โอซาก้า (Osaka) เมืองสวยใบไม้เปลี่ยนสี

osaka

เมืองสวยราวกับดินแดนเทพนิยาย ใบไม้เปลี่ยนสีตามฤดูกาล ไปเที่ยวญี่ปุ่นต้องแวะเที่ยวเมืองโอซาก้า (Osaka )เมืองแห่งสีสันต้นไม้เปลี่ยนสีตามฤดู เมืองที่โอบล้อมด้วยสายน้ำ ติดทะเล แถมมีท่าเรือเดินทางท่องเที่ยวต่อที่ปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ได้ด้วย เรียกว่ามาที่เดียวเที่ยวคุ้มกันไปเลย
แต่ถ้าใครอยากไปเที่ยวเมืองจีน ที่นี่มีเรือเฟอรี่ออกเดินทางไปเซี่ยงไฮ้ สัปดาห์ละ 2 วัน
ตึกรามบ้านช่องของโอซาก้า ยังคงอนุรักษ์ไว้ซึ่งวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้ แม้กาลเวลาเปลี่ยน ตึกสูงระฟ้าเกิดขึ้นมากมาย แต่ทิวทัศน์โดยรอบยังปกคลุมกลิ่นไอความเป็นโอซาก้าเดิมอยู่ไม่น้อย สะพานหลายแห่งสร้างเชื่อมแม่น้ำที่ไหลทอดผ่านเมือง

Tenmangu Shrine.jpg

ใครมาแล้วอย่าลืม แวะไปไหว้ศาลเจ้าเท็มมังกู (Tenmangu Shrine) เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตัว โดยศาลนี้ สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่เทพแห่งความรู้
โอซาก้ามีพิพิธภัณฑ์ชนพื้นเมือง ที่ตั้งอยู่ลานกลางแจ้ง แสดงถึงวิถีชีวิตคนดั้งเดิมของโอซาก้า เรียนรู้การดำรงชีวิต ประกอบอาชีพ เครื่องแต่งกาย และประเพณี ยังมีพิพิธภัณฑ์ทางทะเลให้เข้าชมและพิพิธภัณฑ์เครื่องเซรามิก ของโลกตะวันออกจัดแสดง โดยถ้วยโถโอชามเหล่านั้น ล้วนสร้างสรรค์มาจากชนดั้งเดิมของโอซาก้า ชาวพื้นเมืองเกาหลี ชาวพื้นเมืองจีน เรียกได้ว่าหาชมได้ยากมาก
หากสนใจจุดชมวิว ที่สวยที่สุดในเมือง ต้องไป ตึกอุเมดะสกาย (Umeda Sky Building) ตึกมีความสูง 173 เมตร ส่วนใหญ่นิยม ชมวิวที่ชั้น 39 เพราะเป็นสวนลอยฟ้าที่มองเห็นวิวได้โดยรอบสวยที่สุด เวลาเปิด 10.00 -22.30 น.
ส่วนถ้าคนไทยไปเที่ยวโอซาก้า อย่าลืมแวะช็อปปิ้งที่ถนนชินไซบาจิ แหล่งช็อปยอดฮิต ที่แขกไปใครมาต้องกระเป๋าเบาไปตามกัน แฟชั่นที่นี่เน้น เอกลักษณ์ความเป็นเทรนด์ญี่ปุ่นไว้แบบไม่เอาท์แน่นอน ราคาสินค้าแต่ละชิ้น ถ้าเทียบกับแฟชั่นไทยก็ราคาสูงไม่เบา
นอกจากช็อปเรื่องเสื้อผ้าแล้ว ถนนแห่งนี้ยังมี สินค้าอื่นๆหลากหลายให้ซื้อฝากแบบไม่ซ้ำใคร เช่น ของตกแต่งบ้าน ภาพวาด หน้ากาก เครื่องประดับ สินค้าแฮนเมด มีให้เลือกตามอำเภอใจ
ถ้าเดินเหนื่อยนัก ก็พักจิบชา กาแฟอุ่นๆ ในย่านถนนกลางเมือง ที่ร้านค้าประดับตกแต่งในแบบพื้นเมือง รับรองได้บรรยากาศดั้งเดิม ที่คุณไปแล้วจะติดใจต้องไปเที่ยวซ้ำแน่นอน

Cr.picture & Information 

www.japan-guide.com
http://en.japantravel.com/osaka/osaka-tenmangu-shrine/15365 
กาญจนา หงษ์ทอง , 100 เมืองสวยในเอเชีย 

บทความ  ท่องเที่ยว  โอซากา  Osaka  Umeda Sky  Tenmangu Shrine  ชินไซบาจิ  ญี่ปุ่น  ช็อปปิ้ง  ประเพณี  ปูซาน  ภาพวาด

เที่ยวมัลดีฟส์(Maldives)แล้วอย่าลืมไปที่นี่!

