ขี่อูฐที่พุชการ์(Pushkar)

Pushkar-Lake-2.jpg

          เมืองเล็กๆแห่งนี้ มีความคลาสสิค ไม่มีสนามบิน ใครเดินทางมาต้องลงที่สนามบินนิวเดลี มุมไบ และกัตตา มาลงเมืองจัยปูร์ นั่งรถเช่าต่อมา ที่นี่มีรถตุ๊กๆจากอัจเมอร์มา แต่ระยะทางระหว่างเมือง ค่อนข้างผจญภัยพอควร 

          ถ้านักท่องเที่ยวชอบแบบแอดเวนเจอร์และมาเป็นกลุ่ม ต้องบอกว่า สนุกสุดๆ พร้อมชมบรรยากาศรอบสองข้างทางที่อนุรักษ์ความดั้งเดิมไว้ได้อย่างลงตัว 

          เมืองพุชการ์ อยู่ประเทศอินเดีย เป็นเมืองที่มีทิวทัศน์สวยงาม ทั้งภูเขา ต้นไม้ และบ้านเรือนสร้างอยู่รายล้อมทะเลสาบ พื้นที่ส่วนใหญ่แห้งแล้ง เป็นทะเลทราย เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชอบผจญภัยตะลุยแดดร้อนบนทะเลทราย นั่งขี่อูฐเที่ยว 

Pushkar-Camel-Fair-.jpg

           ที่นี่มีงานสำคัญประจำปี คือ เทศกาลอูฐ (Pushkar Camel Fair) ที่เป็นสีสันของเมือง (ช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน) ใครสนใจมาเที่ยวต้องมาช่วงนี้ คึกคักเป็นพิเศษ 

          ส่วนท่าน้ำทะเลสาบพุชการ์ เป็นสถานที่สำคัญไม่แพ้ริมแม่น้ำคงคาของอินเดีย ชาวฮินดูส่วนใหญ่นิยมเดินทางไปชำระกายใจ ที่ริมทะเลสาบแห่งนี้ ไม่เคยว่างเว้นทุกวัน 

          มีเรื่องเล่าถึงความเชื่อว่า ทะเลสาบแห่งนี้มีความศักดิ์สิทธิ์มาก ทะเลสาบพุชการ์(Pushkar Lake) เป็นจุดที่พระพรหมทำดอกบัวหล่นลงมาบนพื้นโลก บริเวณแห่งนี้จึงมีชาวฮินดูมาอาบน้ำทุกวันในทุกจุดของทะเลสาบ เพื่อชำระล้างบาปตามความเชื่อของศาสนา 

          ที่นี่ค่าครองชีพไม่สูง นักท่องเที่ยวสามารถเดินจับจ่ายใช้สอยได้อย่างสบายตัว ใช้เงินสกุลรูปี อาหารเป็นแบบพื้นเมืองชาวพุชการ์ คนส่วนใหญ่ทานมังสวิรัติ อาหารขายตามท้องถิ่นจึงเน้นพวกธัญพืช ผัก ผลไม้ต่างๆ ส่วนพวกเนื้อสัตว์หาทานยากหน่อย แต่หากได้ไปเที่ยวแล้วจะไม่ลืมที่ต้องไปอีกครั้ง นอกจากได้อารมณ์ท่องเที่ยวแบบขี่อูฐชมเมืองสวยๆ อาหารและแหล่งช็อปปิ้ง ราคาไม่แพง ถูกจนคุณลืมการต่อราคาไปเลย 

          ชวนกลุ่มเพื่อนไปเที่ยวสักครั้งในชีวิต …. ขี่อูฐที่พุชการ์ 

………………………………………………..

Cr .Picture & Information 

https://www.holidify.com/blog/pushkar-camel-fair-india/ 

http://www.pushkarmela.org 

http://www.remotetraveler.com/camels-pushkar-camel-fair 

กาญจนา หงษ์ทอง , 100 เมืองสวยในเอเชีย 


 ขี่  อูฐ  พุชการ์  อินเดีย  Pushkar  ท่องเที่ยว  บทความ  มังสวิรัติ  ทะเลสาบ 
 แพง  รถตุ๊กตุ๊ก  ดอกบัว  ่ความเชื่อ  รูปี  เครื่องบิน ฮินดู

โอซาก้า (Osaka) เมืองสวยใบไม้เปลี่ยนสี

osaka

เมืองสวยราวกับดินแดนเทพนิยาย ใบไม้เปลี่ยนสีตามฤดูกาล ไปเที่ยวญี่ปุ่นต้องแวะเที่ยวเมืองโอซาก้า (Osaka )เมืองแห่งสีสันต้นไม้เปลี่ยนสีตามฤดู เมืองที่โอบล้อมด้วยสายน้ำ ติดทะเล แถมมีท่าเรือเดินทางท่องเที่ยวต่อที่ปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ได้ด้วย เรียกว่ามาที่เดียวเที่ยวคุ้มกันไปเลย
แต่ถ้าใครอยากไปเที่ยวเมืองจีน ที่นี่มีเรือเฟอรี่ออกเดินทางไปเซี่ยงไฮ้ สัปดาห์ละ 2 วัน
ตึกรามบ้านช่องของโอซาก้า ยังคงอนุรักษ์ไว้ซึ่งวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้ แม้กาลเวลาเปลี่ยน ตึกสูงระฟ้าเกิดขึ้นมากมาย แต่ทิวทัศน์โดยรอบยังปกคลุมกลิ่นไอความเป็นโอซาก้าเดิมอยู่ไม่น้อย สะพานหลายแห่งสร้างเชื่อมแม่น้ำที่ไหลทอดผ่านเมือง

Tenmangu Shrine.jpg

ใครมาแล้วอย่าลืม แวะไปไหว้ศาลเจ้าเท็มมังกู (Tenmangu Shrine) เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตัว โดยศาลนี้ สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่เทพแห่งความรู้
โอซาก้ามีพิพิธภัณฑ์ชนพื้นเมือง ที่ตั้งอยู่ลานกลางแจ้ง แสดงถึงวิถีชีวิตคนดั้งเดิมของโอซาก้า เรียนรู้การดำรงชีวิต ประกอบอาชีพ เครื่องแต่งกาย และประเพณี ยังมีพิพิธภัณฑ์ทางทะเลให้เข้าชมและพิพิธภัณฑ์เครื่องเซรามิก ของโลกตะวันออกจัดแสดง โดยถ้วยโถโอชามเหล่านั้น ล้วนสร้างสรรค์มาจากชนดั้งเดิมของโอซาก้า ชาวพื้นเมืองเกาหลี ชาวพื้นเมืองจีน เรียกได้ว่าหาชมได้ยากมาก
หากสนใจจุดชมวิว ที่สวยที่สุดในเมือง ต้องไป ตึกอุเมดะสกาย (Umeda Sky Building) ตึกมีความสูง 173 เมตร ส่วนใหญ่นิยม ชมวิวที่ชั้น 39 เพราะเป็นสวนลอยฟ้าที่มองเห็นวิวได้โดยรอบสวยที่สุด เวลาเปิด 10.00 -22.30 น.
ส่วนถ้าคนไทยไปเที่ยวโอซาก้า อย่าลืมแวะช็อปปิ้งที่ถนนชินไซบาจิ แหล่งช็อปยอดฮิต ที่แขกไปใครมาต้องกระเป๋าเบาไปตามกัน แฟชั่นที่นี่เน้น เอกลักษณ์ความเป็นเทรนด์ญี่ปุ่นไว้แบบไม่เอาท์แน่นอน ราคาสินค้าแต่ละชิ้น ถ้าเทียบกับแฟชั่นไทยก็ราคาสูงไม่เบา
นอกจากช็อปเรื่องเสื้อผ้าแล้ว ถนนแห่งนี้ยังมี สินค้าอื่นๆหลากหลายให้ซื้อฝากแบบไม่ซ้ำใคร เช่น ของตกแต่งบ้าน ภาพวาด หน้ากาก เครื่องประดับ สินค้าแฮนเมด มีให้เลือกตามอำเภอใจ
ถ้าเดินเหนื่อยนัก ก็พักจิบชา กาแฟอุ่นๆ ในย่านถนนกลางเมือง ที่ร้านค้าประดับตกแต่งในแบบพื้นเมือง รับรองได้บรรยากาศดั้งเดิม ที่คุณไปแล้วจะติดใจต้องไปเที่ยวซ้ำแน่นอน

Cr.picture & Information 

www.japan-guide.com
http://en.japantravel.com/osaka/osaka-tenmangu-shrine/15365 
กาญจนา หงษ์ทอง , 100 เมืองสวยในเอเชีย 

บทความ  ท่องเที่ยว  โอซากา  Osaka  Umeda Sky  Tenmangu Shrine  ชินไซบาจิ  ญี่ปุ่น  ช็อปปิ้ง  ประเพณี  ปูซาน  ภาพวาด

เที่ยวมัลดีฟส์(Maldives)แล้วอย่าลืมไปที่นี่!

1.jpg

คุณทราบหรือไม่ มัลดีฟส์เป็นพื้นที่ราบต่ำที่สุดในโลก มีพื้นที่ส่วนที่เป็นพื้นดินเพียง 1 % ส่วน 99 % ที่เหลือเป็นสีครามน้ำทะเล มีจำนวนเกาะมากกว่า 1,190 เกาะ ส่วนเกาะที่มีผู้คนอาศัยอยู่นั้นเพียง 202 เกาะ ผู้คนใช้ชีวิต อยู่บนผืนแผ่นน้ำทะเลอย่างมีความสุข
เกาะในมาเล (Male)เมืองหลวงของมัลดีฟส์ เป็นเกาะที่น่าสนใจของประเทศนี้ ตึกที่ทำการตั้งอยู่เป็นสัดส่วน มีถนนสายหลักชื่อ มาจีดฮีมากู (Majeedhee Magu Street) ถนนเส้นนี้ยาวผ่านจากฝั่งตะวันออกจรดไปยังฝั่งตะวันตก บริเวณข้างทางสองฝั่งเต็มไปด้วยร้านค้าพื้นเมือง และธุรกิจจากเอกชน เข้ามาจับจองพื้นที่ทำธุรกิจด้านการท่องเที่ยว ที่พัก รีสอร์ท รายล้อมข้างทางระรานตา
หาใช่ว่า มาเที่ยวไกลถึงเกาะมัลดีฟส์จะไม่มีแหล่งจับจ่าย ให้เรานักท่องเที่ยวเสียสตางค์กันนะ บริเวณเหนือเกาะ มีห้างสรรพสินค้าขนาดเล็ก ทั้งค้าปลีก ค้าส่ง ให้จับจ่ายกันอย่างคึกคัก ไม่แพ้แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆทีเดียว
ที่เกาะแห่งนี้ มีศูนย์รวมจิตใจของชาวเกาะ ที่สร้างขึ้นเมื่อ ปี 1984 จากความร่วมมือร่วมใจของรัฐบาลปากีสถาน บรูไน มาเลเซีย นั่นคือมัสยิดกลางที่ใหญ่ที่สุดในมัลดีฟส์(Masjid-al-Sultan Muhammad Thakurufaanu Al Auzam) หรือเรียกกันว่า Grand Friday Mosque ยอดโดมฉาบด้วยสีทองเปล่งประกาย ระยิยระยับจับตา โดดเด่นเป็นสง่าตั้งตระหง่านอยู่อย่างเด่นชัด สะดุดสายตาผู้คนผ่านไปผ่านมา ภายในแกะสลักอย่างบรรจงวิจิตรด้วยลายเนื้อไม้ที่สวยงามมาก สามารถบรรจุผู้เข้าทำละหมาดได้มากถึง 5,000 คน ทีเดียว นับว่าเป็นมัสยิดที่กว้างใหญ่ แหล่งรวมศรัทธาชาวมาเลได้อย่างเป็นหนึ่งเดียว แต่ด้วยมัลดีฟส์เป็นประเทศอิสลาม การแต่งกายของนักท่องเที่ยวเมื่อเข้าเมืองมาเล จึงต้องแต่งกายสุภาพอย่างมาก เรื่องนุ่งน้อยห่มน้อย สายเดี่ยว สายคู่ถ้าเดินทางไปถึงเกาะมัลดีฟส์แล้ว เต็มที่ได้เลยสำหรับสาวๆ
ในบริเวณไม่ไกลกันนี้ ยังมีพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ (Maldives National Museum)ที่ตั้งอยู่ในสวนสุลต่าน รวบรวมสะสมของเก่าแก่ล้ำค่าที่น่าชมมากมาย รวมทั้งหากคุณได้ศึกษาเรี่ยงราวประวัติศาสตร์ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ จะยิ่งรู้สึกถึงความคุ้มค่าที่ได้มาเยือน เพราะที่นี่ยังเป็นพระราชวังเก่าขององค์สุลต่าน ที่ยังคงหลงเหลือบางส่วนของสถาปัตยกรรมของวังที่น่าชวนค้นหา
สำหรับนักท่องเที่ยวหากสนใจเที่ยวมัลดีฟส์ สามารถเที่ยวอย่างสบายใจไม่ต้องขอวีซ่าได้ถึง 1 เดือน แถมสายการบินมุ่งตรงสู่มาเลวันละหลายเที่ยวบิน ส่วนค่าเงินที่นี่ ใช้สกุลรูฟีย่า (Rufiyaa) ( 1 ดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 11.7 รูฟีย่า หรือ 1 บาท เท่ากับ 3 รูฟีย่ากว่าๆ)

2.jpg

ช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยว ต้องเลือกการเดินทางมุ่งสู่มาเล เพื่อไปสู่เกาะมัลดีฟส์ ต้องไปเที่ยวช่วง ธันวาคม – เมษายน อากาศแจ่มใส ท้องฟ้าโปร่ง แดดแรง ทะเลสวยใสปิ๊ง ! ส่วนเดือนถัดมาจะพบว่าอาจมีฝนโปรยลงมาหรือคลื่นลมแรง จะไปเที่ยวกินบรรยากาศก็คงหมดสนุกกันแน่ๆ

Cr.picture & information 

https://pornprom082.wordpress.com 
http://www.matinmarkka.com/Maldives-500-Rufiyaa 
กาญจนา หงษ์ทอง , 100 เมืองสวยในเอเชีย 

บทความ  ท่องเที่ยว  ทะเล  มัลดีฟส์  Maldives  รูฟีย่า  Rufiyaa  มาเล  Male  มัสยิด  อิสลาม

เที่ยวซองที่พูนาคา

punakha.jpg

“ การเดินทางไปพูนาคา ต้องไต่ระดับความสูงไม่ธรรมดา บางคนอาจเกิดอาการป่วยบนที่สูง(Altitude Sickness) ขาดออกซิเจนเมื่ออยู่ที่สูง ร่างกายปรับสภาพไม่ได้ ควรดื่มน้ำให้มากๆ หายใจลึกๆ เคลื่อนไหวร่างกายในทุกกิจกรรมอย่างช้าๆ ก่อนการเดินทางควรมีการตรวจร่างกาย ทำประกันสุขภาพก่อนออกเดินทาง ” ที่สำคัญเรียนรู้วัฒนธรรม แบบแผนการดำรงชีวิตชาวพูนาคา ไว้ก่อน เพื่ออรรถรสในการท่องเที่ยวแบบอิ่มเอม สุดประทับใจ
มณฑลพูนาคา (སྤུ་ན་ཁ་རྫོང་ཁག) เคยเป็นเมืองหลวงเก่าของภูฏาน ห่างจากทิมพูไป 70 กม. สถานที่สำคัญในเมืองนี้คือพูนาคาซอง (Punakha Dzong) เป็นซองแห่งที่สองที่สร้างขึ้นในภูฏานโดยซับดรุง นัมเกล เมื่อสร้างเสร็จแล้วได้นิมนต์พระสงฆ์จากวัดเชอรีมาจำพรรษาถึง 600 องค์ มีรูปจำลองของซับดรุง นัมเกล อยู่ในโบสถ์ลามะ
พูนาคา(Punakha) ตั้งอยู่ในภูฏาน(Bhutan) เป็นเมืองที่มีวิถีชีวิตเรียบง่าย สงบ ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาหิมาลัย แวดล้อมด้วยธรรมชาติอันสวยงาม
เมืองสวยชัยภูมิห้าดาว ตั้งอยู่บนทำเลที่แม่น้ำสองสายไหลผ่าน คือแม่น้ำโมและแม่น้ำโพ กลายเป็นแม่น้ำพูนาจาง ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของภูฏาน

punakha2

อดีตซอง หมายถึงป้อมปราการ ที่สร้างไว้เพื่อป้องกันการรุกรานจากข้าศึก ศัตรูทั้งหลาย โดยปัจจุบันซองกลายเป็นศูนย์กลางการบริหารการปกครองท้องถิ่น โดยซองประกอบไปด้วย วัด สถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา สถานที่ทางราชการต่างๆ
หากได้เดินทางเข้าไปในพูนาคา ต้องพลาดไม่ได้กับการเข้าเยี่ยมชม พูนาคาซอง ซึ่งเป็นซองที่สวยงามที่สุดในภูฏาน มีเอกลักษณ์ ความเป็นภูฏานยากแก่ใครเหมือน
ภายในพูนาคาซอง มีความสวยงาม สุขสงบตามแบบฉบับคนพื้นเมืองซ่อนอยู่ สถาปัตยกรรมและศิลปวัฒนธรรมที่สวยงาม ประกอบด้วยวัดวาไม่น้อยกว่า 20 วัด
แต่ธรรมเนียมของชาวภูฏาน ในการเข้าไปในซอง ต้องพาดผ้าสะพายบ่า ผ้าผู้ชายเรียก “กั๊บเน่” ผู้หญิงเรียก “ราชู”
หากนักท่องเที่ยวเข้าไปในซองห้ามสวมแว่นตากันแดด ห้ามสวมหมวกและห้ามพันผ้าพันคอ
punakha3.jpg

บ้านเรือนยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ดั้งเดิม ไม่มีตึกสูงใหญ่ระฟ้า แต่จะพบก้อนหินขนาดใหญ่ หลายก้อน วางทับหลังคาบ้าน กันลมพัดพาหลังคาปลิวว่อนไป
ในฤดูเก็บเกี่ยว เราจะเห็นทุ่งข้าวออกรวงเขียวขจี ดาระดาษไปสุดตา สูดกลิ่นไอบริสุทธิ์จากบรรยากาศอันสดชื่นได้อย่างเต็มที่
ใครชอบการเดินเท้าผจญภัย ลืมไม่ได้ที่ต้องเดินท่องเที่ยวไปตามหมู่บ้านในหุบเขา (Punakha Valley) แถมท้ายด้วยแวะชมกีฬาพื้นเมืองอย่างยิงธนูและปาเป้า
หากนักเดินทางอยากสัมผัสวิถีชนพื้นเมือง ที่แสนจะสุขสงบ มีความเรียบง่ายตามแบบฉบับพูนาคา ต้องตื่นเช้าสักหน่อย เพื่อไปเยี่ยมเยียนตลาดเช้า (Open Air Market) ที่นี่ชาวบ้านไม่เหมือนประเทศไทยตรงที่ ตลาดนี้ทุกคนจะนำกระบุงมาเพื่อจ่ายตลาด ไม่มีการยื่นถุงพลาสติกให้กัน ใครซื้อผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ ต่างนำของที่ซื้อใส่ในกระบุงของตนเอง ของที่นำมาขายก็มาจากท้องถิ่น ปลูกเอง ขายเอง ไม่มีระบบพ่อค้าคนกลางอย่างบ้านเรา มีวิถีที่เรียบง่าย ชวนมองยิ่งนัก
คนพูนาคาขึ้นชื่อว่ามีอัธยาศัยดี มีน้ำใจต่อผู้มาเยือน เดินไปทางไหนมีแต่รอยยิ้มพิมพ์ใจ ที่นักท่องเที่ยวต้องหลงรักทั้งผู้คนและเมืองอันสงบ สวยงาม ท่ามกลางหุบเขา
เสน่ห์ของพูนาคาแตกต่างกันไปตามฤดูกาล อากาศค่อนข้างเย็น มีฝนตกปรอยๆ มองไปรอบๆเห็นต้นไม้ ดอกไม้ออกดอกบานสะพรั่ง พาเพลินตาทีเดียว
……………………………………………………………………….
ขอบคุณข้อมูลและภาพ 

th.wikipedia.org 
#อมรินทร์ท่องโลก
# กาญจนา หงษ์ทอง
Pic CR.tripadvisor.com , tourism.gov.bt

………………………………………………………………………..

