วิธีสร้างเสน่ห์และความมั่นใจในการพบปะผู้คน ( Self confidence to meet new people)

ความมั่นใจ.jpg

“อย่าสูญเสียตัวตน ด้วยคำพูดคนที่ไม่รู้จัก ตัวเรา” เพราะความมั่นใจเราสร้างได้ ทำลายเอง
ไม่ว่าคุณมีอาชีพใด เจ้าของบริษัท พนักงาน หัวหน้า แม่ค้า ตำรวจ ทหาร ความมั่นใจ ถือเป็นเสน่ห์ อย่างหนึ่งที่ดึงดูดคนเข้ามาหา อยากเข้าใกล้ และมีแรงผลักดันมหาศาลให้คุณก้าวสู่ตำแหน่งงาน หน้าที่ที่สำคัญในองค์กร หรือแม้แต่การใช้ชีวิตประจำวัน หากคุณ เสียความมั่นใจในการพูด การคิด การตัดสินใจ คุณย่อมเสียโอกาสสำคัญในชีวิตไป “อย่างน่าเสียดาย”
วันนี้ ผู้เขียนจึงนำเกร็ดความรู้ ที่คุณเองพบเห็นในชีวิตประจำวัน เคยผ่านมาและลืมมันไป ไม่เคยนำมาใช้บริหารเสน่ห์ สร้างความมั่นใจจริงเสียที หากลองนำไปฝึก ใช้จริง คุณจะพบว่า คนเราไม่จำเป็นต้องเกิดมาสวย หล่อ แต่ถ้าเรามีความมั่นใจ “เราเองก็เกร๋ ..ไม่เบาน่ะเนี่ย ”
วิธีสร้างเสน่ห์และความมั่นใจในการพบปะผู้คน??
• ค้นหาข้อดีของตัวเองก่อน
เริ่มแรก ก่อนก้าวเท้าเดินไปค้นหาความจริงนอกบ้าน ให้คุณทำความเข้าใจกับตัวคุณเองก่อน หาสิ่งที่เป็นข้อดีในตัวคุณเอง ที่ทำให้คุณภาคภูมิใจ และเขียนลงไปในกระดาษ A4 ติดไว้บนผนัง สมุดบันทึก กระดานดำ อะไรก็ได้ที่คุณเห็นเด่นชัดทุกวันที่ตื่นนอน แล้วทบทวนทุกวัน ทำตามประโยคที่คุณได้บรรจงเขียนข้อดีไว้ เช่น เราเป็นคนพูดเพราะ เราต้องพูดเพราะให้เป็นนิสัยที่ดีประจำวันไม่ว่าอารมณ์จะบูดเบี้ยวหรือร่าเริง เราเป็นคนยิ้มสวยตื่นนอนก็แจกยิ้มกับกระจกบานแรกทุกวัน(ข้อนี้สำคัญ อย่ายิ้มคนเดียวในที่ทำงาน) เราเป็นคนมีสติให้เราหัดฝึกสตินั่งสมาธิประจำก่อนนอนหรือตื่นนอน(ทำสมาธิวันละ 5-10 นาที) เราเป็นคนผิวสีเข้ม ให้เลือกใส่เสื้อผ้าโทนสี น้ำตาล สีโอรส สีไม่ฉูดฉาดสะท้อนตาที่ช่วยขับผิวให้ดูเหมาะเจาะกับรูปร่าง ไม่หลวมไป ไม่ฟิตเกินพอดี
เมื่อเราค้นหาข้อดี 1 อย่างขึ้นไป ให้ฝึกทำสิ่งดีๆที่เราเป็นอยู่ แก่ผู้คนที่รู้จัก ทักทายหรือเพื่อนร่วมงานให้เป็นกิจนิสัย แค่นี้ ข้อดีของตัวคุณเองก็เด่นชัด สร้างเสน่ห์มาจากธรรมชาติของตัวคุณ โดยไม่ต้องแต่งเสริมเติมต่อ
• ฝึกสีหน้า ท่าทาง ลักษณะบุคลิกภาพทุกวัน ก่อนแปรงฟัน