1.jpg

คุณทราบหรือไม่ มัลดีฟส์เป็นพื้นที่ราบต่ำที่สุดในโลก มีพื้นที่ส่วนที่เป็นพื้นดินเพียง 1 % ส่วน 99 % ที่เหลือเป็นสีครามน้ำทะเล มีจำนวนเกาะมากกว่า 1,190 เกาะ ส่วนเกาะที่มีผู้คนอาศัยอยู่นั้นเพียง 202 เกาะ ผู้คนใช้ชีวิต อยู่บนผืนแผ่นน้ำทะเลอย่างมีความสุข
เกาะในมาเล (Male)เมืองหลวงของมัลดีฟส์ เป็นเกาะที่น่าสนใจของประเทศนี้ ตึกที่ทำการตั้งอยู่เป็นสัดส่วน มีถนนสายหลักชื่อ มาจีดฮีมากู (Majeedhee Magu Street) ถนนเส้นนี้ยาวผ่านจากฝั่งตะวันออกจรดไปยังฝั่งตะวันตก บริเวณข้างทางสองฝั่งเต็มไปด้วยร้านค้าพื้นเมือง และธุรกิจจากเอกชน เข้ามาจับจองพื้นที่ทำธุรกิจด้านการท่องเที่ยว ที่พัก รีสอร์ท รายล้อมข้างทางระรานตา
หาใช่ว่า มาเที่ยวไกลถึงเกาะมัลดีฟส์จะไม่มีแหล่งจับจ่าย ให้เรานักท่องเที่ยวเสียสตางค์กันนะ บริเวณเหนือเกาะ มีห้างสรรพสินค้าขนาดเล็ก ทั้งค้าปลีก ค้าส่ง ให้จับจ่ายกันอย่างคึกคัก ไม่แพ้แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆทีเดียว
ที่เกาะแห่งนี้ มีศูนย์รวมจิตใจของชาวเกาะ ที่สร้างขึ้นเมื่อ ปี 1984 จากความร่วมมือร่วมใจของรัฐบาลปากีสถาน บรูไน มาเลเซีย นั่นคือมัสยิดกลางที่ใหญ่ที่สุดในมัลดีฟส์(Masjid-al-Sultan Muhammad Thakurufaanu Al Auzam) หรือเรียกกันว่า Grand Friday Mosque ยอดโดมฉาบด้วยสีทองเปล่งประกาย ระยิยระยับจับตา โดดเด่นเป็นสง่าตั้งตระหง่านอยู่อย่างเด่นชัด สะดุดสายตาผู้คนผ่านไปผ่านมา ภายในแกะสลักอย่างบรรจงวิจิตรด้วยลายเนื้อไม้ที่สวยงามมาก สามารถบรรจุผู้เข้าทำละหมาดได้มากถึง 5,000 คน ทีเดียว นับว่าเป็นมัสยิดที่กว้างใหญ่ แหล่งรวมศรัทธาชาวมาเลได้อย่างเป็นหนึ่งเดียว แต่ด้วยมัลดีฟส์เป็นประเทศอิสลาม การแต่งกายของนักท่องเที่ยวเมื่อเข้าเมืองมาเล จึงต้องแต่งกายสุภาพอย่างมาก เรื่องนุ่งน้อยห่มน้อย สายเดี่ยว สายคู่ถ้าเดินทางไปถึงเกาะมัลดีฟส์แล้ว เต็มที่ได้เลยสำหรับสาวๆ
ในบริเวณไม่ไกลกันนี้ ยังมีพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ (Maldives National Museum)ที่ตั้งอยู่ในสวนสุลต่าน รวบรวมสะสมของเก่าแก่ล้ำค่าที่น่าชมมากมาย รวมทั้งหากคุณได้ศึกษาเรี่ยงราวประวัติศาสตร์ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ จะยิ่งรู้สึกถึงความคุ้มค่าที่ได้มาเยือน เพราะที่นี่ยังเป็นพระราชวังเก่าขององค์สุลต่าน ที่ยังคงหลงเหลือบางส่วนของสถาปัตยกรรมของวังที่น่าชวนค้นหา
สำหรับนักท่องเที่ยวหากสนใจเที่ยวมัลดีฟส์ สามารถเที่ยวอย่างสบายใจไม่ต้องขอวีซ่าได้ถึง 1 เดือน แถมสายการบินมุ่งตรงสู่มาเลวันละหลายเที่ยวบิน ส่วนค่าเงินที่นี่ ใช้สกุลรูฟีย่า (Rufiyaa) ( 1 ดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 11.7 รูฟีย่า หรือ 1 บาท เท่ากับ 3 รูฟีย่ากว่าๆ)

