บริหารคนแบบซุนวู

Lonely-Man-Rex.jpg

ในด้านศิลปะแห่งการนำทัพ ซุนวูเสนอให้ผูกใจด้วยพระคุณ สร้างเอกภาพด้วยพระเดช ปกครองด้วยระเบียบวินัย ในด้านยุทธวิธี ซุนวูเน้นการจู่โจมฉับพลัน เผด็จศึกฉับไว ในด้านยุทธศาสตร์ซุนวูเสนอการวางแผนอย่างเหนือชั้น ชนะข้าศึกโดยมิต้องรบ ในด้านการบัญชาการ ซุนวูเสนอให้ผ่อนคล้อยตามสภาวการณ์ รู้เขารู้เรารบในแบบและนอกแบบเลี่ยงจุดแข็งตีจุดอ่อน…
นี้คือ ตัวอย่างของหลักการวางแผน การปกครองคนหมู่มาก เพื่อการรบและเพื่อชัยชนะของการทำสงครามต่างเมือง มีไม่น้อยที่หลายท่านได้อ่านหนังสือฉบับ 3 ก๊ก แล้วอ่านพิชัยสงครามซุนวู พบว่ามีความเหมือนและแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในการทำสงคราม
ตำราซุนวูสอนให้ผู้อ่านวางแผนแบบแยบยล รู้เขารู้เรา เอาชนะโดยไร้ซึ่งการเสียเลือดเสียเนื้อ รู้จักยุทธวิธีการวางแผนการศึก ในตอนหนึ่งของหนังสือ พิชัยสงครามซุนวู โดยนักแปลฝีมือดี คุณอธิคมและคุณอดุลย์
หากอ่านแล้วนำหลักการยุทธ์พลิกแพลงกลับมาใช้ในการดูแล บริหารบุคลากรในองค์กร นับว่ามีประโยชน์มากโขทีเดียว หนังสือตำราซุนวูกล่าวถึงหลักการเลี้ยงคนและบริหารคนในกองทัพ ตอนหนึ่ง ว่า ..
“การทำสงครามต้องเผด็จศึกโดยเร็ว ถ้ายืดเยื้อกองทัพอ่อนล้า ขวัญสู้รบตกต่ำ กองทัพกะปลกกะเปลี้ย ผู้สันทัดในการทำสงครามจึงไม่เกณฑ์พลซ้ำสอง ไม่เกณฑ์เสบียงซ้ำสาม พึงยึดทรัพย์สินแคว้นอริ แย่งเสบียงจากข้าศึก
ดังนั้น หากต้องการให้นักรบไพร่พลเข่นฆ่าสังหารข้าศึก ต้องปลุกเร้าความเคียดแค้น หากต้องการให้นักรบแย่งยึดเสบียงและยุทธปัจจัยของข้าศึก จะต้องตกรางวัลเป็นทรัพย์สินเงินทอง
อันรถศึก ถ้ายึดรถศึกได้ 10 คัน ต้องตกรางวัลให้ผู้ยึดคนแรกให้อย่างงาม เชลยนั้น ต้องปฏิบัติต่อด้วยดีและช่วงใช้ตามควร จึงกล่าวได้ว่า ยิ่งชนะศึก ยิ่งทำให้ฝ่ายตนเข้มแข็ง ”
ท่านจะเห็นว่า การบริหารคนในองค์กร ไม่ต่างอะไรจากพิชัยสงครามซุนวู หากหวังจะให้ธุรกิจเติบโต ได้เปรียบคู่แข่ง สิ่งสำคัญคือการคงไว้ซึ่งการบริหารทรัพยากรในองค์กร งบประมาณ บุคลากร อยากให้คนเก่งมีใจทำงานเพื่อองค์กรอย่างเต็มที่ ท่านผู้บริหารต้องวางยุทธ์ในการเลือกคนทำงาน การขับเคลื่อนผลักดันศักยภาพคน จำแนกและระบุบุคคลแต่ละประเภทในองค์กรให้ได้
คนเก่งในองค์กรมีหลายแบบ หากต้องมีวิธีการจูงใจแบบคู่ขนาน How To Reward ? การจูงใจบางอย่างต้องใช้ทรัพย์สิน เงินทอง ของรางวัล แต่การจูงใจบุคคลบางประเภทกลับไม่ต้องใช้ทรัพย์มากมายก่ายกอง มีเพียงการวางกลยุทธ์การผลักดันศักยภาพที่เขามี ให้นำมาใช้พัฒนาอย่างเต็มที่ ต่อเนื่อง เขาเหล่านั้นกลับทำประโยชน์ได้อย่างมหาศาล คงอยู่เคียงข้างองค์กร
ดังนั้น หากองค์กรไม่มีงบประมาณมาจัดสรร กระตุ้นให้พนักงานเจ้าหน้าที่เกิดการจัดทำโครงการ การพัฒนาใดๆก็ตาม ผู้เขียนแนะนำว่า ให้ใช้การให้รางวัลแบบไม่ใช่ข้าวของเงินทอง แต่นั่นคือ รางวัลทางใจและรางวัลทางกระตุ้น ส่งเสริมความก้าวหน้าในหน้าที่
บางครั้ง บางท่านมองเพียงมุมเดียว ว่าเขาเหล่านั้นในองค์กร แท้จริงต้องการขั้นเงินเดือน เงินเพิ่ม เงินรางวัล แต่หากใช้การสำรวจ( Survey) เพื่อหาจุดที่ต้องการ เหมาะสม ท่านจะพบเรื่องที่ไม่คาดคิดจากความรู้สึกที่แท้จริงของเขาเหล่านั้น ลองนำกลยุทธ์ซุนวูไปปรับใช้ดูนะคะ
………………………………………………………………..
Cr. Picture