ติดตามบทความได้ที่

http://www.ophconsultant.com/blog/index.php

โดยอ.วีย์รฎา

สวัสดีเขาค้อ

kaokoe1.jpg

“เมื่อปี 2511-2525 สถานที่แห่งนี้เคยเป็นแหล่งคอมมิวนิสต์ ซึ่งเป็นสถานที่อันตรายมาก มีการสู้รบ ผู้หาญกล้าและคนจำนวนนับพันกว่าคนต้องจบชีวิตลง ณ ดินแดนอันสวยงามแห่งนี้ ที่เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ เมื่อกาลเวลาผันเปลี่ยนไป ที่แห่งนี้กลับมีความสงบร่มรื่นแหล่งชมธรรมชาติ ต้องมนต์ขลังให้นักท่องเที่ยวหลายคนต้องกลับมาอีกครั้ง”
หากคุณกำลังมองหาบรรยากาศอยู่ติดธรรมชาติ ที่ห่างไกลเมืองออกไปโอบล้อมด้วยขุนเขาลำเนาไพร ท่ามกลางสายหมอกอ่อนละมุนยามเช้า ต้องไป อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ในปัจจุบันที่แห่งนี้มีสิ่งก่อสร้างขึ้นจำนวนมาก ทำให้ธรรมชาติบางส่วนถูกกลืนไปกับป่าคอนกรีต ทางเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจต้องเข้ามาตรวจสอบการบุกรุก และดำรงไว้ซึ่งความถูกต้อง คืนผืนป่าสู่ธรรมชาติดังเดิม
วันนี้ ฟินิกซ์จะพาทุกท่านไปพักผ่อนและชมมหัศจรรย์เมืองไทย ที่ไปกี่ครั้ง คุณจะต้องกดชัตเตอร์รัวๆๆ อย่างแน่นอน

จุดชมวิวทะเลหมอก 

kaokoe2.jpg

เมื่อเดินทางถึงเขาค้อ บริเวณจุดชมวิวนี้ ต้องตื่นกันแต่เช้าหน่อย ตั้งแต่ตี 5 เพื่อมารอชมทะเลหมอกช่วงเช้า เมื่อมองลงไปจากยอดเขาจะเต็มไปด้วยปุยหมอกสีขาว ดูหนานุ่มระรานตา
ในช่วงพระอาทิตย์กำลังโผล่พ้นขอบฟ้าบางๆ ส่องแสงเรืองรองสีทองปนส้มอ่อนๆ เราจะเห็นไอหมอกลอยคลุมหุบเขา คล้ายทะเลหมอก ถ้าใครไปเที่ยวแล้วไม่ไปชมจุดนี้ถือว่าไปไม่ถึง
ทะเลหมอกนั้น คือบริเวณเหนืออ่างเก็บน้ำรัตนัย ซึ่งอยู่ด้านล่างของถนนเส้นทางหลักสาย 2196 บริเวณใกล้ๆ กับที่ทำการอำเภอเขาค้อ สามารถชมทะเลหมอกได้เป็นระยะทางค่อนข้างยาวไกล ในช่วงเช้า ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ถึงเวลาประมาณ 8 โมงเช้า จุดที่นิยมไปชมกันมากที่สุด

เจดีย์พระธาตุผาซ่อนแก้ว 

kaokoe3.jpg

วัตถุประสงค์การสร้างเจดีย์นี้ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองราชย์ครบ ๖๐ ปี และเป็นที่สืบพระศาสนา ให้ดำรงอยู่คู่แผ่นดินไทย เพื่อประโยชน์แก่มนุษยชาติ และคนรุ่นหลังได้มีโอกาสเรียนรู้ต่อไป
บนยอดเจดีย์จะบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ได้รับประทานมาจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก บริเวณใต้ฐานพระเจดีย์จะใช้เป็นที่เก็บรวบรวมหลักธรรมคำสอน, ภาพปริศนาธรรม และเป็นที่เจริญสติภาวนา สำหรับพุทธศาสนิกชนทั่วไป

มหาวิหาร พระพุทธเจ้า 5 พระองค์ 

kaokoe4.jpg

มีความพิเศษตรงที่ “อุโบสถมีพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ สีขาวซ้อนกัน” ตกแต่งอย่างสวยงามด้วยหินสีต่างๆ ถ้วยกระเบื้อง เบญจรงค์ มุก เซรามิก ลูกปัด หากสะท้อนแสงแดดเป็นประกายระยิบระยับตระการตายิ่งนัก
จุดประสงค์ในการสร้างนี้ เพื่อเป็นการร่วมน้อมถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในมหาวโรกาสเฉลิมฉลองพระชนม์มายุ 85 พรรษา ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ของปวงชนชาวไทย อีกทั้งเป็นการสืบสานพระพุทธศาสนาให้ดำรงคงอยู่คู่แผ่นดินไทยสืบไป
ฐานมีขนาดความกว้าง 41 เมตร ยาม 72 เมตร และสูง 45 เมตร แบ่งเป็น 6 ชั้น โดยส่วนของชั้นที่ 1 และ 2 ได้จัดเป็นที่พักของผู้เข้าปฏิบัติธรรม ส่วนบริเวณอื่นๆนั้น ใช้เป็นที่ประกอบศาสนากิจ ได้แก่ การสวดมนต์ ฟังธรรม และการปฏิบัติภาวนาธรรม เป็นต้น

ทุ่งโนนสน อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง 

kaokoe5.jpg

ทุ่งโนนสน เป็นทุ่งโล่งกว้างที่มี ต้นไม้ ดอกไม้นานาชนิด อยู่กลางทุ่งลึกต้องนั่งรถเป็นระยะทาง 16 กม. และเดินเท้าต่ออีกประมาณ 15 กม. เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชมเพียงปีละ 2 เดือน คือประมาณปลายเดือนตุลาคม ถึงเดือนธันวาคม ขณะที่บางปีก็ปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าไป เนื่องจากที่นี่เป็นทุ่งดอกไม้ธรรมชาติ ที่งดงามที่สุดของเมืองไทย และมีสภาพที่ค่อนข้างเปราะบาง ควรอนุรักษ์เป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามการที่ได้ตั้งแคมป์ และ ชมทุ่งดอกไม้ที่ทุ่งโนนสน ถือเป็นสุดยอดแห่งการเดินป่าครั้งหนึ่งในชีวิตเลยทีเดียว
ทุ่งโนนสน มีลักษณะเป็นที่ราบบนยอดเขา เป็นลานทุ่งดอกไม้ บนลานหินทราย ท่ามกลางป่าสนที่งดงาม บนเนื้อที่ประมาณ 10 ตารางกิโลเมตร มีดอกไม้ หลากสีผลัดกันเบ่งบานสะพรั่งในช่วงฤดูที่เปิดให้ท่องเที่ยว เช่น ดุสิตา เอื้องม้าวิ่ง เอื้องนวลจันทร์ ยี่โถ ปีนัง กระดุมเงิน ดอกจันทร์จรัส สาหร่ายข้าวเหนียว และต้นจอกปวาย ไม้กินแมลงที่มีกลไกการจับแมลง นักท่องเที่ยวสามารถ เที่ยวชมทุ่งดอกไม้ ทุ่งหญ้า ป่าสน ทุ่งดอกกระดุมเงินสีขาว ทุ่งดอกกุงสีเหลือง เที่ยวชมดอกไม้ป่า นานาชนิด

น้ำตกศรีดิษฐ์ 

kaokoe6.jpg

เป็นน้ำตกบนหินชั้นสลับซับซ้อนขนาดใหญ่ มีน้ำตกไหลตลอดทั้งปี นักท่องเที่ยวสามารถพักผ่อนชมธรรมชาติ รับประทานอาหาร ลงเล่นน้ำตก และซื้อของที่ระลึกของชาวเขากลับบ้านได้ ที่น้ำตกนี้ เดิมเคยเป็นที่อยู่ของกลุ่มผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ซึ่งยังปรากฎหลักฐาน และสิ่งของเครื่องใช้หลายอย่างของกลุ่ม ในบริเวณน้ำตก เช่น ครกตำข้าวที่กลุ่มผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ สร้างขึ้นโดยใช้พลังน้ำตกช่วยเคลื่อนกังหันตำข้าว
นักท่องเที่ยวที่ไปเยือนเขาค้อ ต้องมาเที่ยวชม เนื่องจากเส้นทางต่อเนื่องกับการเที่ยวชมทัศนียภาพในกลุ่มแหล่งท่องเที่ยว เขาค้อ โดยการเดินทางใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2196 จากแยกแคมป์สนไปประมาณ 18 กิโลเมตร ถึงสามแยกตลาดพัฒนา เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2325 ไปทางอ่างเก็บน้ำรัตนัย อีกประมาณ 10 กิโลเมตร

ต้องบอกว่านี่แค่น้ำจิ้มนะ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวในเขาค้ออีกมากมาย เมืองในสายหมอกแห่งนี้ สวยงามตามท้องเรื่องจริงๆ ไม่ว่ายืนอยู่จุดไหน หันมองไปทิศทางใด บางครั้งขับรถชิลๆ วนไป เพื่อพักผ่อนเปลี่ยนบรรยากาศ สูดกลิ่นไอธรรมชาติแล้วสดชื่นสุดๆ ใครยังไม่เคยไปสัมผัส ต้องลองไปเที่ยวกันสักครั้งนะพี่น้องชาวไทย !!!!
…………………………………………………………………………………
ขอขอบคุณภาพสวยๆและข้อมูลเพิ่มเติม 

http://www.khaoko.com 
http://www.clipmass.com 
สมาชิกเพจ pantip/ Kritsada Sanguanpong
Oriental Phoenix Fanpage

……………………………………………………………………………..

ติดตามบทความได้ที่

http://www.ophconsultant.com/blog/index.php

โดย อ.วีย์รฎา

เที่ยวกาญจน์กันไหมอยู่ใกล้กรุงเทพ

ไม่ต้องเดินทางไปไหนไกล มาจังหวัดกาญจนบุรีท่านจะพบกับบรรยากาศอันแสนสบาย โอบล้อมด้วยธรรมชาติ อันแสนสวยงาม หากมาเที่ยวที่นี่แล้วพลาดไม่ได้ที่ต้องมาค้างคืน เพื่อเที่ยวชมทั้งน้ำตก ล่องแพริมน้ำ ชมวัดวาอาราม สถานที่สำคัญอันงดงาม ทางรถไฟสายมรณะ ที่มีมนต์ขลังของความน่าสนใจ ใครมาเยี่ยมชมต้องหวนคิดถึงย้อนกลับมาอีกครั้ง
วันนี้ ฟินิกซ์จึงขอพาทุกท่านมารู้จักกับเมืองกาญจน์ เมืองที่มีสีสันแห่งวัฒนธรรมที่หลากหลาย อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพ ต้องกระซิบว่า “ขนมอร่อย คนกาญจน์น่ารัก” 

ไทรโยค.jpg

น้ำตกไทรโยคน้อย อยู่ริมถนนสายหลักที่เป็นทางผ่านจากตัวเมืองไปยังถนนเส้นทองผาภูมิ – สังขละบุรี เป็นน้ำตกที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก บริเวณริมน้ำตกมีร้านอาหารให้นั่งพักผ่อน ถนนฝั่งตรงข้ามน้ำตกมีร้านสะดวกซื้อ ร้านค้า ร้านอาหารบริการมากมาย
วัดถ้ำเสือ.jpg
วัดถ้ำเสือ เป็นวัดที่มีชื่อเสียง และถือว่าเป็นวัดที่มีพระที่มีองค์ใหญ่ที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี พระเจดีย์ที่มีความสวยงามโดดเด่น สามารถมองเห็นได้จากในระยะไกล เพราะตั้งอยู่บนเนินเขา ใครที่มาเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี สามารถแวะเยี่ยมชมวัด สักการะพระบรมสารีริกธาตุภายในพระเจดีย์เกศแก้วปราสาท และนมัสการหลวงพ่อชิน

ไทรโยคใหญ่
 น้ำตกไทรโยคใหญ่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคนมาเที่ยวเป็นจำนวนมากในแต่ละปี ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพราะสามารถเดินทางได้ทั้งทางบก และทางน้ำ บางคนมาเที่ยวแพล่อง ก็จะต้องแวะมาที่น้ำตกไทรโยคนี้ เพราะเป็นน้ำตกที่แปลกกว่าน้ำตกที่อื่นๆ ตรงที่ น้ำตกจะไหลจากลำธารแล้ว ท้ายสุดจะมาลงยังชะง่อนหินสุดท้ายสู่ลำน้ำแควน้อย

เอราวัล.jpg
น้ำตกเอราวัณ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดกาญจนบุรี แต่ละวันมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเป็นจำนวนมากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ น้ำตกมีความสวยงามอยู่ท่ามกลางป่าธรรมชาติ เดินไปยังน้ำตกไม่ไกล ไม่ลำบาก น้ำใส และมีแอ่งน้ำเหมาะกับการเล่นน้ำท่ามกลางแมกไม้ มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายสำหรับนักท่องเที่ยว สามารถโดยสารรถประจำทางไปได้ และอยู่ไม่ไกลจากตัวจังหวัดเมือง กาญจน์มากนัก
น้ำตกเอราวัณ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ อำเภอศรีสวัสดิ์ อยู่ในแนวลำน้ำแควใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 600 ตารางกิโลเมตร อยู่บนทางหลวงหมายเลข3199 ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวกับทางไปเขื่อนศรีนครินทร์
น้ำตกเอราวัณ เดิมชื่อ “น้ำตกสะด่องม่องลาย” ที่ได้มาจากต้นน้ำ ชื่อลำธารม่องไล่ และห้วยอมตะลา น้ำตกเอราวัณเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ สายน้ำไหลลงมาจากยอดเขาสูง ผ่านโขดหินผา และป่าที่ปกคลุมด้วยแมกไม้นานาชนิด มารวมกันเป็นแอ่งน้ำเป็นช่วงๆ ทำให้เกิดเป็นชั้นของนำ้ตก ที่มีความสวยงามแตกต่างกันไป น้ำตกมีด้วยกันทั้งหมด 7 ชั้น มีชื่อเรียกแต่ละชั้นคล้องจองกัน จากชั้นแรกถึงชั้นที่เจ็ดคือ “ไหลคืนรัง วังมัจฉา ผาน้ำตก อกนางผีเสื้อ เบื่อไม่ลง ดงพฤกษา ภูผาเอราวัณ” น้ำตกแต่ละชั้นมีระยะทางแตกต่างกันตั้งแต่ ชั้นต้นๆ เดินไปแค่ไม่กี่ร้อยเมตร จนถึงชั้นบนสุด 1,520 เมตร ซึ่งต้องใช้เวลาเกือบชั่วโมงในการเดินผ่านป่าขึ้นไปจนถึงชั้นบนสุด เป็นหน้าผาทะลุเปิดโล่ง บางช่วงค่อนข้างลำบาก ชัน และลื่นบ้าง ชั้นบนสุดหลายคนบอกว่ารูปร่างผามองดูแล้วคล้ายกับหัวช้างสามเศียรเอราวัณ จนเป็นที่มาของชื่อน้ำตกเอราวัณ
ประสาทเมืองสิงห์.jpg
อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เป็นการศึกษาโบราณสถานที่ทรงคุณค่า มีอายุกว่า 800 ปี ได้เห็นถึงอิทธิพลของขอมในอดีต และเรียนรู้ความเป็นมาจากสถาปัตยกรรมการสร้างปราสาทขอม สถานที่ตั้งอยู่ที่อำเภอไทรโยค จ.กาญจนบุรี

ห้วยขมิ้น
น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น หรือ “น้ำตกห้วยขมิ้น” เป็นหนึ่งในน้ำตกที่สวยงามที่สุดในประเทศไทย ด้วยความงามของม่านน้ำตกที่ไหลลดหลั่นกันลงมาเป็นชั้นเล็กชั้นน้อย บรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยป่าเขา และต้นไม้นานาพันธุ์ที่มีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ทำให้นักท่องเที่ยวหลายคนต่างติดใจจนแวะมาเที่ยวน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นหลายต่อหลายครั้ง
น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ตั้งอยู่ที่ตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ เป็นพื้นที่ที่ยังคงเป็นป่าที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ สมัยก่อนการเข้าไปถึงตัวน้ำตก ทำได้ยาก ต้องผ่านเส้นทางที่ลำบาก ต้องใช้รถโฟว์วิล หรือขับรถอ้อมอ่างเก็บน้ำเพื่อข้ามแพขนานยนต์จากฝั่งตัวอำเภอศรีสวัสดิ์ มายังฝั่งน้ำตก ปัจจุบันมีเส้นทางลาดยางที่รถยนต์สามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น ทำให้ผู้คนต่างมาเที่ยวชมน้ำตกกันอย่างไม่ขาดสาย
น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น มีต้นน้ำมาจากเทือกเขากะลา น้ำตกอยู่ทางทิศตะวันออกของอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ เป็นน้ำที่ไหลมาจากลำห้วยแม่ขมิ้น ไหลผ่านเรื่อยลงมายังชั้นหินปูนที่ละลายปนมากับน้ำ เมื่อสายน้ำไหลผ่านความลาดชัน และสิ่งกีดขวางที่ทำให้น้ำเกิดการชะลอตัว ทำให้หินปูนตกตะกอนสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ จนลดหลั่นกันเป็นขั้นบันไดธรรมชาติ และเกิดเป็นชั้นน้ำตกที่สวยงาม
เจดีพุทธคยา2.jpg
พระเจดีย์พุทธคยา เป็นปูชนียสถานที่สำคัญคู่กับวัดวังก์วิเวการาม เป็นเจดีย์องค์ใหญ่นี้ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาใกล้ริมฝั่งแม่น้ำ มีสีเหลืองทอง สามารถมองเห็นได้จากแม่น้ำซองกาเลีย ภายในองค์เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ จึงเป็นเจดีย์ที่มีผู้คนมาสักการะ บูชาองค์เจดีย์ที่เสมือนเป็นสัญลักษณ์ทางพุทธศาสนา เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต เจดีย์พุทธคยายังเป็นศูนย์กลางในการประกอบพิธีในวันสำคัญทางพุทธศาสนาและงานเทศกาลเช่น งานวันสงกรานต์
เจดีย์พุทธคยา ตั้งขึ้นอยู่ไม่ไกลจากวัดวังก์วิเวการาม ห่างไปประมาณ 650 เมตร เริ่มสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2521 ริเริ่มโดยหลวงพ่ออุตตมะ ด้วยความตั้งใจของหลวงพ่อที่จะจำลองจากเจดีย์พุทธคยา ซึ่งเป็นสถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ในประเทศอินเดีย มาไว้เป็นศูนย์กลางสำหรับชาวพุทธที่อยู่รวมกันได้โดยไม่แยกเชื้อชาติ ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างทั้งหมด ได้รับจากเงินบริจาคของพุทธศาสนิกชนที่เลื่อมใส ศรัทธาในหลวงพ่ออุตตมะ ซึ่งบริจาคมาทั้งที่เป็น เงินสด ทองคำ และวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง ใช้แรงงานคนมอญทั้งผู้ชายและผู้หญิงในหมู่บ้านประมาณ 400 คน ช่วยกันเผาอิฐมอญจำนวน 260,000 ก้อน ต่อมา พ.ศ. 2525 เจดีย์ได้ถูกเสริมให้เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก
วัดใต้น้ำ2.jpg
วัดใต้น้ำ หรือวัดจมน้ำ คือวัดวังก์วิเวการามเดิม ซึ่งกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ถือว่าเป็น Unseen Thailand เพราะมีความแปลกที่มีซากโบราณสถานจมอยู่ใต้น้ำ เป็นสถานที่เล่าขานถึงตำนานความเป็นมาของวัดหลวงพ่ออุตตมะ จนหลายคนเรียกกันว่าเมืองบาดาล นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในช่วงฤดูร้อน ตั้งแต่ประมาณเดือนมีนาคม – เมษายน เป็นช่วงหน้าแล้ง น้ำหลังเขื่อนลดลงมาก จะสามารถเดินเข้าไปเยี่ยมชมโบสถ์เก่าได้ ณ บริเวณสามประสบ ส่วนคนที่มาเที่ยวช่วงปลายฝนต้นหนาว ตั้งแต่ประมาณตุลาคม – มกราคม อาจจะได้เห็นแค่บางส่วนของตัวโบสถ์ที่โผล่พ้นน้ำ หรือบางทีก็จมน้ำเป็นเมืองบาดาล จะมีให้เห็นก็เพียงแต่ยอดหอระฆังเดิมเท่านั้นที่สูงพ้นน้ำ
วัดวังก์วิเวการามเดิมนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2498 เป็นวัดที่เกิดจากพลังความเลื่อมใสศรัทธาต่อหลวงพ่ออุตตมะ จุดที่ตั้งของวัดนี้ อยู่ในบริเวณที่เรียกว่า สามประสบ คือบริเวณเนินที่มีแม่น้ำสามสายมาบรรจบกัน คือ แม่น้ำบิคลี่ ซองกาเลีย และรันตี มารวมกันเป็นแม่น้ำแควน้อย
ในปี พ.ศ. 2527 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มีโครงการสร้างเขื่อนวชิราลงกรณ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อเขื่อนเขาแหลม เพื่อใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งเมื่อเก็บกักน้ำหลังเขื่อนแล้ว ระดับน้ำเพิ่มขึ้นจนท่วมตัวอำเภอเก่า ในพื้นที่กว่า 1,000 ไร่ หมู่บ้านชาวมอญอีกกว่า 1,000 หลังคาเรือน รวมถึงวัดวังก์วิเวการามเดิม ทางการจึงได้อพยพชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ ออกจากบริเวณที่น้ำท่วม และย้ายวัดมาอยู่บนเนินเขาด้านฝั่งตะวันตกของลำน้ำแควน้อย ในปัจจุบัน บริเวณวัดเดิม ถูกปล่อยให้จมอยู่ใต้น้ำ เป็นที่รู้จักกันในนามของ “วัดใต้น้ำ” หรือ เมืองบาดาล ซึ่งกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญในแบบ Unseen Thailand
สะพานข้ามแม่น้ำแคว.jpg
สะพานข้ามแม่น้ำแคว ถือเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดกาญจนบุรี แต่ละวันมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มาเที่ยวชมมากที่สุด ใครมาเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรีแล้ว ยังไม่เคยได้ไปเดินบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแคว หรือยังไม่ได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับสะพานข้ามแม่น้ำแคว เรียกได้ว่ายังมาไม่ถึง
ถ้ำกรแซ รถไฟสายมรณะ.jpg
 ถ้ำกระแซ ถือเป็นจุดชมวิวที่โด่งดัง และเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดี เพราะถือว่าเป็นจุดที่สวยที่สุด และอันตรายที่สุดของเส้นทางรถไฟสายกรุงเทพฯ – น้ำตก หรือที่เรียกกันว่า “เส้นทางรถไฟสายมรณะ” (The Death Railway) ในแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติแวะเวียนมาเพื่อมาชมวิวเส้นทางรถไฟสายมรณะบริเวณถ้ำกระแซนี้ เป็นจำนวนมาก สำหรับผู้ที่ต้องการมาเที่ยวชม สามารถมาได้ทั้งทางรถยนต์ และทางรถไฟ เพราะบริเวณถ้ำกระแซยังเป็นสถานีรถไฟ สำหรับจอดรับส่งผู้โดยสาร
ถ้ำกระแซ ตั้งอยู่ในอำเภอไทรโยค เป็นถ้ำเล็กๆ อยู่ริมหน้าผาใกล้กับทางรถไฟ เคยเป็นที่พักของเชลยศึก ในช่วงที่มีการสร้างทางรถไฟสายมรณะ ไทย-พม่า เส้นทางรถไฟบริเวณนี้ที่ถือว่า เป็นจุดอันตรายที่สุดในการก่อสร้างทางรถไฟ เพราะเป็นการสร้างทางตัดผ่านหน้าผาหินสูงชัน อีกฝั่งเป็นเหวลึกสู่ลำน้ำแควน้อย ในช่วงเส้นทางประมาณ 400 เมตรนี้ มีความลำบากในการก่อสร้างเป็นอย่างมาก เพราะการสร้างเส้นทางรถไฟสายนี้ ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ไม่ได้ใช้อุปกรณ์เครื่องจักรที่ทันสมัย มีเพียงเครื่องไม้เครื่องมือแบบชาวบ้าน จอบ สิ่ว ค้อน ขวานธรรมดา ทำโครงสร้างด้วยไม้ ด้วยสภาพแวดล้อมที่ยากลำบากในการก่อสร้าง การเผชิญกับโรคภัยต่างๆ และการขาดแคลนอาหาร ทำให้กายเป็นโศกนาฏกรรมทางสงคราม ที่มีแรงงานและเชลยศึกต้องจบชีวิตลง นับหมื่นนับพันคนในช่วงการสร้างทางรถไฟนี้
การที่จะสัมผัสถึงเส้นทางรถไฟสายมรณะจริงๆ เป็นการเดินทางด้วยรถไฟ เพราะเมื่อรถไฟผ่านเส้นทางก่อนถึงสถานีถ้ำกระแซ รถไฟจะชะลอความเร็วลง เพื่อความปลอดภัย เพราะโครงสร้างสะพานยังคงเป็นโครงไม้ดั้งเดิม และทำให้ได้ชมวิวที่สวยงาม จากทางฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ที่ไหลอยู่ด้านล่าง
สุสานทหารดอนรัก.jpg
สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า “ป่าช้าอังกฤษ”หรือ “สุสานฝรั่ง” เป็นอนุสรณ์สถานแห่งหนึ่งที่เปิดให้เข้าเยี่ยมชม เพื่อรำลึกถึงผู้ที่สูญเสียในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่เป็นเชลยศึกสงครามในครั้งนั้น สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก ตั้งอยู่บนถนนแสงชูโต อำเภอเมือง เยื้องๆ กับสถานีรถไฟกาญจนบุรี
สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2488 ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สองยุติลง มีพื้นที่ประมาณ 17 ไร่ เป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านได้อุทิศให้เป็นสถานที่บรรจุศพทหารเชลยศึกบางส่วนที่เสียชีวิตในระหว่างการสร้างทางรถไฟจากกาญจนบุรีไปถึงพม่า สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก เป็นหนึ่งในอีกหลายแห่ง ที่เป็นที่ฝังศพของผู้ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์สร้างทางรถไฟแห่งนี้ ที่สุสานนี้มีหลุมศพถึง 6,982 หลุม เป็นศพของชาวต่างชาติ ที่เป็นเชลยศึก ชาวบ้านจึงเรียกกันติดปากว่า ป่าช้าอังกฤษ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสุสานนี้มีเฉพาะศพชาวอังกฤษ ยังมีเชลยศึกจากประเทศอื่นๆ ด้วยเช่น อเมริกา เนเธอร์แลนด์ และออสเตรเลีย
พื้นที่ในสุสานจัดแต่งแบบโล่งกว้าง เป็นพื้นสนามหญ้า ปลูกต้นไม้ และดอกไม้ประดับโดยรอบบริเวณ บริเวณหลุมศพ มีแผ่นป้ายจารึกชื่อ อายุ ประเทศของผู้เสียชีวิต และคำไว้อาลัยต่อผู้ล่วงลับ โดยรอบสถานที่ได้รับการดูแลรักษาอย่างสวยงามสะอาดตา ผู้เข้ามาเยี่ยมชม หรือต้องการแสดงความไว้อาลัย สามารถเดินชมในบริเวณทางเดินระหว่างหลุมศพได้
ทุกวันที่ 25 เมษายน ของทุกปี ถือเป็นวัน Anzac Day รัฐบาลออสเตรเลีย จะมาประกอบพิธีเพื่อระลึกถึงผู้ที่ล่วงลับ จากเหตุการณ์สงคราม มีการกล่าวคำไว้อาลัย วางพวงหรีด และยืนสงบนิ่งเพื่อไว้อาลัย

ขอบคุณข้อมูลและภาพ 
http://www.kanchanaburi.co/th 
https://th.wikipedia.org 
http://www.edtguide.com/review/420864
picture facebook Sangklaburi 


ติดตามบทความได้ที่ www.ophconsultant.com
โดย อ.วีย์รฎา

 

หนีฝนไปเที่ยวอุทยานกัน

columbia usa.jpg

อุทยานแห่งชาติ Olympic National Park, Port Angeles, WA
มีโอกาสแล้วต้องไปเที่ยวให้ได้ นะครับ !!