2.jpg

ช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยว ต้องเลือกการเดินทางมุ่งสู่มาเล เพื่อไปสู่เกาะมัลดีฟส์ ต้องไปเที่ยวช่วง ธันวาคม – เมษายน อากาศแจ่มใส ท้องฟ้าโปร่ง แดดแรง ทะเลสวยใสปิ๊ง ! ส่วนเดือนถัดมาจะพบว่าอาจมีฝนโปรยลงมาหรือคลื่นลมแรง จะไปเที่ยวกินบรรยากาศก็คงหมดสนุกกันแน่ๆ

Cr.picture & information 

https://pornprom082.wordpress.com 
http://www.matinmarkka.com/Maldives-500-Rufiyaa 
กาญจนา หงษ์ทอง , 100 เมืองสวยในเอเชีย 

บทความ  ท่องเที่ยว  ทะเล  มัลดีฟส์  Maldives  รูฟีย่า  Rufiyaa  มาเล  Male  มัสยิด  อิสลาม

สวัสดีเขาค้อ

kaokoe1.jpg

“เมื่อปี 2511-2525 สถานที่แห่งนี้เคยเป็นแหล่งคอมมิวนิสต์ ซึ่งเป็นสถานที่อันตรายมาก มีการสู้รบ ผู้หาญกล้าและคนจำนวนนับพันกว่าคนต้องจบชีวิตลง ณ ดินแดนอันสวยงามแห่งนี้ ที่เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ เมื่อกาลเวลาผันเปลี่ยนไป ที่แห่งนี้กลับมีความสงบร่มรื่นแหล่งชมธรรมชาติ ต้องมนต์ขลังให้นักท่องเที่ยวหลายคนต้องกลับมาอีกครั้ง”
หากคุณกำลังมองหาบรรยากาศอยู่ติดธรรมชาติ ที่ห่างไกลเมืองออกไปโอบล้อมด้วยขุนเขาลำเนาไพร ท่ามกลางสายหมอกอ่อนละมุนยามเช้า ต้องไป อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ในปัจจุบันที่แห่งนี้มีสิ่งก่อสร้างขึ้นจำนวนมาก ทำให้ธรรมชาติบางส่วนถูกกลืนไปกับป่าคอนกรีต ทางเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจต้องเข้ามาตรวจสอบการบุกรุก และดำรงไว้ซึ่งความถูกต้อง คืนผืนป่าสู่ธรรมชาติดังเดิม
วันนี้ ฟินิกซ์จะพาทุกท่านไปพักผ่อนและชมมหัศจรรย์เมืองไทย ที่ไปกี่ครั้ง คุณจะต้องกดชัตเตอร์รัวๆๆ อย่างแน่นอน

