ตำนาน “ว่าว”

kite

เล่ากันว่า เมื่อ 2000 ปีก่อน มีช่างฝีมือจีน นามว่า “หลู่ปาน” ใช้ไม้ไผ่เหลาเป็นรูปนกการเวกไม้ ทำเป็นว่าวตัวแรก ตั้งชื่อเรียกว่า “มู่เอวียน” บางหลักฐานกล่าวว่า เมื่อ 2400 ปี มาแล้ว ผู้ทำว่าวไม้คนแรก ชื่อ “ม่อจื่อ” โดยทำไม้ให้ลอยอยู่บนท้องฟ้าได้ เรียกว่านกไม้ แต่เมื่อลอยอยู่ไม่นานนกดังกล่าวก็ตกลงสู่ท้องดิน
ว่าว นั้นมีแหล่งกำเนิดอยู่ประเทศจีน โดยภาษาจีนนั้นเรียก “เฟิงเจิง” “จื่อเอวียน” “เย่าจื่อ” หลังสมัยตงฮั่นไช่หลุน มีการผลิตกระดาษ จึงนำกระดาษมาประกอบทำเป็นตัวว่าว สมัยยุคห้าราชวงศ์จีนนั้น หลี่เย่ ใช้แป้งเปียกติดกระดาษทำว่าวเป็นรูปนก ใช้ด้ายผูกเชื่อมสำหรับดึงตัวว่าว และนำไปปล่อยขึ้นสู่ท้องฟ้า

kite2.jpg

ในสมัยฮั่น เล่ากันว่า ขุนสึกหานซิ่นใช้ว่าวทดสอบทิศทางลมในทางทหาร ส่วนในสมัยพระเจ้าเหลียงอู่ตี้ใช้ว่าวสำหรับส่งข้อความสารแต่ไม่สำเร็จ ในสมัยราชวงศ์ถังจางผี ถูกข้าศึกโอบล้อมจำนวนมากจึงใช้ว่าวเป็นตัวส่งข่าวสารขอความช่วยเหลือทางการทหาร
ต่อมามีการดัดแปลงลักษณะว่าวให้มีสีสันและเพิ่มเสียงอันไพเราะ โดยในปลายราชวงศ์ถัง มีการนำขลุ่ยขนาดเล็กๆ ที่ใช้ในการขับเล่นดนตรี ติดไว้กับตัวว่าว เมื่อต้องลมพัดพามา ทำให้มีเสียงดังไพเราะคล้ายมีคนเล่นเครื่องดนตรีกู่เจิงอยู่บนท้องฟ้า เรียกว่า “จื่อเอวียน”
ในสมัยราชวงศ์ชิง มีนักกลอนหลายคนเขียนพรรณนาเกี่ยวกับว่าวไว้ จำนวนมาก ว่าวถือเป็นศิลปะของจีนที่รุ่งเรืองมากยุคหนึ่ง

ประวัติการเล่นว่าวในประเทศไทย 

สมัยกรุงสุโขทัย
เอกสารกล่าวไว้ในพงศาวดารเหนือว่า “พระร่วงเจ้าทรงเล่นว่าวอย่างไม่ถือพระองค์ว่า เป็นท้าวเป็นพระยา” และกล่าวถึงว่าวหง่าว (มีเสียงดัง) ในสมัยนั้น และในหนังสือตำหรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ (นางนพมาศ) กล่าวถึงเดือนยี่ พระจันทร์โคจรอยู่ในกลุ่มดาวปุษยะ (ดาวปุยฝ้ายหรือดาวรวงผึ้ง) กระจุกดาวเปิดในราศีกรกฏไว้ว่า “เดือนยี่ถึงการพระราชพิธีบุษยาภิเษก เถลิงพระโคกินเลี้ยงเป็นนักขัตรฤกษ์ หมู่นางในก็ได้ดูชุดชักว่าวหง่าว ฟังสำเนียงเสียงว่าวร้องเสนาะลั่นฟ้าไปทั้งทิวาราตรี”