หากคุณครอบครัว คู่รัก หรือกลุ่มก๊วนเพื่อนกำลังมองหา สถานที่หลบฝน ไปเยือนต่างประเทศสักครั้งหนึ่งในชีวิต วันนี้ ฟินิกซ์ภูมิใจนำเสนอ อุทยานแห่งชาติซึ่งเป็นเขตมรดกโลกขององค์การยูเนสโกและเขตอนุรักษ์ระบบนิเวศวิทยาของโลก (International Biosphere Reserve ) อยู่ประเทศสหรัฐอเมริกา

usa6.jpg

เป็นสถานที่ศึกษาและเก็บข้อมูลวิจัยทางธรรมชาติวิทยา ของนักวิทยาศาสตร์และนักศึกษาทั่วโลก ภายในอุทยานแห่งชาติมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติของสัตว์นานาพันธุ์ สถานที่ปีนเขา ทะเลสาบขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับทำกิจกรรมเอ้าท์ดอร์ เช่น ตกปลา พายเรือ รวมถึงปั่นจักรยาน ชมธรรมชาติแบบชิล ชิล ไปนอนกางเตนท์ชมดวงดาว

usa 3.jpg

หากมีเวลาชมธรรมชาติแบบเต็มอิ่ม นั่งรถแล่นไปตามทางขึ้นยอดเขาเรื่อยๆ เห็นปุยเมฆ ขาวเกาะกลุ่มก้อนอยู่รายล้อม ตระการตากับยอดเขาเทาขาวสลับกัน ให้เรานั่งแชะภาพ แบบไม่อั้น อย่างกับในฝัน แต่เป็นเรื่องจริงที่นี่ครับ

usa5.jpg

มีสระว่ายน้ำบริการ บ่อน้ำพุร้อนคล้ายบ้านเราแต่ได้บรรยายกาศที่แตกต่าง บริการสปา ในช่วงฤดูหนาว เราสนุกสนาเต็มที่กับการตะลุยหิมะ มีลานสกีไว้บริการแก่นักท่องเที่ยว เรียกได้ว่ามาที่เดียวเที่ยวครบสูตรเลยล่ะครับ

usa 2.jpg

ซึ่งนอกจากจะได้รับความเพลิดเพลิน จากการชมธรรมชาติแล้ว ยังมีกิจกรรมให้เหล่าแอดเวนเจอร์ ได้ลุยกันอย่างสุดเหวี่ยง แต่หากสนใจ นักท่องเที่ยวควรวางแผนล่วงหน้า เป็นเดือนครับ เพราะต้องเช็คสภาพอากาศ ที่พัก สถานที่ทำกิจกรรม เพื่อความปลอดภัยและได้ไปเที่ยวแบบสบายใจ

usa4.jpg

ว๊าว ว๊าว ว้าว !!! ก่อนอื่น อย่าลืมตรวจสอบการเดินทาง เก็บกระเป๋าเฉพาะที่จำเป็น ที่สำคัญ ลืมไม่ได้เด็ดขาดครับ คือ ต้องรักษาสุขภาพก่อนออกเดินทางไปท่องเที่ยว เพราะที่นี่ อากาศเปลี่ยนแปลงเร็วครับ
แนะนำสอบถามข้อมูลท่องเที่ยว
Mailing Address:
600 E. Park Avenue
Port Angeles, WA 98362
Phone:(360) 565-3130

…………………………………………………………………………………………………
ขอบคุณข้อมูลและภาพ
https://www.nps.gov/olym/learn/nature/glaciers.htm
www.tripadvisor.com
http://www.yelp.com/biz/hurricane-ridge-port-angeles?page_src=best_of_yelp 

กาดนั่งยอง คล้องย่าม

หลังจากได้กราบสักการะ หลวงพ่อทันใจ วัดพระธาตุ อ.บ้านตาก ที่ผู้คนต่างกล่าวถึงความศักดิ์สิทธิ์ ขออะไรก็ได้ทันใจ เล่าว่ามีครูท่านหนึ่ง เจ็บป่วยหนัก หาหมอหมอก็ว่า ไม่หายมีแต่ทรุดลง เมื่อมีผู้ชักชวนไปกราบสักการะหลวงพ่อ จึงได้ตั้งใจอธิษฐานขอให้หายป่วยหนัก ปรากฎ หายป่วยหนักจริงๆ จึงปฏิบัติตนตามคำขอที่ได้กล่าวไว้ต่อหน้าหลวงพ่อทันใจ ทำบุญทอดกฐิน ณ วัดพระธาตุทุกปี ตลอด 15 ปี จนสิ้นอายุขัยด้วยโรคชรา
ซึ่งในปี 2559 นี้ ทางวัดได้เตรียมสร้างองค์จำลองหลวงพ่อทันใจองค์ใหญ่ที่สุดในโลก อยู่ลานหน้าวัด พระธาตุ เพื่อรองรับสาธุชนที่หลั่งไหลเข้ามากราบสักการะไม่ขาดสาย ส่วนองค์จำลองหินอ่อนนั้น อยู่ภายในพิพิธภัณฑ์ของวัดด้านซ้ายมือ โดยเฉพาะชาวภาคตะวันออก เมื่อได้โชค ได้ลาภ ก็กลับมาทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา เห็นได้จาก การจารึกชื่อบริเวณกำแพง
เข้าใกล้หน้าร้อนเข้าไปทุกที ออกกลางแจ้งครั้งใด หายใจแทบไม่ทัน !!! ร้อนจริงจัง ร้อนจุงเบย โลกเราทุกวันนี้ร้อนขึ้นมากมาย ควรทาครีมผสมSPF ทุกวันก่อนออกแดด นะครับ
หลังจากไหว้พระขอพร วันนี้ฟินิกซ์ขอพาทุกท่านไปชมตลาดยามเย็น ที่จังหวัด ตาก แน่นอนไม่ตากแดดให้ร้อน อุราแทบแตก เดินชิวชิวยามเย็น หาของฝากเพื่อนฝูง ของทานเล่นพื้นเมือง พ่อค้าแม่ค้าน่าฮักขนาด…

กาดนั่งยอง คล้องย่าม เปิดในวันเสาร์ อาทิตย์ ช่วงเย็นถึงประมาณ 3 ทุ่ม ตลาดอยู่ติดริมแม่น้ำปิงบรรยากาศดีมาก หน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ละสัปดาห์จะมีการแสดงพื้นเมือง การแสดงพื้นบ้าน จากชุมชน นักรียนนักศึกษา สับเปลี่ยนมาให้ผู้ชมเพลินตา สินค้าราคาไม่แพง ที่สำคัญเป็นอาหารพื้นบ้าน จ.ตาก หากใครผ่านไป ผ่านมา ลองแวะมาชมตลาด “กาดนั่งยอง คล้องย่าม” ต้องขอบอกว่า หลายเมนู เป็นอาหารคลีน ผักปลูกเอง ราคาไม่แพง ปลอดสารพิษ ทานแล้วต้องคิดถึงกลับมาอีกแน่นอน เดินเลยไปจากตลาดข้ามไฟแดงไปนิด เป็นจุดชมวิวริมน้ำปิง มีสะพานแขวนข้ามแม่น้ำปิง นั่งเล่น ถ่ายรูป ได้กลิ่นไอบรรยากาศ ธรรมชาติยามเย็น นั่งเล่นกินลม ชมน้ำปิงกลางสะพาน

ถ้าค่ำมาอีกนิด แวะมาชมพิพิธภัณฑ์กลางคืน (Night Museum) ที่อยู่ไม่ไกลกัน ตระการตาอย่าบอกใคร บางครั้ง ความมืดก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดนะครับ
ครั้งหน้าฟินิกซ์จะนำสาระดีดี อะไรมาฝาก ติดตามได้ที่ฟินิกซ์พากินพาเที่ยว นะครับ

ติดตามบทความได้ที่ www.ophconsultant.com

By  อ.วีย์รฎา กวิณรวีบริรักษ์

ตาก เมือง 4 มหาราช มหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ

          จังหวัดตาก เป็นจังหวัดในภาคตะวันตกหรือภาคเหนือตอนล่างของไทย มีพื้นที่มากเป็นอันดับ 4 ของประเทศ นับเป็นจังหวัดชายแดนที่สำคัญอีกจังหวัดหนึ่งของไทย มีประวัติศาสตร์เก่าแก่นับแต่สมัยกรุงสุโขทัย ทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่งดงามหลายแห่งด้วย นอกจากนี้จังหวัดตากยังเป็นจังหวัดที่มีอาณาเขตติดต่อจังหวัดอื่น ๆถึง 9 จังหวัด
ขอขอบพระคุณ : นายสมพงศ์ หมื่นจิตต์ (ครูซัน)อาจารย์ใหญ่ รร.บ้านไม้กะพง อ.อุ้มผาง จ.ตาก
สะพานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี (สะพานแขวน)
 
          สะพานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี หรือที่เรียกว่า "สะพานแขวน" สร้างเมื่อ พุทธศักราช 2525 ขนาดกว้าง 2.50 ม. ยาว 700 ม. พื้นทำด้วยไม้โยง ยึดด้วยลวดสลิงขนาดใหญ่ซึ่งในอดีตสามารถใช้รถจักรยานและรถจักรยานยนต์สัญจรไปมาได้แต่ปัจจุบันเป็นสะพานสำหรับเดินชมทิวทัศน์แม่น้ำปิง และมีการประดับไฟสวยงามในยามค่ำคืน เป็นสะพานแขวนที่สวยงาม เหมาะสำหรับชมความงามของลำน้ำปิงบริเวณ โดยรอบมีสวนเฉลิมพระเกียรติฯ  ซึ่งเป็นสวนสาธารณะที่สวยงาม มีสวนสุขภาพ และสนามกีฬาหลายประเภท ยาวตามลำน้ำปิง มีอาคารกิตติคุณสำหรับใช้จัดกิจกรรมงานต่าง ๆ ใช้จัดงานประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีปพันดวง
ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
 
          ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตั้งอยู่บนถนนจรดวิถีถ่อง ในปีพ.ศ. ๒๔๙๐ สร้างศาลขึ้นใหม่พร้อมกับให้กรมศิลปากรหล่อพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชขนาดใหญ่กว่าพระองค์จริงเล็กน้อย ในพระอิริยาบถที่กำลังประทับอยู่บนราชอาสน์ มีพระแสงดาบพาดอยู่ที่พระเพลา ที่ฐานพระบรมรูปมีคำจารึกว่า “พระเจ้าตากสินกรุงธนบุรี ทรงพระราชสมภพเมื่อ พ.ศ. ๒๒๗๗ สวรรคต พ.ศ. ๒๓๒๕ รวม ๔๘ พรรษา”  ศาลนี้เป็นที่เคารพสักการะของประชาชนทั่วไป
เขื่อนภูมิพล
 
            เขื่อนภูมิพล เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เขื่อนยันฮี  เป็นเขื่อนเอนกประสงค์แห่งแรกในประเทศไทย  สร้างเป็นเขื่อนคอนกรีตรูปโค้งขนาดใหญ่ที่สูงที่สุดในประเทศไทย และเอเชียอาคเนย์ จัดอยู่ในอันดับ 8 ของโลก มีความสูงจากฐานถึงสันเขื่อน 154 เมตร กั้นแม่น้ำปิงที่บ้านเขาแก้ว อำเภอสามเงา  สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการผลิตพลังงานไฟฟ้า และด้านชลประทาน  ความยาวของลำน้ำจากเขื่อนถึงอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่  เป็นระยะทาง 207 กิโลเมตร  รอบบริเวณเขื่อนภูมิพลเป็นแหล่งพักผ่อน และเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืดด้วย
        นอกจากนั้นทางเขื่อนภูมิพลได้จัดทำเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ  สองฝั่งลำน้ำปิงเหนืออ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่ตื่น  เป็นเส้นทางเดินศึกษาสภาพความหลากหลายของพื้นที่ป่าดิบเขา และการฟื้นฟูสภาพป่า  ตลอดจนการศึกษาลักษณะสภาพป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ความหลากหลายของภูเขาหิน ลำห้วย และน้ำตก  เพื่อให้นักท่องเที่ยวมีโอกาสได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์
ผาสามเงา
ผาสามเงา.jpg
          ผาสามเงา อยู่ในตำบลย่านรี หน้าผานั้นเจาะเป็นช่องลึกเข้าไปในเนื้อภูเขาเรียงกัน 3 ช่อง ประดิษฐานพระพุทธรูปปิดทองช่องละองค์ มีบันไดไม้ให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปนมัสการพระพุทธรูปได้จากตำนานที่เล่าสืบต่อกันมาว่า เมื่อประมาณปี พ.ศ.1206 มีพระฤาษีสององค์สร้างเมืองหริภุญชัย (ลำพูน) และให้คนมาทูลเชิญราชวงศ์กษัตริย์จากเมืองละโว้หรือลพบุรีในปัจจุบัน ไปครองเมืองหริภุญชัย พระนางจามเทวี ได้รับมอบหมายให้ไปครองเมืองตามคำเชิญ พระนางจึงเสด็จมาทางชลมารค ขึ้นมาตามลำน้ำปิง  ปรากฏว่าเมื่อมาถึงบริเวณหน้าผาแห่งนี้เกิดเหตุมหัศจรรย์มีฝนและพายุใหญ่พัดกระหน่ำจนเรือไม่สามารถแล่นทวนน้ำขึ้นไปได้และปรากฏเงาพระพุทธรูปสามองค์ที่หน้าผาริมน้ำปิงแห่งนี้ พระนางจึงสั่งให้เจาะหน้าผาและสร้างพระพุทธรูปบรรจุไว้ในช่อง ช่องละองค์ ด้วยเหตุนี้จึงได้ชื่อว่า "ผาสามเงา" สืบมา
วัดพระบรมธาตุ
 
          วัดพระบรมธาตุบ้านตาก อยู่ที่ ต.เกาะตะเภา อ.บ้านตาก จ.ตาก ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิง อันมีประวัติยาวนานตั้งแต่สมัย พระนางจามเทวี ล่องเรือเสด็จไปเมืองลำพูน หยุดพักบริเวณ แห่งนี้ พบว่าเป็นเมืองร้าง จึงได้สั่งให้มีการฟื้นฟูบูรณะเมืองแห่งนี้ จนกลายเป็นชุมชนเมืองตาก
          วัดพระบรมธาตุบ้านตาก ยังปรากฏในศิลาจารึของพ่อขุนรามคำแหง ที่ทรงกระทำยุทธหัตถี ชนะศึกเจ้าเมืองฉอด บนเนินเขาใกล้กับพระบรมธาตุ ประมาณ ๕๐๐ เมตรตามตำนานพระเจ้าเลียบโลก ซึ่งเขียนเป็นภาษาเหนือ กล่าวไว้ว่า สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จโปรดสัตว์ล่องมาตามลำน้ำปิง พระองค์ได้เสด็จมายัง ดอยมะหิยังกะ ในเขตตัวเมืองตาก ตรัสกับพระอานนท์ว่าสถานที่นี้เป็นสถานที่สำราญ ร่มรื่น หากเราตถาคตปรินิพพานแล้วให้นำอัฐิและเกศากลับมายังดอยมะหิยังกะ
            ภายหลังจากสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรินิพพาน พระอรหันต์ทั้ง ๔ ได้นำพระบรมสาริกธาตุของพระองค์ พร้อมด้วยเกศาอีก ๔ องค์ มาประดิษฐานยังดอยมะหิยังกะ แล้วก่อเจดีย์รูปทรงสี่เหลี่ยมแล้ว นำพระบรมสารีริกธาตุบรรจุไว้ในพระเจดีย์ เพื่อเป็นที่สักการบูชาของมนุษย์และเทวดาทั้งหลายต่อมา พระครูพิทักษ์พระบรมธาตุ (ทองอยู่) ได้ไปนมัสการพระธาตุชเวดากอง ณ กรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า ท่านจึงได้จำมาก่อสร้างองค์พระเจดีย์ เหมือนเจดีย์ชเวดากองล้อมคลุมองค์เก่าไว้ ปิดทองสวยงาม
            หลวงพ่อทันใจ ปางมารวิชัย หน้าตัก ๓๒ นิ้ว และลงรักปิดทองคำเปลว ก่อนประกอบพิธีพุทธาภิเษก ๑ วัน กับ ๑ คืน เสร็จพอดี โดยคณะศรัทธาได้ตั้งชื่อว่า “พระเจ้าทันใจ” เพราะทำเสร็จเร็วทันใจ ต่อมามีญาติโยมได้มาตั้งจิตอธิษฐาน ขออะไรก็ได้สมความปรารถนา ทุกสิ่งทุกประการ นับเวลาจนปัจจุบันประมาณ ๒๐๐ กว่าปีมาแล้ว ความศรัทธาในความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อทันใจยังคงแพร่ขยายไปทั่วสารทิศ เช่น นักฟุตบอลทีมชาติไทย เคยยกทีมมาไหว้แก้บนเมื่อหลายปีก่อน, บรรดานักการเมืองระดับชาติ, นักธุรกิจใหญ่ ต่างเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อทันใจ เดินทางมาแก้บนตามที่ได้อธิษฐานไว้ หลวงพ่อทันใจ ไม่เพียงแต่ดลบันดาลในเรื่องหน้าที่การงาน ธุรกิจ การค้าขาย สำเร็จไปด้วยดีเท่านั้น ยังรวมไปในเรื่องของความรัก คู่ครอง และขอบุตร-ธิดา โดยเครื่องบูชาหลวงพ่อทันใจ จะเป็นกล้วย ส้ม ผลไม้ตามฤดูกาล ส่วนของไหว้ประเภทเนื้อสัตว์ทุกชนิด ห้ามนำเข้ามาถวาย และห้ามนำเข้าเขตพัทธสีมาอย่างเด็ดขาด ยกเว้นไข่ต้มสุกอย่างเดียว ส่วนการเสี่ยงทายความสำเร็จ มีช้างเสี่ยงทาย ใช้นิ้วก้อยยกสำหรับผู้ชาย และนิ้วนางสำหรับผู้หญิงทำนายดวงชะตา หากสำเร็จครั้งแรกขอให้ยกขึ้นทันที และอธิษฐานยกใหม่อีกครั้ง ขอให้ยกไม่ขึ้น หากคำทำนายดีสำเร็จดังหมาย ซึ่งก็สมปรารถนาดังใจทุกประการ