จุดชมวิวทะเลหมอก 

kaokoe2.jpg

เมื่อเดินทางถึงเขาค้อ บริเวณจุดชมวิวนี้ ต้องตื่นกันแต่เช้าหน่อย ตั้งแต่ตี 5 เพื่อมารอชมทะเลหมอกช่วงเช้า เมื่อมองลงไปจากยอดเขาจะเต็มไปด้วยปุยหมอกสีขาว ดูหนานุ่มระรานตา
ในช่วงพระอาทิตย์กำลังโผล่พ้นขอบฟ้าบางๆ ส่องแสงเรืองรองสีทองปนส้มอ่อนๆ เราจะเห็นไอหมอกลอยคลุมหุบเขา คล้ายทะเลหมอก ถ้าใครไปเที่ยวแล้วไม่ไปชมจุดนี้ถือว่าไปไม่ถึง
ทะเลหมอกนั้น คือบริเวณเหนืออ่างเก็บน้ำรัตนัย ซึ่งอยู่ด้านล่างของถนนเส้นทางหลักสาย 2196 บริเวณใกล้ๆ กับที่ทำการอำเภอเขาค้อ สามารถชมทะเลหมอกได้เป็นระยะทางค่อนข้างยาวไกล ในช่วงเช้า ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ถึงเวลาประมาณ 8 โมงเช้า จุดที่นิยมไปชมกันมากที่สุด

เจดีย์พระธาตุผาซ่อนแก้ว 

kaokoe3.jpg

วัตถุประสงค์การสร้างเจดีย์นี้ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองราชย์ครบ ๖๐ ปี และเป็นที่สืบพระศาสนา ให้ดำรงอยู่คู่แผ่นดินไทย เพื่อประโยชน์แก่มนุษยชาติ และคนรุ่นหลังได้มีโอกาสเรียนรู้ต่อไป
บนยอดเจดีย์จะบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ได้รับประทานมาจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก บริเวณใต้ฐานพระเจดีย์จะใช้เป็นที่เก็บรวบรวมหลักธรรมคำสอน, ภาพปริศนาธรรม และเป็นที่เจริญสติภาวนา สำหรับพุทธศาสนิกชนทั่วไป

มหาวิหาร พระพุทธเจ้า 5 พระองค์ 

kaokoe4.jpg

มีความพิเศษตรงที่ “อุโบสถมีพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ สีขาวซ้อนกัน” ตกแต่งอย่างสวยงามด้วยหินสีต่างๆ ถ้วยกระเบื้อง เบญจรงค์ มุก เซรามิก ลูกปัด หากสะท้อนแสงแดดเป็นประกายระยิบระยับตระการตายิ่งนัก
จุดประสงค์ในการสร้างนี้ เพื่อเป็นการร่วมน้อมถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในมหาวโรกาสเฉลิมฉลองพระชนม์มายุ 85 พรรษา ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ของปวงชนชาวไทย อีกทั้งเป็นการสืบสานพระพุทธศาสนาให้ดำรงคงอยู่คู่แผ่นดินไทยสืบไป
ฐานมีขนาดความกว้าง 41 เมตร ยาม 72 เมตร และสูง 45 เมตร แบ่งเป็น 6 ชั้น โดยส่วนของชั้นที่ 1 และ 2 ได้จัดเป็นที่พักของผู้เข้าปฏิบัติธรรม ส่วนบริเวณอื่นๆนั้น ใช้เป็นที่ประกอบศาสนากิจ ได้แก่ การสวดมนต์ ฟังธรรม และการปฏิบัติภาวนาธรรม เป็นต้น

ทุ่งโนนสน อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง 

kaokoe5.jpg

ทุ่งโนนสน เป็นทุ่งโล่งกว้างที่มี ต้นไม้ ดอกไม้นานาชนิด อยู่กลางทุ่งลึกต้องนั่งรถเป็นระยะทาง 16 กม. และเดินเท้าต่ออีกประมาณ 15 กม. เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชมเพียงปีละ 2 เดือน คือประมาณปลายเดือนตุลาคม ถึงเดือนธันวาคม ขณะที่บางปีก็ปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าไป เนื่องจากที่นี่เป็นทุ่งดอกไม้ธรรมชาติ ที่งดงามที่สุดของเมืองไทย และมีสภาพที่ค่อนข้างเปราะบาง ควรอนุรักษ์เป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามการที่ได้ตั้งแคมป์ และ ชมทุ่งดอกไม้ที่ทุ่งโนนสน ถือเป็นสุดยอดแห่งการเดินป่าครั้งหนึ่งในชีวิตเลยทีเดียว
ทุ่งโนนสน มีลักษณะเป็นที่ราบบนยอดเขา เป็นลานทุ่งดอกไม้ บนลานหินทราย ท่ามกลางป่าสนที่งดงาม บนเนื้อที่ประมาณ 10 ตารางกิโลเมตร มีดอกไม้ หลากสีผลัดกันเบ่งบานสะพรั่งในช่วงฤดูที่เปิดให้ท่องเที่ยว เช่น ดุสิตา เอื้องม้าวิ่ง เอื้องนวลจันทร์ ยี่โถ ปีนัง กระดุมเงิน ดอกจันทร์จรัส สาหร่ายข้าวเหนียว และต้นจอกปวาย ไม้กินแมลงที่มีกลไกการจับแมลง นักท่องเที่ยวสามารถ เที่ยวชมทุ่งดอกไม้ ทุ่งหญ้า ป่าสน ทุ่งดอกกระดุมเงินสีขาว ทุ่งดอกกุงสีเหลือง เที่ยวชมดอกไม้ป่า นานาชนิด