สมัยกรุงศรีอยุธยา 
การเล่นว่าวมีปรากฏในจดหมายเหตุของลาลูแบร์ราชทูตฝรั่งเศส ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช กล่าวไว้ว่า ”….ว่าวของพระเจ้ากรุงสยามปรากฏในท้องฟ้าทุกคืนตลอดระยะเวลา ๒ เดือนในฤดูหนาว”…และยังกล่าวว่า …”ว่าวเป็นกีฬาที่เล่นอยู่ทั่วไปในหมู่ชาวยาม” ในกรุงศรีอยุธยามีการเล่นว่าวกันมากถึงกับมีกฏมณเฑียรบาลห้ามมิให้ประชาชนเล่นว่าวทับพระราชวัง ที่เมืองละโว้ (ลพบุรี) ในเวลากลางคืนรอบพระราชนิเวศน์จะมีว่าวต่างๆลอยอยู่ ว่าวนี้ติดโคมส่องสว่าง และลูกกระพรวนส่งเสียงดังกรุ่งกริ๋ง ในสมัยพระเพทราชาได้ยกทัพไปปราบพระยายมราชเจ้าเมืองนครราชสีมาซึ่งเป็นกบฏ เข้าตีหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ พระองค์ชอบการเล่นว่าว จึงใช้ว่าวจุฬาผูกหม้อดินดำชักขึ้นข้ามกำแพงเมืองนครราชสีมาแล้วจุดไฟชนวนให้ตกใส่บ้านเรือนภายในกำแพงเมือง เกิดไฟไหม้โกลาหลสามารถเข้าตีเมืองนครราชสีมาได้สำเร็จ เมื่อถึงปลายกรุงศรีอยุธยามีข้าศึกสงครามบ้านเมืองไม่สงบ การเล่นว่าวจึงซบเซาตลอดมาจนถึงต้นรัตนโกสินทร์

สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ 
การเล่นว่าวเริ่มปรากฏเป็นหลักฐานในสมัยพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระองศ์ทรงเล่นว่าวจุฬาที่สนามข้างวัดพระแก้ว แข่งขันกับว่าวปักเป้าของกรมพระราชวังบวรมหาเสนานุรักษ์ที่ท้องสนามหลวง ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ การเล่นว่าวเริ่มคึกคักขึ้น เช่นมีสนามเล่นว่าวบริเวณสามยอด ซึ่งมีพระยาอัพภันตริกามาตย์เป็นนายสนาม ต่อมาย้ายมาเล่นบริเวณสะพานเสี้ยว สนามหน้ากระทรวงยุติธรรม มีจางวางท้วมทำว่าวจุฬา
เล่น สนามบริเวณวัดโคก(วัดพลับพลาชัยปัจุบัน) มีนายอำเภอจั่น และนายแสง ทำว่าวเล่นบริเวณนี้ ต่อมาเมื่อมีบ้านเรือนมากขึ้นจึงย้ายไปเล่นที่สระปทุม (เขตปทุมวัน) สนามนี้มีพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงสวัสดิวัฒนวิสิษฐ์ทรงให้ความอุปถัมภ์ แต่เนื่องจากห่างไกลการคมนาคมไปมาไม่สะดวก จึงเปลี่ยนไปเล่นที่บริเวณที่สนามวัดดอน(เขตยานนาวา) แต่ถูกนักเลงท้องถิ่นก่อกวนอยู่เสมอ จึงย้ายไปเล่นที่บริเวณหัวลำโพงได้ระยะหนึ่ง เมื่อทางราชการได้เริ่มก่อสร้างสถานีรถไฟหัวลำโพง จึงย้ายไปเล่นกันที่บริเวณสวนอนันต์ได้ประมาณ ๒ ปีก็ย้ายไปเล่นที่ริมคลองตลาด เมื่อบ้านเมืองเจริญมากขึ้นไม่สะดวกในการขึ้นว่าว จึงย้ายไปเล่นบริเวณบางขุนพรหม และสุดท้ายมาปักหลักเล่นกันที่ทุ่งพระเมรุ (ท้องสนามหลวง)จนถึงปัจจุบัน