เนินพิศวง 
เนินพิศวง.jpg
          อยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 68 สายตาก - แม่สอด  มีลักษณะเป็นทางขึ้นเนินที่แปลก คือเมื่อนำรถไปจอดไว้ตรงทางขึ้นเนินโดยไม่ได้ติดเครื่องรถจะไหลขึ้นเนินไปเอง  มีนักวิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์ถึงสาเหตุนี้พบว่า เกิดจากเป็นภาพลวงตา เนื่องจากได้มีการวัดระดับความสูงของเนินลูกนี้แล้วปรากฏว่า ช่วงที่มองเห็นเป็นที่สูงนั้น มีระดับความสูงต่ำกว่าช่วงที่เห็นเป็นทางลงเนิน ดังนั้นรถที่เรามองเห็นไหลขึ้นนั้นที่จริงไหลลงสู่ที่ต่ำกว่า แต่ก็ไม่มีผู้ใดสามารถบอกได้ว่าเหตุใดจึงมองเห็นเป็นภาพลวงตาเช่นนั้นได้
น้ำตกแม่กาษา
น้ำตกแม่กาษา.jpg
          อยู่ที่ตำบลแม่กาษา  เป็นน้ำตกขนาดใหญ่มีทางเดินขึ้นไปบนเขาสูง มีถ้ำ และธารน้ำกว้างประมาณ 5 เมตร เป็นทางจากปากถ้ำถึงน้ำตก จากเส้นทางสายแม่สอด - แม่ระมาด (ทางหลวงหมายเลข 105) ประมาณกิโลเมตรที่ 13-14 มีป้ายทางเข้าเขียนว่า บ้านแม่กื๊ดสามท่า  จากปากทางเข้าไปประมาณ 4 กิโลเมตร  และมีทางแยกเข้าไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร  เป็นทางแคบขรุขระ สองข้างทางเป็นไม้ล้มลุกขึ้นสูง ในฤดูฝนมีน้ำมากแต่ในฤดูแล้งไม่มีน้ำเลย  ทางเข้าน้ำตกนี้ยังไม่ดี และในบริเวณน้ำตกยังไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว
บ่อน้ำพุร้อนแม่กาษาบ่อน้ำพุร้อนแม่กาษา
          อยู่ที่ตำบลแม่กาษาเช่นกัน แยกขวาจากเส้นทางสายแม่สอด - แม่ระมาด ตรงกม. ที่ 13 - 14 เข้าทางลูกรัง 8 กม.  ผ่านเข้าไปในหมู่บ้าน  บ่อน้ำร้อนนี้อยู่ในตัวหมู่บ้าน มีบ่อน้ำร้อนอยู่ 2 บ่อ  บ่อหนึ่งมีความกว้างประมาณ 2 ม.  อีกบ่อหนึ่งกว้างประมาณ 1 ม.  นอกจากนี้ยังมีธารน้ำร้อนเป็นสายมาพบกับธารน้ำเย็น  เมื่อผ่านเข้าไปในบริเวณหมู่บ้านจะได้กลิ่นกำมะถันกรุ่นอยู่ทั่วไปและมีไอน้ำจางลอยขึ้นเหนือพื้นดินเล็กน้อย เมื่อเข้าไปดูที่ปากบ่อจะเห็นฟองและการเดือดของน้ำให้ชัดเจน  อุณหภูมิของน้ำสูงพอสมควร บริเวณหมู่บ้านมีธรรมชาติที่สวยงามล้อมรอบด้วยภูเขาสูงและไร่นาของชาวบ้านแถบนั้น  แลดูเขียวชอุ่มไปทั่ว
สะพานมิตรภาพไทย-พม่า
สะพานมิตรภาพไทย-พม่า.jpg
          สะพานมิตรภาพไทย-พม่า  ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าสายลวด สุดทางหลวงหมายเลข 105 (สายตาก – แม่ สอด)  เป็นสะพานสร้างข้ามแม่น้ำเมยระหว่างอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก กับ เมืองเมียวดีสหภาพเมียนมาร์ (หรือพม่าเดิม)  สะพานมิตรภาพไทย - พม่า มีความยาว 420 เมตร กว้าง 13 เมตร  สร้างเพื่อเชื่อมถนนสายเอเชียจากประเทศไทยสู่สหภาพเมียนมาร์ ตลอดจนภูมิภาคเอเซียใต้ ถึงตะวันออกกลางและยุโรป  เป็นประตูสู่อินโดจีนและอันดามัน
แม่น้ำเมย
แม่น้ำเมย.jpg
          แม่น้ำเมย หรือพม่าเรียกว่าแม่น้ำต่องยิน  เป็นเส้นกั้นเขตแดนไทย เมียนมาร์ ที่ยาวถึง  327 กิโลเมตร   แม่น้ำสายนี้แปลกกว่าแม่น้ำทั่วไปคือไหลขึ้นทางทิศเหนือ  โดยมีจุดกำเนิดที่บ้านน้ำด้น (เป็นน้ำที่ผุดขึ้นจากใต้ดิน) อำเภอพบพระ ไหลผ่านอำเภอแม่สอด อำเภอแม่ระมาด อำภอท่าสองยาง ผ่านบ้านสบเมย อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน บรรจบกับแม่น้ำสาละวิน ไหลเข้าเขตพม่าลงอ่าวมะตะบัน
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น
          ตั้งอยู่บริเวณป่าแม่ตื่น มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในเขตอำเภอแม่ระมาด และอำเภอสามเงา จังหวัดตาก มีเนื้อที่ 733,125 ไร่ ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นทิวเขาสูงชัน สลับซับซ้อน  เป็นป่าเขาที่ครอบคลุมพื้นที่ต้นน้ำลำธาร มีลำห้วยใหญ่น้อยสายต่าง ๆ จำนวนมากไหลลงสูงน้ำแม่ตื่น  แล้วไหลออกบรรจบแม่น้ำปิง ลงสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลตามลำดับ   เนื่องจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่นมีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูง  และความชื้นต่างระดับกันทำให้มีสภาพป่าที่แตกต่างกันหลายประเภท  นอกจากนี้ยังมีสัตว์ป่าที่หายากและใกล้จะสูญพันธุ์ ซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวนได้แก่ กวางผา เลียงผา และเก้งหม้อ
ลำน้ำแม่ตื่น     
ลำน้ำแม่ตื่น
ดอยสอยมาลัย
          ยอดดอยอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1,600 เมตร  จากยอดดอยสามารถมองเห็นอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลได้  สิ่งที่น่าสนใจภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ได้แก่ สลาแมนเดอร์ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า จิ้งจกน้ำ เป็นสัตว์น้ำดึกดำบรรพ์ที่หายาก  ลักษณะจะเหมือนกับจิ้งจก ลำตัวสีชมพู  พื้นที่โดยทั่วไปเป็นป่าสนเมืองหนาว  มีจุดชมวิวที่ดูทะเลหมอกในยามเช้าได้ในช่วงปลายฝนต้นหนาว  ช่วงฤดูที่น่าเที่ยวเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน – มกราคม

อุทยานแห่งชาติแม่เมย / อุทยานแห่งชาติแม่ระเมิง
          มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 115,800 ไร่ หรือ 185.28 ตารางกิโลเมตร
แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ภายในอุทยานแห่งชาติแม่เมย
ถ้ำแม่อุสุ
 
          เป็นถ้ำหินปูนที่มีขนาดกว้างใหญ่ มีลำน้ำแม่อุสุไหลเข้าสู่ปากถ้ำ มีระยะทางโดยประมาณ 450 เมตร ปากถ้ำกว้างประมาณ 20 เมตร สูงประมาณ 6 เมตร  ภายในของถ้ำมีคูหาใหญ่ ๆ อยู่ 3 คูหา มีหินงอกหินย้อยที่สวยงามมาก เวลากลางวัน แสงอาทิตย์ส่องลาดผ่านปล่องถ้ำลงมากระทบหินทราย เกิดประกายแวววาว  บริเวณปากทางเข้าถ้ำมีเจ้าหน้าที่นำเที่ยวชมภายใน  ทางเดินในถ้ำค่อนข้างสะดวก มีเพียงบางช่วงที่ต้องปีนป่ายก้อนหินบ้าง  ใช้เวลาเที่ยวชมประมาณ 1 ชั่วโมง  ถ้ำแม่อุสุจึงเที่ยวได้เฉพาะในช่วงฤดูหนาวและฤดูแล้ง
น้ำตกชาวดอย
 
น้ำตกแม่สลิดน้อย
 
ม่อนกิ่วลม
 
          เป็นจุดชมดวงอาทิตย์  ขึ้นยามเช้าที่สวยที่สุดบนเส้นทางสายนี้  มองเห็นทะเลหมอกปกคลุมหุบเขาเบื้องล่าง โดยมียอดเขาสูงต่าง ๆ โผล่พ้นสายหมอกแลดูราวกับเกาะใหญ่น้อยกลางทะเลสีขาว
ม่อนครูบาใส / ม่อนพูนสุดา
          อยู่ใกล้เคียงกับม่อนพูนสุดา ห่างกันประมาณ 200 เมตร  สามารถชมทะเลหมอกยามเช้าและชมพระอาทิตย์ตกดินได้ ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่เมย ประมาณ 7 กิโลเมตร
ส่วนม่อนพูนสุดา เป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามมากอีกแห่งหนึ่ง อยู่ห่างจากม่อนกระทิง 2 กิโลเมตร
ม่อนกระทิง
 
          เป็นจุดชมทะเลหมอกที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่ง บริเวณนี้เคยมีกระทิงอาศัยอยู่ชุกชุมจนมีพรานป่าขึ้นมาล่าอยู่เสมอ ๆ
น้ำตกผาเทวะ
น้ำตกผาเทวะ(1).jpg
          เป็นอีกจุดหนึ่งที่จะได้พบในเส้นทางศึกษาธรรมชาติ  และเป็นน้ำตกที่เด่นที่สุดในอุทยานฯ  มีความสูง ๑๕๐ เมตร  เมื่อขึ้นไปบนยอดเขาจะพบทุ่งหญ้านิรนาม  เป็นทุ่งหญ้าและหุบเขาสามารถพักแรมได้  เป็นจุดที่มีทิวทัศน์สวยงาม  และบรรยากาศเย็นสบาย ซึ่งถ้าตื่นมาตอนเช้าจะมองเห็นทะเลหมอกได้ถ้าฟ้าเปิด  ใกล้ ๆ บริเวณจะพบหลุมขุดแร่เป็นระยะ ๆ เพราะที่นี่เคยเป็นพื้นที่สัมปทานเหมืองแร่มาก่อน  และบริเวณกลางป่ามีเจดีย์ซึ่งเป็นที่บรรจุอัฐิของหญิงสาวที่เลือกมาผูกคอตายเพราะผิดหวังในความรัก
ดอยหัวหมด
 
          ดอยหัวหมด เป็นยอดเขาต้นหญ้าและไม้ทนแล้งเป็นลักษณะยอดเขาเตี้ย ๆ ที่ไม่มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุม  จุดเด่นของดอยหัวหมดในช่วงฤดูฝน  คือทุ่งดอกไม้สีชมพู เป็นต้นเทียนดอยที่จะออกดอกสีชมพูไปทั่วทั้งดอย  ช่วงที่ดอกเทียนดอยบานอยู่ในช่วงเดือนกรกฎาคม ถึง สิงหาคม  จุดเด่นของดอยหัวหมดในช่วงฤดูหนาว  คือวิวทะเลหมอก เบื้องล่างเป็นหุบเขา เมื่อเขาอยู่ระดับต่ำทำให้เห็นทะเลหมอกได้ใกล้ ๆ ซึ่งทะเลหมอกจะเกิดในแอ่งเบื้องล่าง จุดเด่นของดอยหัวหมดในช่วงฤดูร้อน คือป่าดอกเสี้ยว มีสีขาว เป็นไม้ป่า จะออกดอกพร้อมเพรียงกันในช่วงฤดูร้อน ราวเดือนมีนาคม ทำให้ป่ากลายเป็นสีขาวสวยแปลกตา
น้ำตกทีลอเร
น้ำตกทีลอเร.jpg
          ซึ่งมีเส้นทางการผจญภัยที่นับเป็นสุดยอดอีกแห่งในเมืองไทย คือ การล่องเรือยางกลางลำน้ำแม่กลอง แม่น้ำที่ถือกำเนิดในผืนป่าตะวันตก นับเป็นสายน้ำที่มีความยาวและสำคัญที่สุดอีกแห่งของเมืองไทย การล่องแม่น้ำแม่กลองตอนล่าง เริ่มต้นที่บ้านปะละทะ ความยากการล่องเรือนี้จัดอยู่ในระดับ 3-4 จึงเหมาะสำหรับการล่องด้วยเรือยางมากกว่าแพไม้ไผ่  ระยะการล่องประมาณ 27 กิโลเมตร ใช้เวลา 6-7 ชั่วโมง  ขากลับจากน้ำตกไปบ้านปะละทะ ต้องเดินป่า ผ่านป่าทึบ สลับการขึ้นเขา  ซึ่งอาจจะพบเห็นสัตว์บ้าง ควรนั่งช้างสลับกับการเดิน ระยะทางรวม 30 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 8-10 ช.ม.
น้ำตกโคทะ
น้ำตกโคทะ.jpg
          น้ำตกโคทะ  ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติของผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์  ในเขตบ้านกะเหรี่ยงโคทะ เป็นน้ำตก ขนาดใหญ่กว้างกว่า 100 เมตร ไหลลดหลั่นเป็นชั้น ๆ ลงสู่เบื้องล่างสูงประมาณ 120 เมตร  เสียงดังกึกก้องได้ยินแต่ไกล  นับเป็นน้ำตกที่มีความสวยงามไม่แพ้น้ำตกทีลอซูที่เดียว  การเดินทางสามารถใช้ทางจากสบแม่ละมุ้ง เดินเท้าหรือนั่งช้าง ถึงหมู่บ้านกะเหรี่ยงโคทะใช้เวลาเดินทางไปประมาณ 3 ชั่วโมง  เดินเท้าจากหมู่บ้านลัดเลาะไปตามทุ่งนาสู่ผืนป่าอีกประมาณ 30 นาที จะถึงน้ำตก
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร (ฝั่งตะวันออก)
          ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี และตำบลแม่ละมุ้ง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก  มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ ๓,๒๐๐ ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ ๒ ล้านไร่ เป็นแหล่งอาหารและที่หลบภัยของสัตว์ป่าเป็นอย่างดี  ประกอบด้วยทุ่งหญ้า ถือว่าเป็นลักษณะเด่นของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร  มีกระจายอยู่บริเวณตอนกลางของพื้นที่รวมแล้วมากกว่า ๕๐,๐๐๐ ไร่ ป่าเบญจพรรณส่วนใหญ่ยังมีสภาพสมบูรณ์     - น้ำตกกะแง่สอด
น้ำตกกะแง่สอด.jpg
           น้ำตกกะแง่สอด  อยู่กลางป่าลึกในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันออก  ปูพรมด้วย มอสเขียวขจีทั่วโขดหิน
น้ำตกปิตุ๊โกลอซู
          น้ำตกปิตุ๊โกลอซู.jpg
          น้ำตกปิตุ๊โกลอซู  ตั้งอยู่บนเทือกเขาดอยสามหมื่น เป็นน้ำตกขนาดใหญ่สูงประมาณ 500 เมตร เป็นน้ำตกที่มีความสูงที่สุดในเมืองไทย
น้ำตกเซปละ
น้ำตกเซปละ.jpg
          เป็นน้ำตกภูเขา หินปูนที่ไหลลดหลั่นเป็นชั้น ๆ มีความกว้าง 10 เมตร ยาว 50 เมตร  กระแสน้ำที่ตกลงกระทบโขดหินทำให้ดูคล้ายกับก้อนเมฆสีขาวที่มีความสวยงาม

ถ้ำตะโค๊ะบิ
ถ้ำตะโค๊ะบิ.jpg
           ถ้ำตะโค๊ะบิ  อยู่ในเขตบ้านแม่กลอง  ลักษณะถ้ำมีทางเดินกว้างลงไปเป็นชั้น ๆ ข้างในมีทางแยกหลาย ทาง  เป็นถ้ำขนาดใหญ่ เพดานถ้ำสูง มีหินงอก หินย้อยสวยงาม
น้ำตกนางครวญ
น้ำตกนางครวญ.jpg           น้ำตกนางครวญ  เป็นน้ำตกขนาดกลางไหลลดหลั่นลงไปเป็นชั้นเล็ก ๆ ท่ามกลางป่าร่มรื่น  มีต้นน้ำมาจากลำคลองริมท้องนาข้างทาง
อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ
          อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ  ครอบคลุมพื้นที่ใน อำเภอแม่สอด และอำเภอพบพระ จังหวัดตาก  ประกอบไปด้วยป่าที่อุดมสมบูรณ์  พื้นที่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อนเป็น แหล่งต้นน้ำลำธาร  มีเนื้อที่ประมาณ 534,375 ไร่ หรือ 855 ตารางกิโลเมตร 
 แหล่งท่องเที่ยวภายในอุทยาน    
       
          เป็นน้ำตกหินปูนที่สวยงามด้วยชั้นน้ำตกที่ไหลลดหลั่นลงมาเป็นชั้นเล็กชั้นน้อยจำนวนมาก  ซึ่งไหลมาจากลำห้วยน้อยใหญ่มารวมกันเป็นแอ่งใหญ่ แล้วไหลลงน้ำตก ลดหลั่นลงไป 37 ชั้นด้วยกัน มีน้ำไหลตลอดปี
       
        บ่อน้ำร้อนห้วยน้ำนัก
บ่อน้ำร้อนห้วยน้ำนัก.jpg           เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติขนาดใหญ่  เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4 เมตร ลึก 2 เมตร มีอุณหภูมิประมาณ 60 องศาเซลเซียส เป็นบ่อน้ำร้อนที่มีความใสบริสุทธิ์ ปราศจากกำมะถัน จึงใช้อุปโภคบริโภคได้ และบริเวณขอบบ่อโดยรอบมีต้นไม้ต้นหญ้าเขียวชะอุ่ม       
        น้ำตกป่าหวาย
น้ำตกป่าหวาย.jpg          เป็นน้ำตกหินปูนอีกแห่งหนึ่ง มีน้ำตลอดปี และมีป่าหวายหนาแน่น  การชมน้ำตกต้องเดินจากชั้นล่างของน้ำตก ฝ่ากระแสน้ำขึ้นไปชมน้ำตกชั้นบนแล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 30 เมตร จะพบปล่องภูเขากว้างใหญ่มีน้ำไหลลงสู่ปล่องดังกล่าว  แล้วหายไปในบริเวณใต้ภูเขา        
        น้ำตกธารารักษ์
 
          หรือน้ำตกเจดีย์โคะ เป็นน้ำตกขนาดเล็ก ชั้นเดียว มีน้ำตลอดปี หน้าผาสูง 30 เมตร ข้างบนเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่
เจดีย์ยุทธหัตถี
เจดีย์ยุทธหัตถี.jpg
          เจดีย์ยุทธหัตถี เป็นโบราณสถาน สร้างในสมัยสุโขทัยมีอายุราว ๗๐๐ ปีเศษ องค์เจดีย์ยุทธหัตถีอยู่เยื้องกับวัดพระบรมธาตุประมาณ ๒๐๐ เมตร ลักษณะของเจดีย์ยุทธหัตถีเป็นศิลปะแบบสุโขทัย ก่ออิฐถือปูนฐานกว้าง ๑๒ เมตร เรือนธาตุรูปสี่เหลี่ยมย่อมุมขึ้นไป สูง ๑๖ เมตร
ศาลหลักเมืองสี่มหาราช
ศาลหลักเมือง 4 มหาราช.jpg
           ศาลหลักเมืองสี่มหาราช  ตั้งอยู่เชิงสะพานกิตติขจร ก่อนเข้าตัวเมืองตาก จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เมืองตากเป็นเมืองเก่ามีมาก่อนสมัยกรุงสุโขทัย เป็นเมืองที่มีพระมหาราชเจ้าในอดีตได้เสด็จมาชุมนุมกองทัพที่เมืองตากถึง ๔ พระองค์ คือ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ทรงชนช้างกับขุนสามชนเจ้าเมืองฉอด สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงประกาศอิสรภาพ ณ เมืองแกรง แล้วยกทัพกลับราชอาณาจักรไทย โดยเสด็จผ่านดินแดนเมืองตากเป็นแห่งแรก สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงนำทัพไปตีหัวเมืองฝ่ายเหนือ และได้สร้างวัดพระนารายณ์ ปัจจุบันอยู่ที่เชิงสะพานกิตติขจร และ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เคยได้รับพระบรมราชโองการแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองตาก
วนอุทยานแห่งชาติเขาพระบาท (ไม้กลายเป็นหิน)
วนอุทยานแห่งชาติเขาพระบาท (1).jpg           ไม้กลายเป็นหินที่พบยาวประมาณ 20 เมตร และเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2 เมตร   เป็นไม้กลายเป็นหินที่ใหญ่ที่สุด ตั้งแต่มีการค้นพบในทวีปเอเชีย  โดยไม้กลายเป็นหินจัดเป็นฟอสซิลชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ  โดยเกิดจากซากต้นไม้ที่ถูกแทนที่ด้วยน้ำบาดาลซึ่งสารละลายของซิลิกา และเกิดการตกตะกอนกลายสภาพเป็นหินอย่างช้า ๆ  คือแทนที่แบบโมเลกุลจนกระทั่งกลายเป็นหินทั้งหมด โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างและโครงสร้างอีก มักฝังตัวอยู่ในชั้นกรวด คาดว่าจะเกิดสะสมตัวในยุคควอเตอร์นารีคอนตัน  อายุประมาณ 2 ล้านปี  จากการแพร่กระจายตัวของตะกอนตะพักที่ปรากฏ น่าจะเกิดสะสมตัวบริเวณตะพักคุ้งน้ำของแม่น้ำปิงโบราณ  ก่อนที่จะมีการปรับสภาพและเปลี่ยนทางเดิน กลายเป็นแม่น้ำปิงในปัจจุบัน
น้ำตกทีลอซู
           น้ำตกทีลอซู ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง  เป็นภาษากะเหรี่ยง แปลว่า น้ำตกดำ มีลักษณะเป็นน้ำตกภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนความสูงจากระดับน้ำทะเล 900 เมตร เกิดจากลำห้วยกล้อท้อ ลำน้ำทั้งสายตกลงสู่หน้าผาสูงชัน มีน้ำไหลแรงตลอดปี ความกว้างของตัวน้ำตกประมาณ 500 เมตร ไหลลดหลั่นเป็นชั้น ๆ มีความสูงประมาณ 300 เมตร ล้อมรอบด้วยป่าดงดิบที่สมบูรณ์ เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ของเอเชีย
          ทีลอซู ได้รับคำกล่าวขานถึงว่าเป็นน้ำตกที่สวยงาม และมีความสวยงามเป็นพิเศษในช่วงฤดูฝน ระหว่าง 1 มิ.ย. - 31 พ.ย. ปริมาณน้ำฝนที่มากจะเพิ่มปริมาณน้ำในลำธารทำให้สายน้ำตกกว้างใหญ่กว่าฤดูอื่น แต่เป็นช่วงที่ทางรถเข้าน้ำตกปิด เพื่อป้องกันอันตรายแก่ผู้ใช้เส้นทางและถนอมสภาพทางไม่ให้เสียหาย นักท่องเที่ยวอาจเลี่ยงใช้เส้นทางนี้ได้ โดยการซื้อทัวร์กับบริษัทนำเที่ยวซึ่งจะเดินทางด้วยเรือยางและเดินป่าอีกราว 12 กม.แต่หากมาท่องเที่ยวช่วงฤดูหนาว - ฤดูร้อนระหว่าง 1 ธ.ค. - 31 พ.ค. ก็สามารถใช้ทางรถยนต์เข้าน้ำตกได้ จึงเป็นช่วงเวลาที่เที่ยวได้สะดวกที่สุด ไม่ว่าจะเที่ยวแบบไปกลับหรือพักค้างแรม
          การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้กำหนดให้น้ำตกทีลอซู เป็นหนึ่งในเก้าตะวัน ตามโครงการมหัศจรรย์เมืองไทย 12 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน โดยมีจุดเด่นคือ "มหัศจรรย์รุ้งกินน้ำที่น้ำตกทีลอซู"
อ่างเก็บน้ำห้วยลึก
อ่างเก็บน้ำห้วยลึก.jpg
           เป็นอ่างเก็บกักน้ำเพื่อใช้ในการอุปโภค บริโภค และผลิดกระแสไฟฟ้า ฯลฯ ซึ่งเป็นที่รู้จักดีของชาวแม่สอดเพราะว่าถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวและเป็นสถานที่พักผ่อน ด้านทิศตะวันออกจะมองเห็นหุบเขาพะวอ ซึ่งมองเห็นได้ชัดเจน พอตกตอนเย็นก็จะมีประชาชนมาเที่ยวพักผ่อน มาออกกำลังกาย และชมพระอาทิตย์ตกในตอนเย็น
อุทยานแห่งชาติขุนพะวอ.jpg
           ขุนพระวอเป็นผืนป่าบนเทือกเขาสลับซับ ซ้อนทางด้านตะวันตกในเขตจังหวัดตาก ความชุ่มชื้นของป่าดงดิบที่ปกคลุมอยู่อย่างหนาแน่น ทำให้อุทยานแห่งชาติแห่งนี้เป็นแหล่งต้นน้ำของลำห้วยหลายสายและเกิดน้ำตกสวย งามหลายแห่งภายในพื้นที่ อุทยานแห่งชาติขุนพะวอมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 137,500 ไร่ หรือ 220 ตารางกิโลเมตร อยู่ในอำเภอแม่สอด และอำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก
 ที่่มา : http://www.dnp.go.th/parkreserve/asp/style2/default.asp?npid=217&lg=1
อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช
          เดิมมีชื่อว่า “อุทยานแห่งชาติต้นกระบากใหญ่” เนื่องจากมีต้นกระบากที่ใหญ่สุดในประเทศไทยเท่าที่สำรวจพบในขณะนี้ มีต้นไม้ขนาดใหญ่ประมาณสิบคนโอบอยู่ต้นหนึ่ง และมีสะพานหินที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เมื่อได้ไปสำรวจพบเห็นว่า ลักษณะทางธรรมชาติซึ่งมีความโดดเด่น ได้แก่ ต้นกระบากใหญ่ สะพานหินธรรมชาติ น้ำตกห้วยหอย น้ำตกแม่ย่าป้า มีสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ มีน้ำไหลตลอดทั้งปี และมีสัตว์ป่าที่ชุกชุม