น้ำตกศรีดิษฐ์ 

kaokoe6.jpg

เป็นน้ำตกบนหินชั้นสลับซับซ้อนขนาดใหญ่ มีน้ำตกไหลตลอดทั้งปี นักท่องเที่ยวสามารถพักผ่อนชมธรรมชาติ รับประทานอาหาร ลงเล่นน้ำตก และซื้อของที่ระลึกของชาวเขากลับบ้านได้ ที่น้ำตกนี้ เดิมเคยเป็นที่อยู่ของกลุ่มผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ซึ่งยังปรากฎหลักฐาน และสิ่งของเครื่องใช้หลายอย่างของกลุ่ม ในบริเวณน้ำตก เช่น ครกตำข้าวที่กลุ่มผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ สร้างขึ้นโดยใช้พลังน้ำตกช่วยเคลื่อนกังหันตำข้าว
นักท่องเที่ยวที่ไปเยือนเขาค้อ ต้องมาเที่ยวชม เนื่องจากเส้นทางต่อเนื่องกับการเที่ยวชมทัศนียภาพในกลุ่มแหล่งท่องเที่ยว เขาค้อ โดยการเดินทางใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2196 จากแยกแคมป์สนไปประมาณ 18 กิโลเมตร ถึงสามแยกตลาดพัฒนา เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2325 ไปทางอ่างเก็บน้ำรัตนัย อีกประมาณ 10 กิโลเมตร

ต้องบอกว่านี่แค่น้ำจิ้มนะ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวในเขาค้ออีกมากมาย เมืองในสายหมอกแห่งนี้ สวยงามตามท้องเรื่องจริงๆ ไม่ว่ายืนอยู่จุดไหน หันมองไปทิศทางใด บางครั้งขับรถชิลๆ วนไป เพื่อพักผ่อนเปลี่ยนบรรยากาศ สูดกลิ่นไอธรรมชาติแล้วสดชื่นสุดๆ ใครยังไม่เคยไปสัมผัส ต้องลองไปเที่ยวกันสักครั้งนะพี่น้องชาวไทย !!!!
…………………………………………………………………………………
ขอขอบคุณภาพสวยๆและข้อมูลเพิ่มเติม 

http://www.khaoko.com 
http://www.clipmass.com 
สมาชิกเพจ pantip/ Kritsada Sanguanpong
Oriental Phoenix Fanpage

……………………………………………………………………………..

ติดตามบทความได้ที่

http://www.ophconsultant.com/blog/index.php

โดย อ.วีย์รฎา

เที่ยวกาญจน์กันไหมอยู่ใกล้กรุงเทพ

ไม่ต้องเดินทางไปไหนไกล มาจังหวัดกาญจนบุรีท่านจะพบกับบรรยากาศอันแสนสบาย โอบล้อมด้วยธรรมชาติ อันแสนสวยงาม หากมาเที่ยวที่นี่แล้วพลาดไม่ได้ที่ต้องมาค้างคืน เพื่อเที่ยวชมทั้งน้ำตก ล่องแพริมน้ำ ชมวัดวาอาราม สถานที่สำคัญอันงดงาม ทางรถไฟสายมรณะ ที่มีมนต์ขลังของความน่าสนใจ ใครมาเยี่ยมชมต้องหวนคิดถึงย้อนกลับมาอีกครั้ง
วันนี้ ฟินิกซ์จึงขอพาทุกท่านมารู้จักกับเมืองกาญจน์ เมืองที่มีสีสันแห่งวัฒนธรรมที่หลากหลาย อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพ ต้องกระซิบว่า “ขนมอร่อย คนกาญจน์น่ารัก” 