ความั่นใจ 2

เราทุกคนมีธรรมชาติการแสดงออก สีหน้า ท่าทางเป็นของตัวเอง ซึ่งถือเป็นข้อดี ที่สวรรค์โปรดประทานพรอันดีมาให้มนุษย์ทุกคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตน แต่ช้าก่อนค่ะ !!! กิริยามารยาทบางอย่าง อาจลดเสน่ห์ในตัวเราและเพิ่มจุดเด่น ให้น่าแปลกมากกว่าชวนมอง กิริยาคำพูดสมัยพ่อขุน จึงควรเก็บใส่กรุไว้ในบ้าน
ดังนั้น ให้คุณหัดฝึกการใช้สีหน้าแสดงออก ในสถานการณ์ที่แตกต่าง พร้อมกับการใช้ภาษาที่สาม นั้นคือ ท่าทางให้ดูสง่างาม ทำไมต้องฝึกตอนเช้าน่ะหรือ แน่นอนตอนเช้า ความจำและความกระตือรือร้นในตัวเราเต็มเปี่ยม หากฝึกในช่วงก่อนนอนและหลับลึกลงไป ไม่ได้ใช้จริง สูญเปล่าค่ะ
ตัวอย่างการฝึก เช่น ฝึกแสดงสีหน้าสงสัยและท่าทางสงสัย ฝึกแสดงสีหน้าครุ่นคิด ท่าทางครุ่นคิด ฝึกหัวเราะและท่าทางขณะหัวเราะ ฝึกแสดงการเสนองานหรือพูด ผายมือในที่ประชุม พร้อมท่าทางประกอบการพูด ฝึกยืน ท่าทางปรบมือพร้อมแสดงสีหน้าชื่นชม
ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่ง จริงๆมีหลายท่าทางให้คุณฝึกหัด ให้คุณฝึกให้เป็นนิสัยและติดตัวคุณไปในทุกที่ คุณจะดูมีเสน่ห์ มีความมั่นใจ ใครพบเห็นย่อมประทับใจแน่นอน
• ให้คิดด้านบวกกับเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิด
บ่อยครั้ง ที่เรายังไม่ทันเข้าไปสัมผัสกับเหตุการณ์ สถานการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น เรามักสร้างกำแพงความคิด ปิดกั้นความกล้าเอาไว้ก่อน ลองนึกย้อนไปเมื่อครั้งเราเรียนหนังสือ เราได้ยินกิตติศัพท์การสอนของครูภาษาอังกฤษ ดุบ้าง เขี้ยวเข็ญบ้าง เรียนยากบ้าง เราก็นึกกลัวการเรียนวิชานี้เสียแล้ว โดยยังไม่ได้เข้าเรียน เมื่อเราทำงานเราได้ยินคนเล่าว่าบริษัทนี้ รับคนเข้าทำงานยากบ้าง อะไรสารพัดที่สั่งสมประสบการณ์ความคิดคุณเข้าไป แบบมโนไปเอง นั่นแหล่ะ คือตัวทำลายความมั่นใจคุณเช่นกัน
ดังนั้น ไม่ว่าพรุ่งนี้คุณจะต้องประชุมร่วมสายงานกับฝ่ายไหน พบปะลูกค้าประเภทใด หรือต้องเข้าไปทำงานร่วมกับฝ่ายใด ต้องไปประกวดระดับชาติแข่งกับใคร ให้คุณมั่นใจ คิดแต่ด้านบวกไว้ คือ “ เป็นโอกาสท้าทายใหม่ๆ ต้องลอง ”