อุทยานแห่งชาติลานสาง
อุทยานแห่งชาติลานสาง.png                    มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอเมือง จังหวัดตาก มีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์ด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด เป็นป่าต้นน้ำลำธาร มีสัตว์ป่าชุกชุม และมีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติ ทิวทัศน์ที่สวยงามร่มรื่น เช่น น้ำตกที่งดงามหลายแห่ง ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันทั่วไป คือ “น้ำตกลานสาง” เหมาะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจเป็นอย่างยิ่ง อุทยานแห่งชาติลานสาง มีเนื้อที่ประมาณ 65,000 ไร่ หรือ 104 ตารางกิโลเมตร
วัดพระพุทธบาทดอยโล้น.jpg
          สมเด็จมหาสากยะมุณีศรีสรรเพชร เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่มีพุทธลักษณะงดงามหน้าตักกว้าง 20 เมตร สูง 38 เมตร รอยพระพุทธบาทตั้งอยู่บนยอดเขาสูงมีมณฑปสร้างครอบไว้ในบริเวณเดียวกันยังมีบ่อน้ำธรรมชาติที่ชาวบ้านถือว่าเป็นบ่อน้ำทิพย์ เมื่อถึงเดือนเมษายนของทุกปี ช่วงหลังประเพณีสงกรานต์ชาวบ้านจะจัดประเพณีขึ้นเขาไหว้รอยพระพุทธบาท
พระธาตุแก่งสร้อย
วัดพระธาตุแก่งสร้อย.jpg
          เป็นวัดเก่าแก่ที่คงสภาพที่สมบูรณ์ มีตำนานเล่าว่า ก่อนนี้เป็นเมืองอุดม เป็นที่ราบกว้างใหญ่ พระยาอุตุม จึงได้สร้างเมืองขึ้น ประกอบกับมีชุมชนอาศัยอยู่ริมน้ำเป็นจำนวนมาก ในครั้งพุทธกาล พระพุทธเจ้าเสด็จผ่านได้แวะพัก ชาวบ้านชาวลั๊วทราบข่าว จึงได้นำ ดอกไม้ และอาหารมาถวาย ซึ่งดอกไม้บริเวณนั้นส่วนใหญ่จะเป็น ดอกสร้อย และพุทธองค์ได้นำพระเกศาให้ไว้ จึงได้สร้างเจดีย์บรรจุไว้ ซึ่งเรียก ว่าพระธาตุแก่งสร้อยมาจนถึงปัจจุบัน
พระพุทธบาทเขาหนาม
พระพุทธบาทเขาหนาม
           สำหรับวัดพระพุทธบาทเขาหนามแห่งนี้ ในอดีตไม่ได้เป็นวัด มีแต่รอยพระพุทธบาทประดิษฐานอยู่บนยอดเขาเท่านั้น ผู้คนทั่วไปมิอาจปืนขึ้นมาสักการะได้ เพราะอยู่สูงจากแผ่นดินปกติมาก สำหรับเขาลูกนี้ที่ได้ชื่อว่าเขาหนามก็เพราะว่า มีลักษณะแหลมเหมือนหนามและสูงเทียมดอย
ถ้ำโยคี
           ถ้ำโยคี.jpg
          เป็นถ้ำที่ถูกปิดมานานเพิ่งค้นพบปากถ้ำ ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยที่สวยงาม โดยมีเรื่องเล่ากันมาก่อน ว่ามีฤาษีมาอยู่ในสมัยก่อน และมีชุมชนป่าคาอยู่ใกล้กัน จากการสำรวจก็ได้พบรอยพระบาทเล็ก ๆ อยู่ด้านบนเหนือถ้ำ จึงได้สร้างวิหารน้อยครอบไว้
เกาะวาเลนไทน์        เกาะวาเลนไทน์
          เดิมคือดอยลาน เนื่องจากมีต้นลานเป็นจำนวนมาก เมื่อถูกน้ำท่วมก็ตายลง ปัจจุบันคงเหลืออยู่บ้างประปราย มักมีนักท่องเที่ยวมาเป็นประจำ เพราะมีหาดทรายขาวในช่วงน้ำลดจะสวยงามมาก สามารถลงเล่นน้ำได้ ช่วงหลังได้มีศูนย์ท่องเที่ยวเพื่อการศึกษา (ทศท) ได้มาช่วงวันวาเลนไทน์ จึงได้ขนานนามว่า"เกาะวาเลนไทน์" และคณะอื่น ๆ อย่างเช่น คณะของคุณดำรงค์ พุฒตาล ก็ได้มาเยี่ยมชม และได้นำกลับไปลงตีพิมพ์ในหนังสือคู่สร้างคู่สม จึงทำให้เกาะวาเลนไทน์เป็นชื่อเรียกติดปากผู้คนมาทุกวันนี้ และมักมาพักค้างแรมกันมากขึ้น 

วัดดอนแก้ว
วัดดอนแก้ว.jpg
          "พระพุทธรูปหินอ่อน" วัดดอนแก้ว อ.แม่ระมาด จ.ตาก เป็นพระพุทธรูปหินอ่อน ปางมารวิชัย แกะสลักด้วยหินอ่อน ขนาดหน้าตักกว้าง 1.30 เมตร สูงจากพระแท่นฐานถึงรัศมี 1.60 เมตร ศิลปะแบบพม่า 
           เป็นพระพุทธรูปหินอ่อนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งได้อัญเชิญมาจากประเทศพม่าเมื่อเดือนเมษายน พุทธศักราช 2546 นับเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนชาวจังหวัดตาก และชาวจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงชาวพม่าให้ความเลื่อมใสศรัทธา ประดิษฐานอยู่ในอุโบสถวัดดอนแก้ว 
 
วัดสีตลาราม
วัดสีตลาราม.jpg
          วัดสีตลารามเป็นวัดเก่า มีบรรยากาศร่มรื่น มีต้นไม้ใหญ่มากมายเป็นวัดที่มีกุฏิพระ และโบสถ์สร้างตามศิลปะยุโรป แม้แต่อาคารเรือนไม้เก่าแก่ในวัดก็เช่นกัน ต่อมาพระอุโบสถถูกไฟไหม้จึงสร้างขึ้นใหม่ หน้าอุโบสถมีวิหารคตสร้างด้วยไม้แกะสลักลวดลายภายในประดิษฐานพระพุทธรูปสมัยอยุธยา
ตลาดริมเมย
          เป็นชุมชนบริเวณริมฝั่งแม่น้ำเมยในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ตรงข้ามกับอำเภอเมียวดีของสหภาพพม่า เป็นตลาดค้าขายสินค้าพื้นเมืองมากมายทั้งของไทย และสหภาพพม่า เช่น  หน่อไม้แห้ง ปลาแห้ง ปลาหัวยุ่ง เห็ดหอม ถั่ว เครื่องหนัง ผ้าซาติน ฯลฯ นอกจากนี้ยังเป็นตลาดการค้าอัญมณี เช่น หยก ทับทิม และ พลอยสีที่มาจากสหภาพพม่า การเดินทาง สามารถขึ้นรถสองแถวจากตลาดอำเภอแม่สอดไปตลาดริมเมยทุกวัน
ตลาดมูเซอ
ตลาดมูเซอ.jpg          ร้านขายผลิตผลของชาวไทยภูเขา ตั้งอยู่ริมทางสายตาก-แม่สอด (ทางหลวง ๑๐๕ ) บริเวณกิโลเมตรที่ ๒๙ ผลิตผลที่ชาวไทยภูเขานำมาขายได้แก่ พืชผลต่าง ๆ ที่เพราะปลูกได้ จะเริ่มขายตั้งแต่เช้าถึงเวลาบ่าย
ตรอกบ้านจีน
ตรอกบ้านจีน.jpg
          "ตรอกบ้านจีน" ตั้งอยู่ที่ถนนตากสิน ใกล้วัดสีตลาราม ตำบลระแหง เป็นชุมชนการค้าขายที่รุ่งเรืองมากในอดีต โดยมีชาวจีนชื่อ "จีนเต็ง" ซึ่งอพยพเข้ามาอยู่ กรุงเทพฯ มาทำการค้าขายไปถึงเชียงใหม่ และได้ขยายกิจการลงมาถึงเมืองตาก ปัจจุบันบ้านจีนจึงเหลือแต่บ้านเก่าๆ ซึ่งยังคงลักษณะของสถาปัตยกรรมเดิมไว้ค่อนข้างสมบูรณ์ เหมาะสำหรับเดินทางเที่ยวชมสภาพบ้านเรือนโดยรอบและวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของชุมชนตรอกบ้านจีน
ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ศาลสมเด็จพระนเรศวร.jpg
           ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อยู่ตรงข้ามสนามกีฬาเทศบาลแม่สอด สร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2545 เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ครั้นเมื่อพระนเรศวรทรงประกาศอิสรภาพ ณ เมืองแกลง ประเทศสหภาพเมียนมาร์ โดยเสด็จผ่านด่านแม่ละเมา อ.แม่สอดเป็นแห่งแรก
 พระธาตุหินกิ่ว
พระธาตุหินกิ่ว.jpg
             ตั้งอยุ่ที่บ้านวังตะเคียน หมู่ที่ 5 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก  วัดพระธาตุหินกิ่วดอยดินจี่มีพระธาตุประดิษฐานอยู่ในสถูปเจดีย์ชาวบ้านเรียกว่า "พญาล่อง" ตั้งอยู่บนภูเขา ลักษณะเป็นเจดีย์ทรงมอญขนาดเล็ก สร้างไว้บนก้อนหินด้วยแรงศรัทธาในพระพุทธศาสนา เป็นความมหัศจรรย์จากธรรมชาติ  ลักษณะเป็นก้อนหินขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนชะง่อนผากิ่วคอดเหมือนจะขาดออกจากกัน ชาวบ้านเรียกหินมหัศจรรย์นี้ว่า "เจดีย์หินพระอินทร์แขวน" สิ่งศักดิ์สิทธิ์ 7 อย่าง ๑. พระพุทธรูปพระพักตร์งามภายในถ้ำฆ้องถ้ำกลอง  ๒. พระธาตุหินกิ่ว (พระธาตุหินพระอินทร์แขวน)  ๓. เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ  ๔. รอยเท้าพระอรหันต์ หรือรอยเท้าคนมีบุญ  ๕. พระพุทธรูปปางลีลา  ๖. เมืองลับแล  ๗. เรือโบราณ 200 ปี
วัดโพธิคุณ
วัดโพธิคุณ.jpg
           อุโบสถและศาลาการเปรียญเป็นสถาปัตยกรรมซึ่งมีศิลปะงดงาม  พร้อมทั้งจัดอาณาบริเวณอันเป็นพุทธสถานไว้อย่างกลมกลืนกับธรรมชาติ  เป็นดังการเนรมิตของพระวิษณุ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตาก ดอยมูเซอ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตาก ดอยมูเซอ.jpg
          ตั้งอยู่หมู่บ้านมูเซอ เลขที่ 65 หมู่ 6 ตำบลแม่ท้อ อำเภอเมือง จังหวัดตาก ตลอดเส้นทางเข้าไปยังศูนย์วิจัยจะมีทิวสนสีเขียวปลูกเป็นทิวยาวเกือบตลอดทาง ด้านในศูนย์วิจัย ฯ มีเรือนรับรองสำหรับการสัมนา หรือตั้งแคมป์เพื่อสัมผัสอากาศหนาว หรือท่องเที่ยวเชิงเกษตรอนุรักษ์ และยังมีโรงกล้วยไม้ และโรงปลูกต้นกาแฟอีกด้วย
ดอยพาวี

ดอยพาวี.jpg
          ดอยพาวี หรือ ดอยพะวี มีความสูง 1,920 เมตร จากระดับน้ำทะเล ซึ่งสูงและมีทัศนียภาพที่งดงามกว่าดอยมะม่วงสามหมื่นที่มีน้ำตกเปโต๊ะลอซูเป็นจุดขาย “ดอยพาวี” โดดเด่นด้วยทิวทัศน์สันเขา ยอดดอยแหลม พืชพันธุ์ที่แปลกหายาก พร้อมชมวิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยงฤๅษี ที่นับวันยิ่งหาดูได้ยากเช่นกัน การเดินเท้ามายังยอดดอยแห่งนี้ ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ถือว่ากำลังพอเหมาะ ถ้ามาหน้าหนาวรับรองยิ่งฟินฮะ
 ขอบคุณภาพจาก : www.facebook.com/ChillDTravel
ขอบคุณข้อมูลจาก : pantip.com/topic/34043217
กาดนั่งยอง คล้องย่าม ถนนคนเดินริมแม่น้ำปิงเมืองตาก

กาดนั่งยอง คล้องย่าม.jpg
           นับเป็นถนนคนเดินแห่งใหม่ที่เกิดขึ้นในตัวเมืองตาก ท่ามกลางบรรยากาศริมแม่น้ำปิงตลอดความยาวหลายร้อยเมตรรวมอาหารคาวหวาน ของใช้ ของฝาก ของที่ระลึก มากมายหลากหลายให้เลือกช้อปยามเย็น บริเวณหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดตาก บรรยากาศดีอย่าบอกใคร อาหารการกินมากมายหลายรายการคิดค้นกันขึ้นมาให้แปลกแหวกแนวไม่เหมือนที่อื่น เป็นเมนูใหม่ รูปแบบใหม่ ถูกใจนักชิมทั้งชาวไทยและต่างชาติ เปิดให้เลือกช้อปทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ไม่ไกลจากศาลพระเจ้าตากสินมหาราช

อ้างอิง : th.wikipedia.org/wiki/จังหวัดตาก

                     www.tak.go.th

                     http://www.painaidii.com/

                     http://www.dnp.go.th

                     http://travel.kapook.com

                     http://travel.mthai.com

                     www.touronthai.com

10 ร้านสุดเด็ดเมืองตาก

      1.ข้าวเม่า ข้าวฟ่าง ตาก
ข้อมูล : ข้าวเม่า ข้าวฟ่างร้านอาหารที่มีชื่อเสียงอย่างมากในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยร้านมีความสวยงามสร้างได้โดดเด่นภายใต้การเนรมิตป่าฝนอันอุดมสมบูรณ์ มาสร้างสรรค์ในบรรยากาศป่าในจินตนาการตกแต่งด้วยพรรณไม้นานาชนิด รวมไปถึงน้ำตกขนาดใหญ่ ผสมผสานกับความกลมกลืนของมวลไม้ป่าธรรมชาติได้อย่างลงตัว ให้บรรยากาศร่มรื่นสบาย พรั่งพร้อมด้วยอาหารไทย อาหารพื้นบ้านตามฤดูกาล และ เมนูผักสดอร่อยที่นำมาปรุงแต่งรสชาติอย่างพิถีพิถัน บริการอันเป็นเลิศ เปี่ยมด้วยอัธยาศัยไมตรี สร้างความสุขอันเต็มอิ่มแด่ลูกค้าผู้มาเยือน เชิญสัมผัสบรรยากาศและลิ้มลองอาหารเลิศรสได้ทุกวัน
ที่ตั้ง : 382 หมู่9 ถนนแม่สอด-แม่ระมาด ตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด ตาก
โทรศัพท์ : 055-532483
เวลาเปิด-ปิด : มื้อกลางวัน : 11.00 น. - 15.00 น. //มื้อเย็น : 17.00 น. - 22.00 น
การเดินทาง : ใช้เส้นทางถนนแม่สอด-แม่ระมาด ตรงไปประมาณ 2 กิโลเมตรก่อนถึงทางแยกไปอำเภอแม่ระมาด จะเห็นร้านข้าวเม่าข้าวฟ่างอยู่ด้านซ้ายมือ
  1. ขนมจีนขยุ้ม ร้านคุณน้อย
ข้อมูล : ขนมจีนขยุ้ม ร้านคุณน้อยร้านอร่อย แบบฉบับสูตรป้าน้อยสไตล์ขนมจีนขยุ้มด้วยมือ ร้านตั้งอยู่บนถนนสายเอเซีย อำเภอแม่สอด จังหวัดหวัดตาก เป็นร้านขายขนมจีน มีน้ำยาให้ได้เลือกลิ้มรสหลายอย่างทั้ง น้ำยากระทิ น้ำยาป่า น้ำพริก น้ำเงี้ยว อีกทั้งยังมีเมนูอาหารตามสั่งอีกมากมาย บรรยากาศในร้านมีให้เลือกนั่งได้หลายโซนไม่ว่าจะโซนโอเพ่นแอร์ และห้องปรับอากาศเย็นสบาย
ที่ตั้ง : 59/9 ถนนสายเอเชีย ซอยร่วมใจ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก 63110
โทรศัพท์ : 055-533-916
เวลาเปิด-ปิด : 9.00 - 17.00 น
การเดินทาง : ใช้ถนนสายเอเชีย จากตัวเมืองตาก ให้ตรงไปอำเภอแม่สอด ก่อนถึงร้านให้สังเกตสถานีวิทยุเอเอ็ม
เมนูนี้แนะนำ : ขนมจีน, น้ำยากระทิ, น้ำยาป่า, น้ำเงี้ยว, น้ำพริก, ไก่ทอด
  1. ชิดชล ตาก

ชิดชล ตาก.jpg

ข้อมูล : ชิดชล ร้านอร่อยริมน้ำ ร้านบรรยากาศดีน่านั่งสามารถมองเห็นวิวสะพานยาวข้ามแม่น้ำปิงสวยงาม ร่มรื่นและเป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังมีเมนูหลากหลายให้ได้เลือกลิ้มลอง ทุกเมนูล้วนปรุงมาจากเชฟสุดยอดฝีมือ แถมการบริการก็ยังเป็นกันเองจนน่าประทับใจ
ที่ตั้ง : 276/16 ถนนไทยชนะ ตำบลเชียงเงิน อำเภอเมืองตาก
โทรศัพท์ : 055-512-366
เวลาเปิด-ปิด : 10.00-22.00น.
การเดินทาง : ใช้ถนนไทยชนะ ตรงไปบริเวณเชิงสะพานกิตติขจร จะเห็นร้านชิดชลอยู่ขวามือ ติดกับแม่น้ำฝั่งในเมือง บนถนนไทยชนะ
เมนูนี้แนะนำ : กระดูกหมูอ่อนผัดพริก, ผักกรูดผัดน้ำมันหอย, ต้มยำปลาคัง, ไก่ทอดหมี่กรอบ
  1. ไอยราวดี ตาก
ข้อมูล : ไอยราวดี ร้านอาหารตั้งอยู่ริมแม่น้ำปิง ภายในตกแต่งแบบเล่นระดับ มีที่นั่งให้ลูกค้าเลือกนั่งได้หลากหลายมุม โดยทุกมุมสามารถสัมผัสได้กับบรรยากาศร้านอาหารริมน้ำทั้งสิ้น บริเวณทางเดินเข้าร้านและหน้าร้านร่มรื่นด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ ช่วงค่ำภายในร้านจะดูโรแมนติกด้วยแสงสีจากโคมไฟ
ที่ตั้ง : หมู่ 7 4/4 ตำบล ป่ามะม่วง อำเภอเมืองตาก จังหวัด ตาก 63000
โทรศัพท์ : 055-558-013
เวลาเปิด-ปิด : 17.00-22.00น.
การเดินทาง : จากตัวเมืองตาก ตรงมาทางสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน ข้ามสะพานมาประมาณ 100 เมตรให้เลี้ยวขวา ประมาณ 1 กิโลเมตร เข้าถนนเจดีย์ยุทธหัตถี ร้านอาหารไอยราวดีอยู่ด้านขวามือ ติดแม่น้ำปิง
เมนูแนะนำ : ขาหมูไอยราวดี, ไส้กรอกรวม, สเต็กหมูจิ้มแจ่ว, ต้มยำปลาเก๋า, ปลาทับทิมทอด
  1. บ้านเคียงน้ำ ตาก
ข้อมูล : บ้านเคียงน้ำ ร้านอาหารบรรยากาศร่มรื่นสดชื่นท่ามกลางธรรมชาติทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายเมื่อเข้ามาทานอาหารที่ร้าน โดดเด่นด้วยเรื่องรสชาติที่พิถีพิถันในการปรุง ใช้วัถุดิบชั้นดี ที่สำคัญราคาประหยัด
ที่ตั้ง : ถนนแยกทางหลวงหมายเลข 1 (ตาก) - เจดีย์ยุทธหัตถี ตำบลป่ามะม่วง อำเภอเมืองตาก ตาก 63000
โทรศัพท์ : 0-5589-4069
เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 10.00 - 22.00 น.
การเดินทาง : ถึงตัวเมืองตากใช้ถนนข้ามสะพานกิตติขจรตรงเข้าไปประมาณ 200 เมตร ให้เลี้ยวซ้ายจากนั้นจะมีป้ายบอกตลอดทาง ร้านอาหารบ้านเคียงน้ำจะตั้งอยู่ฝั่งขวามือติดกับแม่น้ำปิง
เมนูนี้แนะนำ : เมนูอร่อยหลากหลายทำตามสั่ง
  1. สวนอาหารกวางตุ้ง ตาก
ข้อมูล : สวนอาหารกวางตุ้ง เปิดมาแล้วมากกว่า 30 ปี ในปัจจุบันตกแต่งร้านบรรยากาศสไตล์เหมือนได้มาเยือนเมืองจีน สัมผัสบรรยากาศเมืองจีนได้ที่นี่ที่เดียว ร้านใหญ่ที่จอดรถกว้างขวาง สามารถรองรับนักท่องเที่ยว และทัวร์ได้เป็นจำนวนมาก ภายในร้านมีทั้งหมด 40 กว่าโต๊ะ มีห้องVIP แบบ12ท่านโต๊ะอาหารหมุนได้ มีห้องจัดงานเลี้ยง งานแต่งงาน จำนวน 30-35โต๊ะ การบริการแสนประทับใจ อาหารสะอาดถูกหลักอนามัยคัดสรรวัตถุดิบชั้นดี และห้องครัวใหญ่ที่สุดในแม่สอด
ที่ตั้ง : 43/11 ถ.ราษฎร์อุทิศ ต.แม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก 63110
โทรศัพท์ : 055-532-030, 055-533-179
เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน
การเดินทาง : ใช้ถนนศรีพานิช ตรงมาเรื่อยๆ จะพบซอยของโรงแรมพรเทพ เลี้ยวซ้ายเข้าไปในซอยจะพบร้านอาหารกวางตุ้งอยู่ด้านซ้ายมือ
เมนูนี้แนะนำ : ปลาเมยนึ่งซีอิ้ว , พริกหยวกยัดไส้, สาหร่ายห่อกุ้งทอด, แพะตุ๋นน้ำแดง , กุ้งผัดซอส xo
  1. พรชัย ตาก
ข้อมูล : ร้านพรชัย สาขา 2 ร้านอร่อยเด็ดเจ้าดังตั้งอยู่ริมแม่น้ำเมย ภายในร้านบรรยากาศดี ตกแต่งเรียบง่าย ให้บริการแบบเป็นกันเอง ด้วยความที่เปิดมานานจนเป็นที่รู้จัก ไม่ว่านักท่องเที่ยวจากไหนเป็นต้องแวะที่นี่ทุกรายไป
ที่ตั้ง : 310 ถนนริมเมย ท่าสายลวด แม่สอด ตาก 63110
โทรศัพท์ : 055-563-008
เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน
การเดินทาง : ใช้ถนนริมเมย ร้านอาหารพรชัยสาขาริมเมย สังเกตุร้านตั้งอยู่ติดกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
เมนูนี้แนะนำ : หลากหลายเมนูตามสั่ง
  1. ครัวชิดวนา ตาก