ไทรโยค.jpg

น้ำตกไทรโยคน้อย อยู่ริมถนนสายหลักที่เป็นทางผ่านจากตัวเมืองไปยังถนนเส้นทองผาภูมิ – สังขละบุรี เป็นน้ำตกที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก บริเวณริมน้ำตกมีร้านอาหารให้นั่งพักผ่อน ถนนฝั่งตรงข้ามน้ำตกมีร้านสะดวกซื้อ ร้านค้า ร้านอาหารบริการมากมาย
วัดถ้ำเสือ.jpg
วัดถ้ำเสือ เป็นวัดที่มีชื่อเสียง และถือว่าเป็นวัดที่มีพระที่มีองค์ใหญ่ที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี พระเจดีย์ที่มีความสวยงามโดดเด่น สามารถมองเห็นได้จากในระยะไกล เพราะตั้งอยู่บนเนินเขา ใครที่มาเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี สามารถแวะเยี่ยมชมวัด สักการะพระบรมสารีริกธาตุภายในพระเจดีย์เกศแก้วปราสาท และนมัสการหลวงพ่อชิน

ไทรโยคใหญ่
 น้ำตกไทรโยคใหญ่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคนมาเที่ยวเป็นจำนวนมากในแต่ละปี ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพราะสามารถเดินทางได้ทั้งทางบก และทางน้ำ บางคนมาเที่ยวแพล่อง ก็จะต้องแวะมาที่น้ำตกไทรโยคนี้ เพราะเป็นน้ำตกที่แปลกกว่าน้ำตกที่อื่นๆ ตรงที่ น้ำตกจะไหลจากลำธารแล้ว ท้ายสุดจะมาลงยังชะง่อนหินสุดท้ายสู่ลำน้ำแควน้อย

เอราวัล.jpg
น้ำตกเอราวัณ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดกาญจนบุรี แต่ละวันมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเป็นจำนวนมากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ น้ำตกมีความสวยงามอยู่ท่ามกลางป่าธรรมชาติ เดินไปยังน้ำตกไม่ไกล ไม่ลำบาก น้ำใส และมีแอ่งน้ำเหมาะกับการเล่นน้ำท่ามกลางแมกไม้ มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายสำหรับนักท่องเที่ยว สามารถโดยสารรถประจำทางไปได้ และอยู่ไม่ไกลจากตัวจังหวัดเมือง กาญจน์มากนัก
น้ำตกเอราวัณ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ อำเภอศรีสวัสดิ์ อยู่ในแนวลำน้ำแควใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 600 ตารางกิโลเมตร อยู่บนทางหลวงหมายเลข3199 ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวกับทางไปเขื่อนศรีนครินทร์
น้ำตกเอราวัณ เดิมชื่อ “น้ำตกสะด่องม่องลาย” ที่ได้มาจากต้นน้ำ ชื่อลำธารม่องไล่ และห้วยอมตะลา น้ำตกเอราวัณเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ สายน้ำไหลลงมาจากยอดเขาสูง ผ่านโขดหินผา และป่าที่ปกคลุมด้วยแมกไม้นานาชนิด มารวมกันเป็นแอ่งน้ำเป็นช่วงๆ ทำให้เกิดเป็นชั้นของนำ้ตก ที่มีความสวยงามแตกต่างกันไป น้ำตกมีด้วยกันทั้งหมด 7 ชั้น มีชื่อเรียกแต่ละชั้นคล้องจองกัน จากชั้นแรกถึงชั้นที่เจ็ดคือ “ไหลคืนรัง วังมัจฉา ผาน้ำตก อกนางผีเสื้อ เบื่อไม่ลง ดงพฤกษา ภูผาเอราวัณ” น้ำตกแต่ละชั้นมีระยะทางแตกต่างกันตั้งแต่ ชั้นต้นๆ เดินไปแค่ไม่กี่ร้อยเมตร จนถึงชั้นบนสุด 1,520 เมตร ซึ่งต้องใช้เวลาเกือบชั่วโมงในการเดินผ่านป่าขึ้นไปจนถึงชั้นบนสุด เป็นหน้าผาทะลุเปิดโล่ง บางช่วงค่อนข้างลำบาก ชัน และลื่นบ้าง ชั้นบนสุดหลายคนบอกว่ารูปร่างผามองดูแล้วคล้ายกับหัวช้างสามเศียรเอราวัณ จนเป็นที่มาของชื่อน้ำตกเอราวัณ
ประสาทเมืองสิงห์.jpg
อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เป็นการศึกษาโบราณสถานที่ทรงคุณค่า มีอายุกว่า 800 ปี ได้เห็นถึงอิทธิพลของขอมในอดีต และเรียนรู้ความเป็นมาจากสถาปัตยกรรมการสร้างปราสาทขอม สถานที่ตั้งอยู่ที่อำเภอไทรโยค จ.กาญจนบุรี