http://www.independent.co.uk 

บทความ  หลักสูตร  อบรม  ซุนวู  คนเก่ง  กลยุทธ์  สงคราม  บริหาร  จูงใจ  รางวัล  ปัจจัย  เชลย 

 องค์กร  สำรวจ  survey  reward training 

Advertisements

การตัดสินใจกับงานบริหาร

 “ผมคิดว่า ผมตัดสินใจดีแล้ว ที่ลาออก”
   “ผมในฐานะผู้บริหารสูงสุด ขอประกาศให้ทราบว่า ผมตัดสินใจปิดบริษัทนี้”
    “ดิฉันตัดสินใจหยุดการสานต่อโปรเจคเดิมค่ะ” 

decision

ภายใต้สภาวะความกดดัน ในหลายเหตุการณ์ เราพบว่า “การตัดสินใจ (Decision)” ถือเป็นสิ่งสำคัญ ในการยุติหรือเดินต่อ เพื่อกระทำการสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้สำเร็จลุล่วง แต่หากมองในมุมของการประกอบธุรกิจ การตัดสินใจของผู้บริหารนั้น ถือเป็นปัจจัยสำคัญ ในการชี้วัดโอกาสการเติบโตก้าวหน้าทางธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
การตัดสินใจนั้นอาจเกิดจากเหตุการณ์ (Events) สภาพแวดล้อมที่เสี่ยง(Risk)ความแน่นอน(Certainty) ความไม่แน่นอน (Uncertainty) ซึ่งมีทฏษฎีด้านการตัดสินใจกล่าวไว้ว่า
การตัดสินใจ หมายถึง การปฏิบัติที่เป็นสิ่งเฉพาะหรือกระบวนการทั่วไป ซึ่งการตัดสินใจเป็นการเลือกหนึ่งทางจากหลายๆทางเลือกที่กำหนดไว้ (Griffin,1999)
การตัดสินใจนั้น ถือเป็นเรื่องที่ใช้กระบวนการคิด พิจารณาจากที่มา ปัญหา เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น โดยมีระยะเวลาไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับองค์ประกอบการตัดสินใจ คือ
1. เกิดแนวทาง ปัญหาหรือเหตุการณ์ บางอย่างให้ เพื่อให้ยุติเรื่องราวหรือบรรลุเป้าหมาย วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
2. ปัญหาหรือเหตุการณ์ดังกล่าว มีทางเลือกหลายทาง
3. เกิดกระบวนการวิเคราะห์ไตร่ตรอง เพื่อพิจารณาหาทางเลือกที่ดีที่สุด
4. เหตุการณ์นำมาซึ่งผลดีหรือผลเสียต่อการพิจารณาไตร่ตรอง
5. การกระทบกระเทือนต่อผู้เกี่ยวข้อง

ส่วนขั้นตอนของการตัดสินใจ (Katz and Kahn,1966) ได้ระบุไว้ 4 ขั้นตอน คือ
1. รู้สึกถึงความกดดันที่เกิดขึ้นกับการตัดสินใจนั้น
2. การวิเคราะห์ประเภทของปัญหาและความร้ายแรงของปัญหา
3. การแสวงหาทางเลือกของปัญหาและการพิจารณาผลของแต่ละทางเลือก รวมถึงการคาดคะเนประเภทความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ภายหลังการตัดสินใจ
4. การตัดสินใจเลือกในขั้นสุดท้าย

และไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อย่างไร เราจะพบว่าในที่สุด เมื่อถึงจุดหนึ่งต้องตัดสินใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยพิจารณาทางเลือกปฏิบัติ(Course of Action) ในทางการบริหาร นั้น พบว่าผู้บริหารแต่ละระดับมีอำนาจการตัดสินใจแตกต่างกัน คือ