ครัวชิดวนา ตาก.jpg

ข้อมูล : ครัวชิดวนา ร้านหมูกระทะเจ้าดังของอำเภอแม่สอด โดดเด่นด้วยเมนูปิ้งย่างสไตล์หมูกระทะ หลากหลายเมนูปิ้งย่างไม่ว่าจะบรรดาเนื้อหมูต่างๆ เมนูซีฟู้ดสุดพิเศษ ทุกอย่างสดใหม่คุณภาพดี พร้อมน้ำจิ้มสดใหม่รสชาติสูตรเด็ดไม่เหมือนใคร ร้านโปร่งโล่งสบาย ตกแต่งเรียบง่าย เน้นการบริการแบบเป็นกันเอง
ที่ตั้ง : 142 ถนนชิดวนา อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก
โทรศัพท์ : 055-532-614
เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน
การเดินทาง : ใช้ถนนชิดวนาตรงไป สังเกตร้านตั้งอยู่ ตรงข้ามการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอแม่สอด
เมนูนี้แนะนำ : หมูกระทะ พร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด
  1. ศุภาแหนมเนือง ตาก
ข้อมูล : ศุภาแหนมเนือง ร้านอาหารเวียดนามสุดอร่อย ที่ให้คุณได้อิ่มอร่อยกับอาหารคุณภาพหลากหลายรสชาติดีทั้งไทย เวียดนาม บรรยากาศดี ที่ศุภาแหนมเนือง สนุกสนานกับคาราโอเกะสุดมันส์ มีทั้งห้องรวมและห้อง VIP ราคาไม่แพง มีที่ให้เลือกนั่งได้หลายโซน การบริการดี่เยี่ยมจนน่าประทับใจ
ที่ตั้ง : 171/1 ตำบลไม้งาม อำเภอเมือง จังหวัดตาก
โทรศัพท์ : 055-541-266 , 091-838-8935
เวลาเปิด-ปิด : 9:30 - 20:00น.
การเดินทาง : ใช้ถนนตรงไปทางตำบลไม้งาม
เมนูนี้แนะนำ : แหนมเนือง, หมูยอเอ็นแก้ว, เบื้องญวน
  1. นฤมลแหนมเนือง ตาก
ข้อมูล : นฤมลแหนมเนือง ร้านอาหารเวียดนาม จังหวัดตาก ได้รับเกียรติบัตรของสำนักงานสาธารณสุขออกให้โดยกระทรวงสาธารณสุข (Clean Food Good Taste) บรรยากาศเย็นสบายติดแม่น้ำปิง มีเมนูอาหารเวียดนามหลากหลายให้เลือกชิม ทุกเมนู ใหม่ สด สะอาด
ที่ตั้ง : 220/1 ถนนไทยชนะ ตำบลระแหง อำเภอเมือง จังหวัดตาก
โทรศัพท์ : 055-515-134
เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน 10.30 - 14.30 น.
การเดินทาง : ใช้ถนนไทยชนะตรงเข้าไปทางเข้าตำบลระแหง
เมนูนี้แนะนำ : กระดูกอ่อนสาวญวณ, กุ้งพันอ้อย,ไก่ทอดเกลือ, และข้าวคลุกแหนม

อ้างอิง : http://www.painaidii.com/

ติดตามรายละเอียดได้ที่ …..http://www.ophconsultant.com/blog/travel/tak.php

เยือนถิ่นจันทบูร

จังหวัดจันทบุรี สภาพภูมิประเทศประกอบไปด้วยป่าไม้ ภูเขา ที่ราบสูง ที่ราบลุ่มน้ำ และที่ราบชายฝั่งทะเล อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 245 กิโลเมตร จันทบุรีเป็นเมืองที่มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน ส่งผลให้มีแหล่งท่องเที่ยวทั้งทางธรรมชาติ ทางวัฒนธรรมหลายแห่ง และมีอาหารการกินอุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย จึงกล่าวได้ว่า “เมืองจันทบุรีเป็นเมืองแห่งความสุข ที่สามารถสัมผัสได้ตลอดทั้งปี”

เสน่ห์ของวันวานที่ย่านท่าหลวง

ชุมชนริมน้ำจันทบูร ย่านท่าหลวงในอดีตราว 100 ปีขึ้นไป มีความเจริญรุ่งเรืองมาก เป็นแหล่งศูนย์กลางการค้าของเมืองจันทบูร มีท่าเทียบจอดเรือค้าขายหลายแห่งถนนสายแรกที่สร้างขึ้นคือ ถนนริมน้ำ หรือถนนสุขาภิบาล ชุมชนริมน้ำเริ่มต้นจากหัวถนนสุขาภิบาลคือ ย่านท่าหลวง

  • บ้านขุนอนุสรสมบัติ (ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนริมน้ำจันทบุรี)

บ้านขุนอนุสรสมบัติ

เป็นบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ สถาปัตยกรรมผสมผสาน อายุเก่าแก่กว่า 100 โดย พ.อ.หญิงบุญพริ้ม ปฏิรูปานุสร อนุญาตให้ใช้เป็นสถานที่ตั้งบ้านเรียนรู้ชุมชนริมน้ำจันทบูร ปัจจุบันภายในบ้านจัดแสดงเรื่องราวประวัติความเป็นมาของชุมชนริมน้ำจันทบูร นิทรรศการภาพถ่าย วิดีทัศน์ เป็นแหล่งรวบรวมและเผยแพร่ความรู้ของชุมชนให้แก่เยาวชน นักท่องเที่ยว และใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมต่างๆ ของชุมชน เปิดให้เข้าชมทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์เวลา 09.30 – 17.00 น.

ที่อยู่  : 1 ตรอกสุขาภิบาล ถ.สุขาภิบาล เมือง จันทบุรี โทร 081 945 5761

  • บ้านขุนบูรพาภิผล

บ้านขุนบูรพาภิผล

เป็นบ้านตึกทรงยุโรปเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี เดิมมี 2 หลัง ด้านหน้าเป็นตึกทรงยุโรป ด้านหลังเป็นเรือนไม้ทรงไทยติดแม่น้ำจันทบุรี ในอดีตบ้านนี้เป็นโรงพิมพ์ชื่อว่า “พานิชเจริญศรี” ปัจจุบันลูกหลานประกอบอาชีพขายขนมไข่ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในเมืองจันทบุรี นิยมเรียกกันว่า “ขนมไข่ป้าไต๊”

ที่อยู่ บ้านเลขที่ 90 ถนนสุขาภิบาล เมือง จันทบุรี

  • บ้านหลวงประกอบนิติสาร

บ้านหลวงประกอบนิติสาร

มีอายุมากกว่า 100 ปี แบ่งเป็น 2 ตอน ตอนหน้าเป็นสถาปัตยกรรมแบบตึกจีนอยู่ติดถนนสุขาภิบาล ตอนหลังเป็นเรือนไทยติดแม่น้ำ ศิลปกรรมแบบผสมผสานทั้งจีน ไทยใหญ่ ฝรั่งเศส และไทยดั้งเดิม ภายในบ้านหลวงประกอบนิติสารมีงานศิลปะประกอบสถาปัตยกรรมที่งดงามอยู่มาก เช่น ลูกกรงเหล็กหล่อ ชายคาสังกะสีและช่องลมไม้สลักลาย จึงมักจะได้รับเลือกให้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์และโฆษณาหลายเรื่อง

  • บ้านหลวงราชไมตรี

บ้านราชไมตรี

เป็นบ้านเก่าแก่ในย่านชุมชนริมน้ำจันทบูรมี 2 หลัง คือ เรือนไม้สักทองริมแม่น้ำจันทบุรีซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบไทย และเรือนตึกซึ่งเป็นอาคารปูนเป็นสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม มีถนนสุขาภิบาลคั่นกลาง หลวงราชไมตรี (ปูม ปุณศรี) ได้รับการยกย่องให้เป็น “บิดาแห่งยางพาราภาคตะวันออก” มีอายุระหว่าง พ.ศ. 2419 – 2499 (ร.5 – ร.9) รวมสิริอายุ 80 ปี  ในบริเวณบ้านสวนราชไมตรีมีโรงงานแปรรูปยางพาราแห่งแรกของภาคตะวันออก ซึ่งยังคงเก็บรักษาอุปกรณ์ที่ใช้ในการแปรรูปยางพาราในอดีตไว้ด้วย ภายหลังจึงก่อตั้งบริษัทแปรรูปยางพารา ซึ่งปัจจุบันมีชื่อว่า บริษัท “ปุณศรี จำกัด” ปัจจุบัน บ้านหลวงราชไมตรีได้รับการบูรณะ และดัดแปลงเป็นที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวในสไตล์บ้านอนุรักษ์

ที่อยู่ 252 ถ.สุขาภิบาล ต.วัดใหม่ อ.เมือง จ.จันทบุรี

  • ศาลเจ้าที่ตลาดล่าง

ศาลเจ้าตลาดล่าง

องค์เจ้าที่ตลาดล่าง หรือ องค์ “เจียวตี้เอี๊ยกง” เป็นที่นับถือของผู้คนในย่านเมืองจันท์มาช้านาน มีประวัติยาวนานเกินร้อยปีแล้ว องค์เทพเจ้าที่ช่วยปกปักรักษาย่านชุมชนแห่งนี้ ซึ่งประกอบด้วย องค์ “เจียวตี้เอี้ย” องค์เจ้าที่ตลาดล่าง ซึ่งบันดาลโชคลาภ และความสุข องค์ “เอี่ยมกวงไต้ตี่” เทพเจ้าผู้คุมไฟ องค์ “ฮกเต็กเล่าเอี๊ย” เทพเจ้าแห่งบุญวาสนา และคุมดวงชะตา  “บุคคลใดมาสักการะบูชาศาลเจ้าที่ตลาดล่าง บุคคลนั้น จะมีแต่ความสุข สวัสดี สมปรารถนา ตลอดไป”

ที่อยู่ ตลาดล่างชุมชนริมน้ำจันทบูร ถ.สุขาภิบาล ต.วัดใหม่ อ.เมือง จ.จันทบุรี

  • บ้านพระยาวิชยาธิบดี (แบน บุนนาค)

บ้านพระยาวิชยาธิบดี (แบน บุนนาค)

พระยาวิชยาธิบดี (แบน บุนนาค) เข้ารับราชการในสมัยรัชกาลที่ 5 ตำแหน่งรักษาราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี และอยู่ในตำแหน่งนี้ 12 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2436 – 2447 ระหว่างที่ประเทศฝรั่งเศสยึดครองจังหวัดจันทบุรี ในอดีตเป็นบ้านก่ออิฐถือปูนชั้นเดียว เหนือประตูบานเฟี้ยมหน้าบ้านมีช่องลมไม้ฉลุลายขนมปังขิง ภายในบ้านเป็นโถงโล่ง กลางบ้านยกพื้นสูงประมาณ 1 เมตร ปูด้วยไม้กระดานและกั้นห้องนอน 2 ห้อง ด้านซ้ายและด้านขวา เว้นช่องว่างตรงกลางเป็นประตูสำหรับผ่านไปยังพื้นที่ตัดต่อไปจากตัวบ้าน ซึ่งเป็นลานกว้างสำหรับซักล้างและมีบ่อน้ำ มีเรือนครัวไม้ชั้นเดียวอยู่หลังสุด ปัจจุบันบ้านหลังนี้ชำรุดทรุดโทรมจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้แล้ว คงเหลือให้เห็นแต่ผนังปูนด้านข้าง ประตูและฝาบ้านด้านหน้าที่เหลือไว้ให้คนที่เดินผ่านไปมาเห็นเค้าโครงของสถาปัตยกรรมดั้งเดิม และลวดลายไม้ฉลุที่สวยงามติดประดับไว้เหนือประตูบ้านเพียงเท่านั้น

ที่อยู่ บ้านเลขที่ 90 ถนนสุขาภิบาล เมือง จันทบุรี

  • บ้านหมอชาญ

บ้านหมอชาญ

บ้านหมอชาญเป็นบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ ด้านหน้าเป็นแบบยุโรป อายุเก่าแก่กว่า 100 ปี เดิมบ้านนี้เป็นของคุณตาวิภาค วิชัยยะ อดีตผู้พิพากษาเมืองจันทบุรีในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นพ่อตาของหมอชาญ ปัจจุสานนท์ ต่อมาหมอชาญเปิดบ้านหลังนี้เป็นร้านหมอรักษาโรคด้วยยาตำราหลวง มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก คนทั่วไปจึงเรียกบ้านนี้ว่า “บ้านหมอชาญ” บ้านหมอชาญในปัจจุบันใช้เป็นบ้านอยู่อาศัย และยังคงเก็บรักษาสิ่งของเครื่องใช้โบราณหลายอย่าง เช่น ลวดลายราวบันได เตียง ตู้ และนาฬิกาโบราณ

  • บ้านโภคบาล

บ้านโภคบาล

บ้านโภคบาลเป็นบ้านไม้ตะเคียนทั้งหลัง ลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นแบบจีน แบ่งเป็น 3 เรือน สภาพบ้านในปัจจุบันส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในลักษณะเดิม มีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงบ้างเป็นบางส่วนเนื่องจากประสบภัยน้ำท่วมเป็นประจำและปรับปรุงตามความจำเป็นบางอย่าง ได้แก่ เปลี่ยนพื้นบ้าน ทาสีตกแต่งบ้าน และปรับสภาพพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน ปัจจุบันบ้านโภคบาลใช้เป็นบ้านอยู่อาศัย และเปิดจำหน่ายโปสการ์ด ของที่ระลึกต่างๆ ที่เป็นเอกลักษณ์และสัญญลักษณ์ของชุมชน เพื่อนำรายได้มาใช้จ่ายในการดำเนินงานของชุมชน และยังเป็นศูนย์บริการข้อมูลให้กับนักท่องเที่ยวอีกด้วย

  • โรงเจเทียงเซ็งตึ้ง

โรงเจเทียงเซ็งตึ้ง

โรงเจเทียงเซ็งตึ้งแห่งนี้ในอดีตเรียกชื่อว่า “เป็กแซตึ้ง” มีอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี เดิมเป็นสถานที่หยุดพักของชาวจีนที่เดินทางมาจากโพ้นทะเลก่อนจะเดินทางต่อไปยังที่อื่น และเป็นศาสนสถานของชาวจีนที่เข้ามาสักการะบูชาเจ้าแม่กวนอิม โรงเจเทียงเซ็งตึ้งมีลักษณะเป็นอาคาร 2 หลัง ต่อเนื่องกันด้วยโถงกลาง ด้านหน้าเป็นอาคารไม้ตกแต่งลวดลายฉลุสวยงาม ด้านหลังเป็นอาคารปูน ภายในยังมีพระพุทธรูปโบราณ และแท่นบูชาแบบจีน ปัจจุบันเปิดขายอาหารในเทศกาลกินเจทุกปี

  • บ้านไมตรีพานิช

บ้านไมตรีพานิช

ตั้งอยู่ย่านตลาดล่างในชุมชนริมน้ำจันทบูร เป็นบ้านเก่าแก่อีกหลังหนึ่งที่สะดุดตาผู้ที่เดินผ่านไปมา รถมอเตอร์ไซค์เก่าๆ ที่จอดเรียงรายไว้ติดกับฝาบ้าน และสิ่งของเครื่องใช้ ภาพถ่าย และสิ่งของที่ประดับไว้ที่ข้างฝา ที่เจ้าของบ้านนำมาประดับและจัดแสดงไว้ วิทยุทรานซิสเตอร์โบราณ เทอร์โมมิเตอร์โบราณ ตะเกียงเจ้าพายุ ฯลฯ ที่ทุกชิ้นอยู่ในสภาพที่ยังใช้การได้ดีทั้งสิ้น หลังจากที่เพลิดเพลินกับการชม อย่าลืมอุดหนุนเจ้าของบ้านด้วยการซื้อขนมถุงน้อยๆ ที่ตั้งไว้หน้าบ้าน

  • บ้านฉั่วเซ้งฮวด

บ้านฉั่วเซ้งฮวด

ลักษณะเป็นบ้านตึก 2 ชั้น 4 ประตู โครงสร้างและสถาปัตยกรรมของบ้านยังคงลักษณะเดิมเหมือนเมื่อ 100 ปีกว่ามาแล้ว ฝาผนักบ้านก่อด้วยอิฐโบราณขนาดใหญ่ ซึ่งแต่เดิมบ้านหลังนี้เป็นบ้านเช่าของหลวงราชไมตรีและต่อมาเป็นมรดกตกทอดให้แก่บุตร สภาพของบ้านส่วนใหญ่ยังคงลักษณะเดิม คือ แบ่งส่วนของบ้านเป็น 3 ตอน ตามแบบสถาปัตยกรรมจีน ตอนหน้าสำหรับค้าขาย และอยู่อาศัย ตอนกลางโล่งสำหรับซักล้าง ทำสวนครัว และมีบ่อน้ำ ตอนหลังเป็นครัว มีการเปลี่ยนแปลงสภาพบ้านบ้างตามความจำเป็น จุดเด่นอยู่ที่ช่องลมเหนือประตูทั้ง 4 ช่อง และบานหน้าต่างชั้นบน ภายในบ้านยังมีข้าวของเครื่องใช้ที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตในอดีตอย่างชัดเจน เช่น กลอนประตูไม้ เครื่องชั่งขนาดใหญ่ เตียงไม้ โต๊ะวางของหมุนได้ และสมุนไพรต่างๆ และบ้านนี้ยังเป็นสถานที่หนึ่งในการถ่ายทำละครเรื่อง “ไฟอมตะ” และถ่ายทำภาพยนตร์โฆษณาอีกหลายชิ้น

ที่อยู่ บ้านเลขที่ 267  ถนนสุขาภิบาล เมือง จันทบุรี

  • ร้านสมุนไพรจีน จังกวงอัน

ร้านสมุนไพรจีน จังกวงอัน

จังกวงอัน เป็นร้านขายยาจีนที่มีชื่อเสียงร้านแรก ๆ ในเมืองจันทบุรี มีอายุถึงปัจจุบันมากกว่า 100 ปี โดยอากง นายหยัง แซ่จัง ชาวจีนแคะได้เดินทางมาเมืองจันทบุรี เมื่อตอนอายุประมาณ 20 ปี ปัจจุบัน ร้านจังกวงอันจำหน่ายสมุนไพรไทยควบคู่ไปกับสมุนไพรจีน ส่วนใหญ่ยังคงรักษาสภาพเดิมเหมือนในอดีต มีการเก็บรักษาเครื่องมือและเครื่องใช้ในการค้าขายยาจีน เช่น ตู้ยาโบราณ เครื่องชั่งยา ครกตำยาทองเหลือง มีดหั่นยา ฯลฯ รวมทั้งยังได้ผลิตไอศกรีมกะทิรสมะพร้าวหวานหอมเย็นชื่นใจเพื่อจำหน่ายเพิ่มเติมอีกด้วย ซึ่งมีอยู่แห่งเดียวในเมืองจันทบุรี

  • ร้านปลาริมน้ำ

ร้านปลาริมน้ำ

ร้านปลาริมน้ำ เป็นของนายวิเชียร และนางยงลักษณ์ ประสงค์ธรรม เชื้อสายจีนและเวียดนาม ถือได้ว่าเป็นร้านปลาสวยงามร้านแรกของเมืองจันทบุรี ปี พ.ศ. 2499 ได้เริ่มก่อสร้างบ้านเป็นอาคารปูนผสมไม้ชั้นบน โดยนำบานประตูซึ่งมีลวดลายสลักงดงามอายุร่วม 100 ปี จากบ้านเก่าของญาติมาติดตั้งทั้งชั้นบนและชั้นล่าง และในปี พ.ศ. 2504 เปิดบ้านเป็นโรงกลึง ร้านปลาริมน้ำเริ่มดำเนินธุรกิจในปี พ.ศ. 2510 โดยหาปลาพื้นเมืองในจังหวัด ซึ่งชาวบ้านจะจับมาขายให้ เช่น ปลาพระร่วง ปลากระทะ ปลาปักเป้า แล้วทางร้านรวบรวม ส่งขายลังปลาที่ตลาดนัดสนามหลวง กรุงเทพ ฯ และนำปลาสวยงามจากตลาดนัดสนามหลวงมาขายที่จันทบุรี เมื่อตลาดนัดสนามหลวงปิดตัวลงจึงเปลี่ยนไปรับปลามาจากตลาดจตุจักร ปัจจุบันร้านปลาริมน้ำได้อนุรักษ์และเผยแพร่ความรู้เรื่องพันธุ์ปลาพื้นเมืองที่เคยมีในแม่น้ำจันทบุรี