ห้วยขมิ้น
น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น หรือ “น้ำตกห้วยขมิ้น” เป็นหนึ่งในน้ำตกที่สวยงามที่สุดในประเทศไทย ด้วยความงามของม่านน้ำตกที่ไหลลดหลั่นกันลงมาเป็นชั้นเล็กชั้นน้อย บรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยป่าเขา และต้นไม้นานาพันธุ์ที่มีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ทำให้นักท่องเที่ยวหลายคนต่างติดใจจนแวะมาเที่ยวน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นหลายต่อหลายครั้ง
น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ตั้งอยู่ที่ตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ เป็นพื้นที่ที่ยังคงเป็นป่าที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ สมัยก่อนการเข้าไปถึงตัวน้ำตก ทำได้ยาก ต้องผ่านเส้นทางที่ลำบาก ต้องใช้รถโฟว์วิล หรือขับรถอ้อมอ่างเก็บน้ำเพื่อข้ามแพขนานยนต์จากฝั่งตัวอำเภอศรีสวัสดิ์ มายังฝั่งน้ำตก ปัจจุบันมีเส้นทางลาดยางที่รถยนต์สามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น ทำให้ผู้คนต่างมาเที่ยวชมน้ำตกกันอย่างไม่ขาดสาย
น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น มีต้นน้ำมาจากเทือกเขากะลา น้ำตกอยู่ทางทิศตะวันออกของอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ เป็นน้ำที่ไหลมาจากลำห้วยแม่ขมิ้น ไหลผ่านเรื่อยลงมายังชั้นหินปูนที่ละลายปนมากับน้ำ เมื่อสายน้ำไหลผ่านความลาดชัน และสิ่งกีดขวางที่ทำให้น้ำเกิดการชะลอตัว ทำให้หินปูนตกตะกอนสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ จนลดหลั่นกันเป็นขั้นบันไดธรรมชาติ และเกิดเป็นชั้นน้ำตกที่สวยงาม
เจดีพุทธคยา2.jpg
พระเจดีย์พุทธคยา เป็นปูชนียสถานที่สำคัญคู่กับวัดวังก์วิเวการาม เป็นเจดีย์องค์ใหญ่นี้ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาใกล้ริมฝั่งแม่น้ำ มีสีเหลืองทอง สามารถมองเห็นได้จากแม่น้ำซองกาเลีย ภายในองค์เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ จึงเป็นเจดีย์ที่มีผู้คนมาสักการะ บูชาองค์เจดีย์ที่เสมือนเป็นสัญลักษณ์ทางพุทธศาสนา เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต เจดีย์พุทธคยายังเป็นศูนย์กลางในการประกอบพิธีในวันสำคัญทางพุทธศาสนาและงานเทศกาลเช่น งานวันสงกรานต์
เจดีย์พุทธคยา ตั้งขึ้นอยู่ไม่ไกลจากวัดวังก์วิเวการาม ห่างไปประมาณ 650 เมตร เริ่มสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2521 ริเริ่มโดยหลวงพ่ออุตตมะ ด้วยความตั้งใจของหลวงพ่อที่จะจำลองจากเจดีย์พุทธคยา ซึ่งเป็นสถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ในประเทศอินเดีย มาไว้เป็นศูนย์กลางสำหรับชาวพุทธที่อยู่รวมกันได้โดยไม่แยกเชื้อชาติ ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างทั้งหมด ได้รับจากเงินบริจาคของพุทธศาสนิกชนที่เลื่อมใส ศรัทธาในหลวงพ่ออุตตมะ ซึ่งบริจาคมาทั้งที่เป็น เงินสด ทองคำ และวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง ใช้แรงงานคนมอญทั้งผู้ชายและผู้หญิงในหมู่บ้านประมาณ 400 คน ช่วยกันเผาอิฐมอญจำนวน 260,000 ก้อน ต่อมา พ.ศ. 2525 เจดีย์ได้ถูกเสริมให้เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก
