาองค์ไหนทราบว่าเราต้องการอะไร คุณเท่านั้นที่รู้

แน่นอน อยู่ที่ตัวคุณเองเป็นคนกำหนดระยะเวลา เพื่อคว้าโอกาส วิ่งชนความสำเร็จในชีวิต ใช่ว่า คอมพิวเตอร์มีไว้ใช้งานอย่างเดียว มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้ง Facebook  ไม่เคยรอให้เวลาเปลี่ยนโลก แต่นำเทคโนโลยีที่เขาคิดค้น เปลี่ยนชีวิตคนบนโลก การสื่อสารจากโลกโซเชียลทำให้ทวีปแคบลงแค่ปลายนิ้วสัมผัสหน้าจอจาก  สตีฟ จอบส์

อย่าลืมนะคะ ความสำเร็จสร้างได้อยู่ที่คุณจะเดินออกจากกล่องเมื่อไร?

โดย..อ.วีย์รฎา กวิณรวีบริรักษ์

www.ophconsultant.com

ที่่มา : http://www.ophconsultant.com/blog/management/10_talent.php

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s