• ผู้บริหารระดับสูง มีอำนาจการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ (Strategic Decision) เป็นการตัดสินใจในการวางนโยบายองค์กร การวางแผนจัดการทรัพยากร อนุมัติโครงการ อนุมัติงบประมาณ
• ผู้บริหารระดับกลาง มีอำนาจในการตัดสินใจด้านบริหารจัดการ(Management Decision)ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ในขอบเขตอำนาจหน้าที่งาน บุคลากร โครงการ ที่ได้รับผิดชอบ
• ผู้บริหารระดับต้น มีอำนาจหน้าที่ในการตัดสินใจ ดูแลควบคุมงาน ทีมงาน (Operational Decision) ให้สำเร็จลุล่วง ตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์ขององค์กร
จากที่ผู้เขียนกล่าวมาเบื้องต้น ทุกท่านจะพบว่าไม่ว่างานการบริหารอยู่ในระดับใด สิ่งที่ผู้บริหารหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือ การตัดสินใจ โดยไม่สามารถบ่ายเบี่ยงไปให้ผู้ใดได้ นั่นหมายถึงหน้าที่หลักของการดำรงตำแหน่งผู้นำ
วันนี้ผู้เขียนขอหยิบยก ตัวอย่างการตัดสินใจภายใต้ภาวะวิกฤติของผู้บริหารงาน
บริษัทฟูจิฟิล์ม ก่อตั้งเมื่อปี 2477 โดยเริ่มผลิตฟิล์มถ่ายถาพยนต์ ฟิล์มถ่ายรูป ฟิล์มเอ็กซเรย์ ต่อมาประสบปัญหาเรื่องคู่แข่งทางธุรกิจ เมื่อยุคดิจิทัลเข้ามามีส่วนพัฒนาคุณภาพชีวิตมากขึ้น โทรศัพท์Smart Phone มีฟังชั่นการทำงานที่หลากหลาย ทั้งโทรศัพท์ ถ่ายภาพง่ายสวยงาม สะดวกพกพา ราคาถูก
นายชิเงทากะ โคโมริ ซีอีโอฟูจิฟิล์ม แถลงว่า บริษัทสามารถผลิตวัคซีน “เอวิแกน” (Avigan)ใช้รักษาไข้หวัดอีโบลาได้ และบริษัทกำลังพัฒนากิจกรรมด้านการแพทย์เพื่อสร้างการบริการที่ครอบคลุม ตั้งแต่การวินิจฉัยโรค การป้องกันโรค การรักษาโรค ทั้งยังผลิตยา อาหารเสริม และเครื่องสำอางจำหน่ายสู่ท้องตลาด

astalif

     นายชิเงทากะ โคโมริ ซีอีโอฟูจิฟิล์ม แถลงว่า บริษัทสามารถผลิตวัคซีน “เอวิแกน” (Avigan)ใช้รักษาไข้หวัดอีโบลาได้ และบริษัทกำลังพัฒนากิจกรรมด้านการแพทย์เพื่อสร้างการบริการที่ครอบคลุม ตั้งแต่การวินิจฉัยโรค การป้องกันโรค การรักษาโรค ทั้งยังผลิตยา อาหารเสริม และเครื่องสำอางจำหน่ายสู่ท้องตลาด 

     ในปัจจุบัน ฟูจิฟิล์ม ได้ผลิตครีมลดริ้วรอยบนใบหน้าออกมาสู่ตลาดเป็นแบรนด์แรก ภายใต้แบรนด์ “แอสตาลิฟท์(Astalift) ที่มีส่วนผสมจากแอสตาแซนทีน(Astaxanthin) ที่ช่วยปกป้องคอลลาเจน(Collagen)ในชั้นผิวจากความเสื่อมสภาพ ทำให้กระชับ อ่อนเยาว์ ผิวมีความชุ่มชื่น ทำให้ได้รับความนิยมมาก และมีหลายบริษัทผลิตครีมลดริ้วรอยตามมาหลายแบรนด์
โดยใช้จุดแข็งของธุรกิจเดิม นั่นคือ ใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์ภาพถ่ายและเทคโนโลยีทางการแพทย์
โดยFUJIFILMนั้น มีทีมวิจัย พัฒนา(R&D) ในการทำผลิตภัณฑ์ ใช้เทคโนโลยี Micronisation ทำให้เนื้อครีมสามารถดูดซึมเข้าไปในผิวหนังชั้นใน มีสารต้านอนุมูลอิสระขนาดนาโน แอสตาแซนทีนและไลโคปีน ช่วยในการต่อต้านริ้วรอยได้ผลดี
รวมทั้ง มีการขยายกิจการ สู่ธุรกิจยา เวชสำอางผ่านบริษัทลูกคือ “โทยามะ เคมิคอล” ตามรอยบริษัทยักษ์ใหญ่รายอื่นๆ อย่าง โซนี่ พานาโซนิค และ โตชิบา ที่เข้าสู่อุตสาหกรรมยา เวชภัณฑ์ ไปก่อนหน้านี้ นับว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก
……………………………………………………………………………………………
ขอบคุณที่มาข้อมูล 
• Cr picture I AM Beauty Monster
• FUJIFILM Website 

……………………………………………………………………………………………..

ติดตามบทความอื่นๆ ได้ที่ www.ophconsultant.com

By Aj.Weerada