• ทำตัวเป็นผู้ฟังที่ดี เมื่อต้องพบปะคนแปลกใหม่
เมื่อใดก็ตาม ที่ต้องพบปะผู้คนแปลกใหม่ ไม่ว่าระยะการมองจะกี่ร้อยเมตรก็ตาม ให้คุณส่งรอยยิ้มให้เขาก่อน นับเป็นการสนทนาประโยคแรกทางอวัจนภาษา ที่สวยงามแบบไม่ต้องเสียพลังงานแม้แต่น้อย และเมื่อพูดคุย คุณควรทักทายแนะนำตัว อย่างเป็นทางการ ไม่จำเป็นต้องให้เขาแสดงตัวก่อน เมื่ออยู่ในช่วงสนทนานั้น คุณควรเป็นผู้ฟังที่ดีมากกว่าผู้พูดที่เยอะ พยายามพูด ประเด็นสนทนาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องทั่วไป สถานการณ์หรืองานที่เกี่ยวข้อง ในการสนทนาครั้งแรก ไม่ควรถามเจาะลึกเรื่องส่วนตัว ครอบครัว ประวัติหรือเรื่องที่คู่สนทนารู้สึกอึดอัดใจ นั่นเท่ากับเป็นการทำลายบรรยากาศที่ดี
ในระหว่างสนทนา คุณอาจสอดแทรกเรื่องชวนขำขัน เพื่อให้คู่สนทนาหัวเราะผ่อนคลาย มีการตอบรับเสียงพูดเป็นระยะ ทำให้คู่สนทนาไม่รู้สึกวังเวงจนเกินไปเหมือนพูดบ้าใบ้อยู่ฝ่ายเดียว แต่หากคุณพบเจอคู่สนทนาที่พูดแต่เรื่องชวนระทึก แนวฟังแล้วชวนเวียนศีรษะ ให้คุณรอจังหวะปิดการสนทนา แบบนับนาทีที่เขาพูดจบประโยคนั้น และขอปลีกตัวออกมา ในทันที อย่าทนต่อความ แล้วกลับมาหัวเสียภายหลัง นั่นแหล่ะ คุณกำลังพลาดแล้ว
• ใครชมคุณ ต้อง “ยิ้มและขอบคุณ”
แน่นอน ระหว่างการสนทนา ใครบางคนชมที่คุณพูดเก่ง หรือ ชุดสวยหล่อสะดุดตา อย่ารีบปฏิเสธ อย่างไม่ไยดี ให้ยิ้มรับและขอบคุณ เขา ที่ได้สร้างรอยยิ้มอ่อนกว่าวัยให้แก่เรา และถือเป็นการให้เกียรติคู่สนทนา
หลังจากนั้น อย่าเพิ่งเป็นลูกโป่งปลิวลอยขึ้นฟ้า ให้คุณยิ้มอย่างจริงใจและกล่าวขอบคุณ พร้อมชมสิ่งที่คู่สนทนามีจุดดีน่ามองไม่แพ้เรา กลับในทันที เช่น
สมชาย : ผมว่าชุดสูทนี้คุณ ทรงยศ ใส่แล้วดูสง่า เข้ากับตำแหน่งมากๆครับ
ทรงยศ : (ยิ้ม) ขอบคุณครับ ผมว่าชุดนี้ คุณสมชายก็หล่อไม่เบานะครับ ผมยอมแพ้นะเนี่ย
เห็นไหมคะ นี่คือคำพูดที่เราเอง ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์นั้น เราก็อดอมยิ้ม นึกตามคำพูดทั้งสองคนไม่ได้
• อย่าพยายามทำตัวให้น่าสนใจ