ที่อยู่ บ้านเลขที่ 137  ถนนสุขาภิบาล เมือง จันทบุรี

  • ร้านจันทบุรีเบเกอรี่

ร้านจันทบุรีเบเกอรี่

บ้านจันทบุรีเบเกอรี่มีลักษณะบ้านเป็นแบบบ้านชาวญวณชั้นเดียว ผนังก่อปูน มีจุดเด่นคือซุ้มประตูลายฉลุไม้ที่มีความละเอียดสวยงามเป็นอย่างมาก ปัจจุบันประกอบกิจการทำขนมปังมานานกว่า 30 ปี

อ้างอิง : http://www.chanthaboon.net/

ชมพลอยสวยเมืองจันท์

  • ศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี

ศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี

เป็นศูนย์แสดงและส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับถาวรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและในเอเชีย มีพื้นที่กว่า 5,000 ตารางเมตร บนเนื้อที่ 8 ไร่ ภายในศูนย์ฯ แห่งนี้ยังเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้เกี่ยวกับอัญมณี ตลอดจนกระบวนการผลิตอัญมณีในขั้นตอนต่างๆ เป็นศูนย์กลางการค้าส่งเสริมธุรกิจอัญมณี และเครื่องประดับของประเทศไทย ที่จัดไว้ในลักษณะของนิทรรศการอีกด้วย พื้นที่โดยรอบมีภูมิทัศน์สวยงามด้วยสวนพันธุ์ไม้ต่างๆ ประดับด้วยงานประติมากรรมไว้อย่างสวยงาม เปิดบริการ 09.00 น. – 17.00 น. ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ

ที่อยู่ 1/29 ถ.มหาราช ต.ตลาด อ.เมือง จ.จันทบุรี 22000 โทรศัพท์ 039 303 118

  • ตลาดพลอย จันทบุรี

ตลาดพลอย จันทบุรี

ตลาดพลอย จันทบุรี เป็นแหล่งศูนย์รวมอัญมณี ซึ่งจะมีในวันศุกร์ และวันเสาร์อาทิตย์ บนถนนตรีรัตน์, ถนนศรีจันท์ ตรอกกระจ่าง ต.จันทนิมิตร อ.เมือง จ.จันทบุรี ตั้งแต่ 09.00 น.ตลาดแห่งนี้ก็จะคึกคักเต็มไปด้วยพ่อค้าแม่ค้า ที่มานำเม็ดพลอยสวยๆ เนื้องามๆ มาเสนอขายให้กับผู้ซื้อรายใหญ่ หรือบรรดานายหน้าพ่อค้าพลอย ซึ่งมีทั้งคนไทยและต่างชาติ

ที่อยู่ ถนนศรีจันทร์ ตำบลวัดใหม่ อำเภอเมือง จันทบุรี

อ้างอิง http://www.chanthaboon.net/

โบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล โบสถ์คริสต์ที่สวยที่สุดในประเทศ

โบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล โบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล โบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล

โบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล จังหวัด จันทบุรี  หรือ อาสนวิหารพระแม่ปฏิสนธินิรมล เป็นโบสถ์ที่มีประวัติการก่อสร้างยาวนานถึง 275 โดยมีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมตะวันตก แบบโกธิค ภายในตกแต่งด้วยกระจกสี ที่เรียกว่า สเตนกลาส เป็นภาพนักบุญต่างๆ หลังจากนั้นได้มีการบูรณะซ่อมแซมมาโดยตลอด โบสถ์ คาทอลิก แห่งนี้เป็น โบสถ์ ขนาดใหญ่ที่มีความเก่าแก่ และกล่าวกันว่า มีความงดงามมากที่สุดในประเทศ ปัจจุบัน มีกำหนดเวลาการเข้าชม โบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล ตามเวลาการถวายมิสซาในวันธรรมดา 2 ครั้ง เวลา 6.00-7.00 น. และ 18.00 – 19.45น. และในวันอาทิตย์ 3 ครั้ง เวลา 6.15 น. 8.30 น. และ 19.00 น. หรือติดต่อล่วงหน้า โทร. (039) 311-578 ให้แต่งกายสำรวมสุภาพ

อ้างอิง : http://travel.mthai.com/

อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ

อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ

ประกอบด้วยภูเขา ทิวทัศน์ที่งดงาม มียอดเขาสูงสุดอยู่ในระดับความสูง 1,000 เมตร มีสภาพธรรมชาติที่สวยงาม เช่น น้ำตกกระทิง และปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่เกี่ยวเนื่องกับตำนานทางพุทธศาสนา โดยเฉพาะในด้านความเชื่อถือทางศาสนาเกี่ยวกับรอยพระพุทธบาทบนยอดเขาคิชฌกูฏ มีเนื้อที่ประมาณ 58.31 ตารางกิโลเมตร หรือ 36,444.05 ไร่ สถานที่น่าสนใจ

  • ยอดเขาพระบาท

ยอดพระบาท

บริเวณยอดเขามีปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่สอดคล้องกับตำนานทางพระพุทธศาสนาได้แก่รอยพระพุทธบาท ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของชาวจันทบุรีและจังหวัดใกล้เคียง สภาพพื้นที่บนยอดเขาพระบาทมีหินรูปร่างแปลกๆ ที่มีตำนานเกี่ยวข้องกัน เช่น หินบาตรคว่ำ ศิลาเจดีย์ ถ้ำฤาษี ลานแข่งรถพระอินทร์ หินรูปเต่าและรูปช้าง ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมของทุกปี ประชาชนหลายหมื่นคนจะเดินทางขึ้นไปนมัสการพระพุทธบาทบนยอดเขาแห่งนี้จนเป็นงานประเพณีที่สำคัญของจังหวัดจันทบุร นอกจากนี้ยอดเขาพระบาทยังมีอากาศเย็นสบายและเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สวยงาม มองเห็นไกลไปถึงชายฝั่งอ่าวไทย ซึ่งในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ฝรั่งเศสซึ่งยึดครองเมืองจันทบุรี ได้ใช้ยอดเขานี้เป็นฐานเพื่อใช้ส่องกล้องดูข้าศึกทางทะเล และทำแผนที่ จึงทำให้ยอดเขานี้มีชื่อเรียกว่า ห้างฝรั่ง หรือเขาส่องกล้อง

  • น้ำตกกระทิง

น้ำตกเขากระทิง

ต้นน้ำเกิดจากเทือกเขาคิชฌกูฎ มีความสูงถึง 13 ชั้น แต่ละชั้นมีความสวยงามแบบต่างๆ กัน และมีแอ่งน้ำใสสะอาดลงเล่นน้ำได้ แต่ละชั้นมีพืชจำพวก มอส เฟิน ขึ้นปกคลุมเต็มทั้งสองข้างลำธาร เขียวชะอุ่ม ชั้นน้ำตกที่สวยงามที่สุด คือ ชั้นที่ 8 และชั้นที่ 9 ซึ่งสายน้ำไหลตกลงมาจากผาสูงชัน ส่งละอองน้ำฟุ้งกระจาย น้ำตกชั้นที่ 10 มีน้ำไหลแรงมากและไม่มีแอ่งน้ำ แต่เป็นจุดชมทิวทัศน์ที่มองเห็นอ่างเก็บน้ำทุ่งเพลและผืนป่าดิบชื้นที่ปกคลุมพื้นที่อย่างหนาแน่น น้ำตกกระทิง อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติเพียง 500 เมตร สามารถพายเรือแคนูชมธรรมชาติรอบอ่างเก็บน้ำหาดกระทิงและน้ำตกกระทิง

  • น้ำตกคลองช้างเซ

น้ำตกคลองช้างเซ

อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 12.5 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่มีหน้าผาสูงชัน มีชั้นน้ำตก 3 ชั้น แต่ละชั้นสูงประมาณ 10 เมตร และมีน้ำไหลตลอดปี บริเวณใกล้ธารน้ำตกมีสถานที่กางเต็นท์พักแรมและเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทางและดูแลความปลอดภัย น้ำตกตั้งอยู่ในหุบเขาบนเส้นทางขึ้นสู่ยอดเขาพระบาท เดินเท้าจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ คก.1 (เขาพระบาท) ระยะทางประมาณ 2.5 กิโลเมตร ช่วงต้นของเส้นทางจะมองเห็นทิวทัศน์ของอ่างเก็บน้ำเขื่อนทุ่งเพล เส้นทางนี้เหมาะสำหรับผู้รักธรรมชาติและการดูนก

  • น้ำตกคลองกระสือ

น้ำตกคลองกระสือ

เป็นธารน้ำตกขนาดใหญ่เหมาะแก่การลงเล่นน้ำและพักผ่อน บรรยากาศสงบร่มรื่น อยู่บริเวณที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ คก.2 (คลองไพบูลย์) ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 8 กิโลเมตร

  • เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ

เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ

มีอยู่หลายเส้นทางซึ่งมีจุดที่น่าสนใจแตกต่างกันออกไป เช่น ในบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติไปน้ำตกกระทิง มีทางเดินศึกษาธรรมชาติ ระยะทาง 800 เมตร และ 4 กิโลเมตร บริเวณน้ำตกคลองช้างเซ ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ

           ที่อยู่  : อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ ต.พลวง อ. กิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ จ. จันทบุรี

โทรศัพท์ 0 3945 2074 โทรสาร 0 3930 9129

           อ้างอิง : http://www.chanthaboon.net/

http://travel.sanook.com/

น้ำตกพลิ้ว

น้ำตกพลิ้ว น้ำตกพลิ้ว น้ำตกพลิ้ว

น้ำตกพลิ้ว ซึ่งเป็นน้ำตกขนาดใหญ่และมีความสวยงาม มีน้ำตลอดปี ประกอบด้วยสายธาร 2 สาย สายหนึ่งไหลลดหลั่นผ่านซอกหินผา อีกสายหนึ่งมีขนาดเล็กกว่า แต่ทิ้งตัวลงมาจากผาสูง 20 เมตร ทั้งสองสายไหลมารวมกันในแอ่งน้ำใสสะอาด มากสามารถมองเห็นพื้นล่างซึ่งส่วนใหญ่เป็นหินและทรายในระดับลึกกว่า 2 เมตร และมีปลาพลวง อยู่ตลอดลำน้ำ พลิ้ว มาจากภาษาชอง ซึ่งแปลว่าทราย หรือหาดทราย เมื่อมาถึงก็จะมีที่จอดรถให้บริการนักท่องเที่ยวอย่างเพียงพอ และก็จะมีร้านค้าที่ขายอาหาร น้ำดื่ม รวมไปถึงถั่วฝักยาวเพื่อเอาไว้ให้ปลากิน ซึ่งราคาคนไทย ผู้ใหญ่ : 40 บาท เด็ก 20 บาท เส้นทางขึ้นน้ำตกจะเป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติของอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ได้จัดทำเส้นทางเอาไว้ เพื่อศึกษาพันธุ์ไม้ต่างๆ เมื่อเดินมาอีกสักนิด เราก็จะเห็นทางแยกไปทางขวา มีลักษณะเป็นเนินเขาจะเป็นบริเวณจุดชมวิว ค่ายพักแรม และสถานที่กางเต๊นท์ ก่อนที่จะไปถึงน้ำตกพลิ้ว เราจะเห็นอนุสรณ์สถาน พิระมิดพระนางเรือล่ม อลงกรณ์เจดีย์ (จุลศิรจุมพฏเจดีย์) และพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี โดยพิระมิดนี้ เป็นสถูปพระนางเรือล่ม พระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 (พ.ศ. 2424) เพื่อเป็นที่ระลึกแก่สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี เมื่อเดินลงมาถึงบริเวณด้านล่าง จะพบกับแอ่งน้ำตกขนาดใหญ่ น้ำใส มีปลามากมาย ปลาชนิดนี้มีชื่อว่า “ปลาพลวงหิน”  ซึ่งนิยมนำถั่วฝักยาวมาโยนให้เป็นอาหาร

ที่อยู่ : ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี ห่างจากจังหวัดจันทบุรีประมาณ 14 กิโลเมตร

ค่าเข้าชม : คนไทย เด็ก 20 บาท ผู้ใหญ่ 40 บาท | ต่างชาติ เด็ก 100 บาท ผู้ใหญ่ 200 บาท

อ้างอิง : http://www.chanjeed.com/

โอเอซิสซีเวิลด์กับการโชว์โลมาแสนรู้

โอเอซิสซีเวิลด์

โอเอซีส ซีเวิลด์ เปิดการแสดงโลมาโชว์ทุกวัน การฝึกโลมาฝึกแบบไทยโดยใช้สัญญาณมือไม่ใช้นกหวีด ซึ่งโลมาสามารถแสดงกิจกรรมเด่น ๆ ในการโชว์กว่า 30 รายการไม่ว่าจะเป็นการลอด 5 ห่วงของน้องเอ การกระโดดสูงที่สวย สง่างาม ของสิงห์สมุทร พุดซ้อน น้องเอกลูกโลมาที่ชอบเตะบอลใบยักษ์และชอบเตะบอลออกนอกบ่อแสดงเพื่อให้ท่าน ผู้ชมได้มีกิจกรรมร่วมและได้เล่นกับน้องเอก การสปินนิ่งโชว์เป็นชุดที่โลมากระโดดขึ้นมาเหนือผิวน้ำและบิดตัวโชว์กลาง อากาศ และปิดท้ายด้วยสกีโลมา ที่ถือเป็นสุดยอดของการแสดงกับการรวมใจเป็นหนึ่งเดียวกันของเทรนเนอร์และ โลมา 2 ชีวิต และพากันสกีโชว์ไปรอบ ๆ สระแสดงที่ท่านผู้ชมหลายท่านการันตีว่าการแสดงที่ โอเอซีส ซีเวิลด์ ไม่ด้อยไปกว่าต่างประเทศเลย

โอเอซีส ซีเวิลด์ เป็นสถานที่เพาะพันธุ์โลมา และการแสดงโลมา 2 สายพันธุ์ไทย นั่นก็คือ โลมาปากขวดหรือโลมาสีชมพู และโลมาหัวบาตรหรือโลมาอิระวดี และนอกจากการแสดงโลมาแล้วนั้นโอเอซีส ซีเวิลด์ก็ยังเปิดบริการให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำกับโลมาด้วย จับได้ สัมผัสได้ ชนิดที่เรียกว่า “เนื้อแนบเนื้อ” กันเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความประทับใจ เป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่เป็น ครั้งหนึ่งในชีวิต

ที่อยู่ : บ.ไทยดอลฟินแนเรียม (โอเอซีส ซีเวิลด์ ) จำกัด 48/2 หมู่ 5 ต.ปากน้ำ ฯ อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี

โทร. 039-499-222 , 039-363-238 Fax :  039-363-239 , 039-499-223

อ้างอิง http://www.chanjeed.com/

ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน

อ่าวคุ้งกระเบน อ่าวคุ้งกระเบน

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริก่อตั้งเมื่อ พุทธศักราช 2524  โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมประมง สำนักงานจังหวัดจันทบุรี กรมที่ดิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร โครงการชลประทานจังหวัดจันทบุรี กรมชลประทาน สำนักนโยบายและสิ่งแวดล้อม กรมป่าไม้ กรมพัฒนาที่ดิน สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด กรมปศุสัตว์ และอื่น ๆ เปิดให้ประชาชนที่สนใจเข้ามาศึกษาสภาพธรรมชาติ ก่อให้เกิดความเข้าใจระบบนิเวศในป่าชายเลน และรู้จักใช้ทรัพยากรเหล่านั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด การเข้าชมเป็นหมู่คณะควรติดต่อล่วงหน้า นอกจากนี้ทางศูนย์ยังมีบริการบ้านพักสำหรับบริการหน่วยงานรัฐที่ไปจัดอบรมสัมมนาด้วยโดยต้องติดต่อล่วงหน้า

  • สะพานเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน (อ่าวคุ้งกระเบน)

อ่าวคุ้งกระเบน

เป็นสะพานทางเดินทอดตัวคดเคี้ยวไปตามแนวป่าชายเลนบริเวณอ่าวคุ้งกระเบน ซึ่งจะผ่านพื้นที่ปลูกป่าชายเลนเดิมที่สมบูรณ์และพื้นที่ฟื้นฟู โดยผสมผสานระหว่างการปลูกป่าและการเลี้ยงปลากะพงขาว ตลอดเส้นทางเดินมีศาลาสื่อความหมายอธิบายให้ทราบถึงประโยชน์ระบบนิเวศวิทยา ห่วงโซ่อาหารในแง่มุมต่างๆ ของป่าชายเลนเส้นทางเดินดังกล่าวมีความยาวประมาณ 1,600 เมตร มีแปลงสาธิตเลี้ยงหอยนางรมแบบแขวนที่ช่วยในการบำบัดน้ำเสีย โดยจะเลี้ยงขวางคลองน้ำทิ้ง เพื่อให้หอยนางรมดักจับกินแพลงตอนที่ปะปนมากับน้ำทิ้งจากบ่อเลี้ยงกุ้ง และปล่อยน้ำดีออกมากับน้ำทิ้งจากบ่อเลี้ยงกุ้ง เป็นการช่วยบำบัดน้ำเสียโดยวิธีธรรมชาติอีกทางหนึ่ง

ที่อยู่ : อ่าวคุ้งกระเบน เลขที่ 31 หมู่ 4 ต.คลองขุด อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี

อ้างอิง : http://www.fisheries.go.th/cf-kung_krabaen

http://www.chanthaboon.net/

สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา

สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา

ดำเนินงานภายใต้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี ได้ปฏิบัติงานจัดหาและรวบรวมพันธุ์สัตว์น้ำทะเลที่น่าสนใจจากท้องถิ่นและพื้นที่ใกล้เคียงนำมาจัดแสดง เพื่อผลทางด้านการศึกษาหาความรู้และการผักผ่อนหย่อนใจแก่ประชาชนผู้สนใจ โดยไม่คิดมูลค่า พร้อมทั้งจัดวิทยากรเพื่อนำการบรรยายความรู้ให้กับคณะผู้เยี่ยมชมสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำให้ผู้สนใจเข้าชมทุกวัน เวลา 08.30น. – 16.30 น. มีพันธุ์สัตว์น้ำแสดงทั้งหมด 36 ตู้ ในพื้นที่ระยะที่ 1 และพื้นที่ระยะที่ 2 จำนวน 17 ตู้ รวมทั้งตู้หลอด และอุโมงค์ สัตว์น้ำที่นำมาจัดแสดงนี้มีถิ่นอาศัยอยู่ในบริเวณอ่าวคุ้งกระเบนและพื้นที่ใกล้เคียงตลอดจนระบบนิเวศวิทยาของอ่าวคุ้งกระเบนและความสัมพันธ์ของสัตว์น้ำพันธุ์ไม้น้ำต่ออ่าวคุ้งกระเบน พันธุ์สัตว์น้ำมีทั้งประเภทสวยงาม และสัตว์น้ำที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ พบตามแนวปะการัง และโขดหินตลอดแนวชายหาดแหลมเสด็จ – ชายหาดเจ้าหลาว เช่น ปลากะพงขาว, ปลากะรัง, ปลากะพงแดง, ปลาสินสมุทร, ปลาการ์ตูน และปลากระเบน เป็นต้น เวลาเปิดให้บริการ วันอังคาร – วันศุกร์ เปิดให้บริการ เวลา 08.30 – 16.30น. วันเสาร์ – อาทิตย์ เปิดให้บริการ เวลา 08.30 – 17.30น. ปิดให้บริการทุกวันจันทร์ (หากวันจันทร์ใดเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์จะเปิดให้บริการ และจะปิดให้บริการในวันถัดไป)

ที่อยู่ : หมู่ 4 ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี

อ้างอิง : http://www.aquariumthailand.com/chanthaburi-aquarium.html

ตลาดผลไม้เนินสูง

ตลาดผลไม้เนินสูง

เป็นตลาดที่อยู่ข้างทางหลังจากที่เดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในจังหวัดจันทบุรี และจังหวัดใกล้เคียงต่างให้ความสนใจจอดรถลงมาแวะซื้อผลไม้ขึ้นชื่อหลากหลายชนิด เช่น ทุเรียน มังคุด เงาะ สละ และลองกอง รวมทั้งของฝากด้วย เช่น ทุเรียนทอดกรอบ น้ำสำรอง สละลอยแก้ว ลูกอมทุเรียนกวน และอื่นๆ อีกมามากมาย เพื่อซื้อกลับไปเป็นของฝากให้แก่ญาติพี่น้อง และเพื่อนๆ ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

ที่อยู่ : ตำบล เขาบายศรี อำเภอ ท่าใหม่ จันทบุรี

อ้างอิง : http://www.manager.co.th/

หาดเจ้าหลาว

หาดเจ้าหลาว หาดเจ้าหลาว

หาดเจ้าหลาว เป็นหาดที่มีทรายละเอียดสีแดง ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษของหาดทรายเมืองจันท์ เมื่อน้ำลงแนวสันทรายจะโผล่พ้นน้ำ ทอดเป็นแนวยาวไปจดเขตห้ามล่าสัตว์ป่าคุ้งกระเบน เป็นหาดที่สะอาด สวยงาม เหมาะแก่การเล่นน้ำทะเล จึงได้รับความนิยมในการไปพักผ่อนตากอากาศ ชายหาดด้านตะวันออกเป็นแหลมหิน บริเวณสันเขาหาดเจ้าหลาวเป็นจุดชมทิวทัศน์ทะเลที่น่าชม หรือจะเดินเล่นตามเนินเขา หรือจะมานั่งตกปลาเก๋าก็ได้ จากหาดนี้ไปไม่ไกล สามารถออกไปดำน้ำชมปะการังน้ำตื้นได้ หาดเจ้าหลาวเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว เพราะมีทั้งที่พักและร้านอาหารทะเล ขึ้นชื่อในความสดใหม่ ไม่ว่าจะเป็นปูดำ หมึก ปลากะรัง ปลากะพ ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวคือ ช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนพฤษภาคม สามารถหาเช่าเรือท้องกระจกได้ตามร้านอาหารหรือที่พักบริเวณริมหาด ค่าเช่าประมาณ 500-1,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของเรือ ที่บริเวณหาดเจ้าหลาวมีโรงแรมและรีสอร์ทสำหรับพักผ่อนตากอากาศเปิดให้บริการอยู่เป็นจำนวนมาก

ที่อยู่ : ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ทางด้านตะวันออกของอ่าวคุ้งกระเบน