ประเทศจีนนั้น มีแหล่งผลิตว่าวหลายแห่ง เช่น นครปักกิ่ง เมืองเทียนสิน เมืองไคเฟิง เมืองเหวยฝาง เมืองหนานทง มณฑลกวางตุ้ง มณฑลซานตุง เป็นต้น ซึ่งแหล่งผลิตว่าวและเป็นแหล่งอุตสาหกรรมการส่งออกว่าว ที่ใหญ่ที่สุด คือ เมืองเหวยฝาง
รูปแบบการทำว่าวนั้น มีความหลากหลาย ไปตามยุคสมัย โดยแต่เดิม นิยมทำรูป นก งู ปลา หนอน ตะขาบ มังกร ต่อมามีการดัดแปลงรูปว่าวอิงตามบุคคลทางประวัติศาสตร์ เช่น เทพเจ้าเห้งเจีย
ต่อมามีการดัดแปลงว่าวไปตามจินตนาการตัวการ์ตูน เช่น โดราเอมอน โปเกมอน พิคาจู คิตตี้ ซุปเปอร์แมน เป็นต้น
การทำว่าวนั้น มีเทคนิคที่แตกต่าง ต้องอาศัยความชำนาญยิ่ง เพราะทำให้ว่าวลอยอยู่บนท้องฟ้าเล่นลมได้นานทีเดียว ว่าวของจีนนั้นมีความพิถีพิถันในการทำ โดยเหลาไม้ไผ่ให้บางตามขนาด เลือกไผ่ที่ไม่แก่และอ่อนเกินไปเพราะจะทำให้โครงว่าวไม่แข็งแรง นำแป้งเปียกมาติดกระดาษกับโครงว่าว วาดลวดลายอันวิจิตรลงบนตัวกระดาษว่าว ตกแต่งด้วยพู่สีสันต่างๆ เมื่อปล่อยว่าวขึ้นสู่ท้องฟ้า ว่าวจะมีความอ่อนช้อยสวยงาม มีเสียงไพเราะน่าฟัง
ส่วนว่าวไทยนั้นนิยม ทำว่าวจุฬา ว่าวปักเป้า ว่าวงู ว่าวอีลุ้ม ว่าวดุ๊ยดุ่ย ว่าวหัวแตก ว่าเต่า ว่าวใบไม้ ว่าวปลาวาฬ ว่าวควาย เป็นต้น
ในทางความเป็นสิริมงคล ว่าวนั้นยังบ่งบอกถึงภาพบนตัวว่าวที่แสดงถึงโชคลาภ วาสนา ความปิติยินดี อายุมั่นขวัญยืนอีกด้วย
การเล่นว่าวของจีนนั้น ไม่ต่างจากการเล่นว่าวเมืองไทยมากนักคือ นิยมเล่นว่าวในฤดูใบไม้ผลิ ช่วงต้นลมหนาว นิยมเล่นในที่โล่งกว้าง ท้องทุ่ง สนามหญ้าลานกว้าง ไม่ควรเล่นในที่ต้นไม้ใหญ่สูง เพราะเมื่อลมอ่อนกำลังลง ว่าวจะตกลงสู่พื้น ซึ่งอาจไปเกาะเกี่ยวต้นไม้หรือตึกได้

kite3

จะเห็นว่าความสวยงามจากศิลปะโบราณของจีน ประยุกต์กลายมาเป็นกิจกรรมเพื่อสุขภาพเทศกาลเล่นว่าวในปัจจุบันของจีนทุกปี ไม่เพียงแต่เป็นกีฬาเพื่อสุขภาพแต่ในมุมมองของความเชื่อคนไทยส่วนหนึ่ง เชื่อว่า หากนำว่าวไปบนบาน จักทำให้กิจการ การงาน หน้าที่ อายุ ยืนยาว เจริญรุ่งเรือง บางครั้งเราจึงพบว่าว วางเคารพบูชาอยู่ตามต้นไม้ใหญ่หรือตามสถานที่ศักดิ์สิทธิ์บางแห่งหลายร้อยหลายพัน

kite4.jpg

คนในเมืองหลวงของไทย หากอยากมีมุมพักผ่อนคลายเครียดในวันหยุดนั้น สามารถหาซื้อว่าวโบราณได้ที่บริเวณใกล้ท้องสนามหลวง และปล่อยว่าวขึ้นฟ้าสักรอบสองรอบ เห็นจะลดอายุได้มากทีเดียว !!!
…………………………………………………………………………………….
ขอขอบคุณภาพและข้อมูลเพิ่มเติม 

http://hs6ap.igetweb.com 
http://thai.cri.cn/ 
https://th.aliexpress.com 
http://www.hamanan.com 
http://www.manager.co.th 

…………………………………………………………………………….

ติดตามบทความ ได้ที่

http://www.ophconsultant.com/blog/index.php

โดย อ.วีย์รฎา

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s