ความั่นใจ3

หากคุณต้องเจอคนหมู่มาก หรืองานพบปะเลี้ยงรุ่น สังสรรค์สักอย่าง ไม่ต้องสร้างตนเองให้เป็นศูนย์กลางความสนใจของทุกคน ให้แต่งกายให้เข้ากับสถานที่ ให้เกียรติผู้จัดงาน ผู้ร่วมงาน ไม่คุยโม้โอ้อวด ในตำแหน่งหน้าที่ หรือโชว์ทรัพย์สิน ที่มีอยู่เกินพอดี วิธีการ คือ ให้คุณสร้างจุดเด่นในตัวเองจากการแต่งกายที่เข้ากับตัวคุณที่สุด ชุดที่คุณใส่แล้วมั่นใจที่สุด ควรใส่รองเท้าหุ้มส้น รองเท้าหนังอย่างดี หรือเครื่องประดับ นาฬิกาดีๆ สักเรือน สนทนากับคู่สนทนาอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องใส่ความตระหนก ตกใจมากเกินควร ไม่ควรคุย เสียงดังกลบทับกลุ่มอื่น เพราะนั่น อาจเป็นที่มาของคำตำหนิที่ไม่แสดงออกจากใครบางคน
การทำตัวให้น่าดึงดูด ต่างหาก ที่ช่วยทำให้คุณมีเสน่ห์ชวนมอง ไม่แพ้ใครทีเดียว เช่น คุณเดินอย่างมั่นใจกับรองเท้าส้นสูงคู่โปรด คุณสนทนาพบปะคนใหม่ๆโดยเล่าเรื่อง ประสบการณ์ในการขับรถไปพบช้างป่าที่เขาใหญ่ คุณเล่าเรื่อง ขณะนี้กำลังทดลองปลูกผักออร์แกนิคไว้ทานเองและส่งขายออนไลน์
• เปิดโลกใบใหม่ทุกสัปดาห์
นั่นหมายถึง หากคุณมีวิชาความรู้ดีๆสักอย่าง แต่เก็บเอาไว้อยู่ภายในใจ ไม่ได้ลองฝึกทักษะจริง ก็เหมือนกับการใช้ภาษาอังกฤษ หากเรียนมาแล้วได้ใช้จริงในชีวิตประจำวันบ่อยๆ คุณจะเคยชิน กลายเป็นเรื่องง่ายในบัดดล ดังนั้น หากคุณ ฝึกเทคนิคการพบปะผู้คนทุกวันแล้ว ต้องหาโอกาส เปิดโลกใบใหม่ เจอคนใหม่ๆ เข้ากลุ่มสังคม ทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อการบริหารเสน่ห์และเพิ่มความมั่นใจ ในตัวเอง
ให้คุณลองนัดกลุ่มเพื่อนชวนกันเล่นกีฬาทุกสัปดาห์ สังสรรค์เมื่องานโปรเจคต่างๆสำเร็จด้วยดี เข้าร่วมอบรมหลักสูตรใหม่ๆ ด้านพัฒนาตนเองและงาน ฝึกแสดงความคิดเห็นในที่ประชุม หรืออาจเป็นสมาชิกของชมรมช่วยเหลือสังคม แบบไม่หวังผลตอบแทน แถมสร้างความมั่นใจแบบไม่รู้ตัว อีกต่างหากค่ะ
แท้จริงแล้ว ความมั่นใจ ใช่มีมาแต่กำเนิดทุกคน หากแต่กลั่นกรองออกมาจากชีวิตและจิตใต้สำนึกเราต่างหาก บางครั้งการสั่งสมประสบการณ์ที่เลวร้าย ความเป็นจริงที่กดดัน การเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ๆ เป็นรากฐานที่มั่นคงปลูกฝังความมั่นใจคุณโดยไม่รู้ตัว ก็เป็นได้
สำหรับการเป็นเจ้าของธุรกิจ หัวหน้างาน พนักงานทั่วไป นักขายตัวยง เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่พบเจอกับผู้คนมากหน้า พบปะคนแปลกใหม่ เพื่อให้ได้มาซึ่งเครือข่ายธุรกิจ ความสัมพันธ์อันดี หรือเป้าหมายในงาน บางครั้งอาจเป็นโอกาสในการเติบโตสายงาน
ลองนำเทคนิค ดีๆ นี้ไปใช้กันนะคะ สร้างให้คุณเป็นคนใหม่ แถมได้เพื่อนใหม่มาอีกเพียบ แน่นอนค่ะ !!

ติดตามบทความได้ที่ www.ophconsultant.com

by อ.วีย์รฎา

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s