อ้างอิง : http://www.chanthaboon.net/

กินย่านเก่าชุมชนริมน้ำจันทบูร

  • ก๋วยจั๊บป้าไหม

ก๋วยจั๊บป้าไหม

ก๋วยจั๊บป้าไหมเป็นร้านก๋วยจั๊บน้ำข้นสูตรโบราณที่ย่านท่าหลวง ชุมชมริมแม่น้ำจันทบูร เปิดขายมาหลายสิบปี ความพิถีพิถันในการทำก๋วยจั๊บรสชาดเข้มข้น อร่อยไม่เปลี่ยนแปลง

  • ข้าวตังโบราณ

ข้าวตังโบราณ

  • ร้านแม่กิมเซีย

ร้านแม่กิมเซีย

  • ขนมเทียนแก้วลุงจุ่น

ขนมเทียนแก้วลุงจุ่น

  • ก๋วยเตี๋ยวต้มยำทะเล เจ๊อี๊ดริมน้ำ

ก๋วยเตี๋ยวต้มยำทะเล เจ๊อี๊ดริมน้ำ

  • ขนมไข่ป้าไต๊

ขนมไข่ป้าไต๊

  • ไอศกรีมโบราณตราจรวด

ไอศกรีมโบราณตราจรวด ไอศกรีมโบราณตราจรวด

ร้านไอศกรีมตราจรวด เป็นอาคารปูนผสมไม้สองชั้น อายุกว่า 100 ปี ด้านหน้าเป็นตึกแบบยุโรป ในอดีตบ้านนี้เป็นของตระกูลหลวงราชไมตรี ประมาณปี 2502 ได้เปิดเป็นโรงงานทำไอศกรีมด้วยเครื่องจักรแห่งแรกของเมืองจันท์ สิ่งที่มีคุณค่าของบ้านนี้ได้แก่ ลวดลายฉลุสวยงาม อุปกรณ์ทำไอศกรีม และกระติกกลมบรรจุไอศกรีมแท่งโบราณ โดยยังคงการผลิตไอศกรีมชนิดดั้งเดิมไว้ด้วยเอกลักษณ์รสชาดที่ทำขายมานานกว่า 50 ปี

  • น้ำมะปี๊ด หน้าวัดเขตร์

น้ำมะปี๊ด หน้าวัดเขตร์

  • ร้านท่ามาจัน

ร้านท่ามาจัน

  • ร้านอาหารริมแม่น้า ย่านชุมชนริมน้ำจันทบูร

ฝั่งร้านอาหารจะติดริมน้ำ วิวสวย บรรยากาศดีที่นี่เค้ามีโรงแรมแบบ Boutique Hotelให้พักด้วยโรงแรมเก๋ๆ มีแค่ไม่กี่ห้อง ตกแต่งแบบไม่ซ้ำกัน ร้านอาหารเปิดทั้งวัน เปิดให้บริการทั้ง 2 ฝั่ง ฝั่งร้านอาหารริมน้ำตกแต่งแบบไทยๆ สบายๆ อีกฝั่งมีแอร์ ตกแต่งแบบร่วมสมัย แนวๆหน่อย เหมาะมานั่งกินข้าว ฟังเพลงร้านเข้ากับบรรยากาศของย่านชุมชนริมน้ำดี

  • ร้านยินดีอาภรณ์

ร้านยินดีอาภรณ์

เมนูเด็ด เย็นฉ่ำยินดี , ชาเขียวปั่น , ปังนึ่งสังขยาใบเตย , ชามะนาว , เฟรนฟราย , เกี๊ยวซ่า , นักเก็ต  ร้านยินดีตั้งอยู่ชุมชนเก่าจันทบูร อยู่ริมน้ำ บรรยากาศดีมาก อาหาร เครื่องดื่มมีให้เลือกมากมาย ราคากันเองสุดๆ อร่อย สะอาด เป็นร้านที่นิยมของคนที่นี่ มีทั้งอาหารคาว อาหารหวาน นม น้ำผลไม้ เครื่องดื่มมากมาย
อ้างอิง : www.wongnai.com
www.paiduaykan.com
th-th.facebook.com/media/set/?set=a.447861521892398.114300.297828976895654&type=1
www.chanjeed.com
7 ร้านอร่อยคู่เมืองจันท์

  • จันทรโภชนา

ร้านจันทรโภชนา ร้านจันทรโภชนา ร้านจันทรโภชนา

ร้านจันทรโภชนา มีประวัติความเป็นมากว่า 50ปี เป็นร้านเล็กๆในตลาดเมืองจันทบุรี ถือเป็นร้านอาหารที่ได้ “เชลล์ชวนชิม” ร้านแรกในจังหวัดจันทบุรี เลยทีเดียว (ในปีพ.ศ. 2516) ปัจจุบันมี คุณป้าไพจิตต์ วนานันท์ ซึ่งเป็นน้องสาวของคุณละอองก็ได้สานต่อเจตนารมณ์ โดยนำอาหารพื้นเมืองจันทบุรี อย่าง “แกงหมูชะมวง” มาบรรจุลงกระป๋อง เพื่อเป็นของฝากให้คนที่มาเที่ยวจันทบุรีได้ซื้อกลับไปกินกันที่บ้านที่โดดเด่นอีกอย่างของร้านจันทรโภชนา ที่ร้านจะมีการสร้างสรรค์เมนูอาหารให้เข้ากับฤดูกาลต่างๆ อย่างเช่น ช่วงฤดูผลไม้ก็จะนำผลไม้มาทำเป็นอาหารนั่นเอง ร้านจันทรโภชนา มี 2สาขา คือ สาขามหาราช และ สาขาเบญจมราชูทิศ มาดูเมนูอาหารของร้านนี้กัน ได้แก่ มัสมั่นไก่ใส่ทุเรียน, ยำมังคุด, ส้มตำทุเรียน, ปลาต้มระกำใส่กระวาน, ถั่วฝักยาวผัดกุ้งแห้งใส่กะปิ, แสร้งว่า, กระวานผัดฉ่าไก่ และ สละลอยแก้ว ส่วนเมนูที่มาแล้วห้ามพลาด ก็คือ แกงหมูชะมวง ถือเป็นของดีที่ควรสั่ง มีแบบกระป๋องไว้สั่งกลับบ้านด้วย ขอบอกว่า อร่อยมาก!

ที่อยู่ : ร้านดั้งเดิม  ตั้งอยู่บนถนนเบญจมราชูทิศ ตรงข้ามกับโรงแรมเกษมศานติ์

ร้านใหม่  ตั้งอยู่ที่แฟมมิลี่เซนเตอร์ 86/20 ถ.มหาราช ต.ตลาด อ.เมือง จ.จันทบุรี

โทรศัพท์: 039 327 179 แฟกซ์: 039 327 178

อ้างอิง : www.truelife.com

http://www.chanthaboon.net/

  • เจ๊เพ็ญ เย็นตาโฟ

เปิดขายมานานกว่า 50 ปี โดยเจ้าของสูตรต้นตำรับ คือ เจ๊เพ็ญ “นางเพ็ญจันทร์ คงประการ” โดยมีทายาทสืบทอดกิจการร้านเย็นตาโฟต่อมา ซึ่งปัจจุบันร้านเย็นตาโฟเจ๊เพ็ญเปิดให้บริการ 2 สาขา เย็นตาโฟทะเล จะเลือกใส่ปู และกั้งที่สดเท่านั้นถึงจะอร่อย ซึ่งที่เลือกกั้งเพราะเป็นสัตว์ทะเลที่มาจากธรรมชาติจริงๆ ไม่สามารถเพาะเลี้ยงในฟาร์มได้ และเนื้อกั้งจะเป็นเนื้อหลวม เนื้อไม่แน่นเหมือนกุ้ง ทำให้กินได้เรื่อย สำหรับราคาเย็นตาโฟทะเล ปู กั้ง เริ่มต้นที่ 80 บาท 100 บาท ไปจนถึงพิเศษ 200 บาท (ราคา 200 บาท จะใส่เนื้อปู กรรเชียงปู และกั้งผ่านการเอาเปลือกออกแล้วอีก 1 ตัว) ในส่วนของเมนูอื่นๆ มีเย็นตาโฟ ก๋วยเตี๋ยวน้ำใส ต้มยำ เต้าหู้ทอด หมูย่างช่อชะมวง

โทร. 08-5823-8019

อ้างอิง http://www.manager.co.th/

  • ผัดไทยอิ่มอร่อย

ร้านผัดไทยอิ่มอร่อย ร้านผัดไทยอิ่มอร่อย

           ที่อยู่ ศรีรองเมือง (สะพานขาว ตลาดน้ำพุ) จันทนิมิต , เมืองจันทบุรี , จันทบุรี โทร 039-324301

อ้างอิง https://www.wongnai.com

  • ก๋วยเตี๋ยวหมูเลียงพระยาตรัง

ก๋วยเตี๋ยวพระยาตรัง ก๋วยเตี๋ยวพระยาตรัง

ก๋วยเตี๋ยวหมูเลียงนั้นมีเฉพาะที่จันทบุรีเท่านั้น  ก๋วยเตี๋ยวหมูเลียงจึงหมายถึงก๋วยเตี๋ยวที่มีส่วนผสมของสมุนไพรที่ผ่านการโขลกนำมาทำน้ำซุป ซึ่งหนึ่งในเคล็ดลับของร้านก็คือสมุนไพรที่ชื่อว่า “เร่ว” ลักษณะคล้ายข่า มีกลิ่นหอม เมื่อนำมาโขลกปรุงเป็นน้ำซุปของก๋วยเตี๋ยวหมูเลียง เมนูหลักๆของร้านก๋วยเตี๋ยวหมูเลียงพระยาตรัง มี ก๋วยเตี๋ยวหมูเลียง ทั้งเส้นจันท์(เส้นเล็ก) เส้นใหญ่ เส้นหมี่ขาว เส้นหมี่เหลือง วุ้นเส้น เเถมยังเลือกเพิ่มเนื้อหมู ตับ เนื้อสด เนื้อเปื่อย ลูกชิ้นหมู ลูกชิ้นเนื้อ จุดเด่นของก๋วยเตี๋ยวหมูเลียงพระยาตรังอยู่ตรงที่ น้ำซุปจากกระดูกหมู ใส่ดอกผักชี ข่า ตะไคร้ สับปะรดตราดสีทองห่ามๆ รสเปรี้ยวแซมหวาน และเร่วหอม สมุนไพรพื้นถิ่นเมืองจันท์ที่ส่วนเหง้าช่วยเพิ่มกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ให้น้ำซุป บุบในครกพอแตก แล้วนำทั้งหมดลงต้มในน้ำซุป ปรุงรสชาติด้วยน้ำตาลอ้อยและพริกขี้หนูสวนตำผสมน้ำส้มสายชู เคี้ยวจนได้เป็นน้ำหมูเลียงที่กลิ่นหอมเกินห้ามใจ

ที่อยู่  : 60/1 หมู่ 12 ถ.พระยาตรัง ต.ท่าช้าง อ.เมือง จ. จันทบุรี

อ้างอิง : http://www.chanjeed.com/

  • ข้าวต้มมิตรอนันต์

ร้านข้าวต้มมิตรอนันต์

เมนูเด็ด จับฉ่าย , ไก่สับ , ปลากะพงทอดกระเทียม ร้านเก่าแก่ ถูกใจทั้งคนท้องถิ่นและต่างถิ่น ราคามิตรภาพ อาหารอร่อยพอดีๆ ไม่เน้นจัดจ้าน แต่ประทับใจในความธรรมดาสามัญ โดยเฉพาะ “ไก่สับ” ที่สับได้สด หวาน ยิ่ง “น้ำจิ้ม” เด็ดมาก มีส่วนผสมของเต้าเจี้ยว ออกเปรี้ยวนำ กลมกล่อมเต้าเจี้ยว เผ็ดตามเบาๆ อร่อยสุดๆ ส่วนเมนูร้านข้าวต้ม อย่างเช่น หอยลายผัด/ผัดกุยช่ายกลมกล่อมทุกเมนุ

ที่อยู่ : ถนน ท่าแฉลบ (ตรงข้ามโรงแรมอีสเทิร์น อยู่ทางด้านซ้ายมือ) วัดใหม่ , เมืองจันทบุรี

อ้างอิง : https://www.wongnai.com/

  • โจ๊กเจ๊แดง

โจ๊กเจ๊แดง

รายการอาหาร โจ๊ก สารพัดรูปแบบ อร่อยมากและมีราคาถูก มีโจ๊ก ข้าวกล้อง ใส่ ไข่เยี่ยวม้า ใส่เครื่องใน หมูเยอะ เครื่องเยอะ หอมไปทั้งตลาด เปิดบริการ ทุกเย็น

ที่อยู่ : ทางเข้าตลาดน้ำพุ ข้างกรุงไทยเก่า ริมถนนขวาง ต.ตลาด อ.เมืองจันทบุรี

อ้างอิง : http://th.openrice.com/

https://www.facebook.com/pages/ร้านโจ๊กป้าแดง

  • หมึกย่างป๋าธง

หมึกย่างป๋าธง

ร้านธงชัยปลาหมึกย่างที่ตลาดน้ำพุที่นอกจากจะมีปลาหมึกย่างหอมกรุ่น บดบางยาว ราดน้ำจิ้มที่รสชาดอร่อยถึงใจไม่มีใครเทียมแล้ว ยังมีน้ำซาสี่ (น้ำโคล่าอัดลม) และน้ำรสผลไม้อื่นๆ อัดลม แสนอร่อยชุ่มคอชื่นใจ และดับกระหายได้เป็นอย่างดีไว้บริการลูกค้าที่นี่มานานเกือบ 50 ปี

อ้างอิง : http://www.chanthaboon.net/

 จิบกาแฟ ทานขนมที่เมืองจันท์

  • Latte coffee house

Latte coffee house Latte coffee house

ลาเต้ คอฟฟี่ เฮ้าส์ (ลาเต้ ริมน้ำ เดิม) เป็นร้านกาแฟที่ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำจันทบุรี ลักษณะเป็นบ้านหลังย่อม ภายนอกทาสีขาวเห็นแล้วสะดุดตา ออกแบบสร้างและตกแต่งภายในอย่างดีในสไตล์บ้านยุโรป มีที่นั่งจิบการแฟในบรรยากาศสบายๆ และยังมีการจัดตกแต่งมุมเก๋ๆ ไว้ให้นั่งกินกาแฟ และถ่ายภาพกันด้วย พร้อมบริการอินเทอร์เน็ต Wi-Fi และที่จอดรถยนต์กว้างขวางสะดวกสบาย เหมาะแก่การนั่งพักผ่อนยามว่าง หรือพบปะพูดคุยกันในหมู่เพื่อนฝูง เปิดบริการ : 8.00 – 21.30 น. ทุกวัน

ที่อยู่ : ถ.มหาราช ต.ตลาด อ.เมือง จ.จันทบุรี

อ้างอิง : http://www.chanthaboon.net/

  • Coffee lover

Coffee lover Coffee lover Coffee lover

อยู่ใจกลางเมืองจันทบุรี เค้กอร่อยๆที่เราทานตามร้านกาเเฟชื่อดังในจันทบุรีหลายๆร้าน นั้นเป็นเค้กฝือมือของร้าน  Coffee lover  ร้านนี้นั้นเอง ดังนั้นเราลองมาเเวะชิม เค้กอร่อยๆจากร้านต้นฉบับกันดีกว่า เมนูแนะนำเค้กใบเตยฝอยทอง เป็นส่วนผสมที่ลงตัวของเค้กใบเตยกับฝอยทอง เค้กมะพร้าวอ่อน  รสชาติที่นุ่มละมุมของมะพร้าวช่างเข้ากันกับเค้กเหลือเกิน เค้กช็อกโกเเลต หน้านิ่ม ช็อคโกเเลตเป็นชั้นๆอร่อยกำลังดี

ที่อยู่ มหาราช (ถนนคลองขุด หลังวัดใหม่ อ.เมือง จันทบุรี )

อ้างอิง http://www.chanjeed.com/

  • Sweet at moon

Sweet at moonSweet at moon

ร้าน Sweet At Moon หรือ “หวานจันทร์ ” เป็น Coffee Cafe ที่ตั้งอยู่บริเวณชุมชนริมน้ำ ซึ่งเป็นย่านที่นักเที่ยวชอบมาท่องเที่ยวมากที่สุด  ด้วยบรรยกาศของร้านที่ถูกตกเเต่งมาอย่างสวยงาม เเต่ดูเรียบง่าย มีชานออกไปให้ลูกค้าสามารถนั่งจิบกาเเฟพร้อมกับชมทิวทัศน์ของเเม่น้ำจันทบุรีได้ ในส่วนของเมนูเครื่องดื่มของทางร้าน Sweet At Moon มีให้ลูกค้าเลือกหลากหลายไม่ว่าจะเป็นกาแฟ ชาเขียว ชาเย็น ชามะนาว โกโก้ นมสด  และอื่นๆอีกมากมายหลายเมนู ที่พิเศษมากๆคือ ชาเขียว ชาเย็น โกโก้ และนมสด สามารถมิกซ์กับ พุดดิ้ง เยลลี่ เฉาก๊วย โอริโอ้ หรือกล้วย ทำให้เมนูเครื่องดื่มธรรมดากลายเป็น เมนูใหม่ๆ มีให้รสชาติใหม่ๆให้ลิ้มลองกันครับ

ที่อยู่ 200 ต.วัดใหม่ อ.เมือง จันทบุรี โทรศัพท์ 085 088 8919

อ้างอิง http://www.chanjeed.com/

  • Timeless coffee-wine-dine

Timeless coffee-wine-dine Timeless coffee-wine-dine

ร้านที่มีการตกแต่งร้านอย่างสวยงาม การจัดร้านน่าดึงดูด ร้านนี้เรียกได้ว่า เป็นร้านเย็นเหล้าเช้ากาแฟ เพราะร้านนี้มีทั้ง กาแฟ ไวน์ อาหารและขนม ร้าน Timeless เป็นร้านที่มีมุมให้ถ่ายรูปเยอะแยะมากมาย มีทั้งเก้าอี้คู่รักรูปหัวใจให้ได้นั่งเล่นถ่ายรูป มีตู้โทรศัพท์สีแดงที่เห็นแล้วน่าเดินเข้าไปถ่ายรูปยิ่งนัก การตกแต่งภายในก็มีสไตล์สวยงามไม่แพ้กันครับออกแนวห้องสมุด มีตู้หนังสือเป็นผนัง มีหนังสือให้เราเลือกอ่านมากมาย และมีโต๊ะนั่ง มีบาร์สำหรับทำเครื่องดื่ม บรรยากาศโล่งสบาย ช่วงเวลาเย็นๆ ค่ำๆ นั่งดื่มไวน์ เบียร์เย็นๆ ที่มีให้บริการอย่างหลากหลาย ทั้งไวน์ ทั้งเบียร์ จะเป็นของไทยของนอกก็มีให้เลือกกันอย่างเต็มที่เลยทีเดียว บรรยากาศภายนอกร้านมีทั้งสระน้ำและน้ำพุให้ดูเล่น แล้วยังมีบริเวณติดริมน้ำจันทบูรอีกด้วย ตอนกลางคืนนั่งกินอาหาร ฟังเพลงเพราะๆ  เมนูเด็ดร้านนี้มี  คาสโนว่า คาเฟ่ รสชาดเข้มข้น หอมกาแฟกำลังดี ชาเขียวไทม์เลส รสชาดกลมกล่อม และบลูโครัชโซ ฮันนี่โทสและวาฟเฟิลไทม์เลส เวลาเปิด ปิด : เปิดบริการทุกวันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 10.00 – 24.00 น.

ที่ตั้ง  : 19 ซ.ท่าแฉลบ 1 ถ.ท่าแฉลบ อ.เมือง จ.จันทบุรี โทรศัพท์ : 039-320819,090-0693669

อ้างอิง http://www.chanjeed.com/

  • .( Cafe And People)

C.A.P.( Cafe And People)

ภายในร้าน จะเต็มไปด้วยสัญลักษณ์รูปกระต่ายกำลังทำท่าเเปลกๆเหมือนดันรูปเเปดเหลี่ยม โคมไฟที่ทางร้านเเขวนเอาไว้มากมาย ออกเเนวไซไฟ ที่ร้าน C.A.P ก็มีที่นั่งโซนข้างนอกได้นั่งชิลๆ โดยเเต่ละโซนก็ประดับไปด้วยสัญญลักษณ์ของร้านที่เต็มไปด้วยกระต่ายในอริยาบถต่างๆ ทางร้านมีเมนูหลากหลายให้เพื่อนๆได้มาลองชิม ส่วนเมนูที่เเปลก อัฟโฟกาโต้ (ไอศครีมวนิลาราดด้วยเอสเฟรสโซ่ 1 ช๊อต) กาเเฟดริป ทางร้านจะคัดสรรเมล็ดกาเเฟมาจากสามเเหล่งที่มีชื่อเสียง เมล็ดกาเเฟจากเกาะสุมาตรา ,เมล็ดกาเเฟจากอินเดิย เเละ เมล็ดกาเเฟจากภาคเหนือของไทยเรา Rabbit in Tokyo หรือจะเรียกง่ายๆก็คือชาเชียวปั่นนั้นเองครับ เเต่ชาเขียวปั่นที่ร้าน C.A.P นั้นจะใช้ ชาเขียวมัทฉะมาปั่นทำให้ได้ทั้งความนุ่ม เเละความหอมของชา คาราเมล มัคคีอา เมื่อคาราเมลลงไปผสมกันกาแฟเอสเฟรสโซ่และนมที่อยู่ข้างล่างอย่างช้าๆทำให้คนดื่มได้รับรสชาติที่รสชาติที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ รอขจนคาราเมลจากด้านบนค่อยๆผสมเข้ากับกาแฟและนมจนลงตัว สำหรับคนดื่มกาแฟแล้ว คาราเมลมัคคีอาโต้ เป็นตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด เวลาเปิด-ปิด : อังคาร – อาทิตย์(หยุดทุกวันจันทร์)10.00 – 20.00 น.

ที่อยู่ : ย่านชุมชนริมน้ำ ร้านอยู่ตรงข้ามส้มตำป้าภา โทร  085 499 6266

อ้างอิง http://www.chanjeed.com/

  • Gatto Cat Cafe Gatto Cat Cafe

คาเฟ่เเมวเเห่งเเรกของจันทบุรี เพิ่งเปิดมาได้ไม่นาน น้องเเอนนา สาวน้อยน่ารัก หนึ่งในเจ้าของ Gatto Cat Cafe บอกว่าที่คิดจะทำ คาเฟ่เเมวขึ้นมาก็เพราะว่า เป็นคนรักเเมวมากๆ เเถมที่บ้านยังเลี้ยงเเมวไว้หลายสิบตัว

ที่อยู่ : 25/17 ม.11 ต.พลับพลา อ.เมืองจันทบุรี โทร  091-408-4250

อ้างอิง http://www.chanjeed.com/

ที่มา – นิตยาสารขวัญเรือน ฉบับที่ 1042 ปักษ์หลังเดือนเมษายน 2558

โดย…Oriental Phoenix

www.ophconsultant.com

ติดตามได้ที่ : http://www.ophconsultant.com/blog/travel/chantaburi.php