วัดใต้น้ำ2.jpg
วัดใต้น้ำ หรือวัดจมน้ำ คือวัดวังก์วิเวการามเดิม ซึ่งกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ถือว่าเป็น Unseen Thailand เพราะมีความแปลกที่มีซากโบราณสถานจมอยู่ใต้น้ำ เป็นสถานที่เล่าขานถึงตำนานความเป็นมาของวัดหลวงพ่ออุตตมะ จนหลายคนเรียกกันว่าเมืองบาดาล นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในช่วงฤดูร้อน ตั้งแต่ประมาณเดือนมีนาคม – เมษายน เป็นช่วงหน้าแล้ง น้ำหลังเขื่อนลดลงมาก จะสามารถเดินเข้าไปเยี่ยมชมโบสถ์เก่าได้ ณ บริเวณสามประสบ ส่วนคนที่มาเที่ยวช่วงปลายฝนต้นหนาว ตั้งแต่ประมาณตุลาคม – มกราคม อาจจะได้เห็นแค่บางส่วนของตัวโบสถ์ที่โผล่พ้นน้ำ หรือบางทีก็จมน้ำเป็นเมืองบาดาล จะมีให้เห็นก็เพียงแต่ยอดหอระฆังเดิมเท่านั้นที่สูงพ้นน้ำ
วัดวังก์วิเวการามเดิมนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2498 เป็นวัดที่เกิดจากพลังความเลื่อมใสศรัทธาต่อหลวงพ่ออุตตมะ จุดที่ตั้งของวัดนี้ อยู่ในบริเวณที่เรียกว่า สามประสบ คือบริเวณเนินที่มีแม่น้ำสามสายมาบรรจบกัน คือ แม่น้ำบิคลี่ ซองกาเลีย และรันตี มารวมกันเป็นแม่น้ำแควน้อย
ในปี พ.ศ. 2527 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มีโครงการสร้างเขื่อนวชิราลงกรณ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อเขื่อนเขาแหลม เพื่อใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งเมื่อเก็บกักน้ำหลังเขื่อนแล้ว ระดับน้ำเพิ่มขึ้นจนท่วมตัวอำเภอเก่า ในพื้นที่กว่า 1,000 ไร่ หมู่บ้านชาวมอญอีกกว่า 1,000 หลังคาเรือน รวมถึงวัดวังก์วิเวการามเดิม ทางการจึงได้อพยพชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ ออกจากบริเวณที่น้ำท่วม และย้ายวัดมาอยู่บนเนินเขาด้านฝั่งตะวันตกของลำน้ำแควน้อย ในปัจจุบัน บริเวณวัดเดิม ถูกปล่อยให้จมอยู่ใต้น้ำ เป็นที่รู้จักกันในนามของ “วัดใต้น้ำ” หรือ เมืองบาดาล ซึ่งกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญในแบบ Unseen Thailand
สะพานข้ามแม่น้ำแคว.jpg
สะพานข้ามแม่น้ำแคว ถือเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดกาญจนบุรี แต่ละวันมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มาเที่ยวชมมากที่สุด ใครมาเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรีแล้ว ยังไม่เคยได้ไปเดินบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแคว หรือยังไม่ได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับสะพานข้ามแม่น้ำแคว เรียกได้ว่ายังมาไม่ถึง
ถ้ำกรแซ รถไฟสายมรณะ.jpg
 ถ้ำกระแซ ถือเป็นจุดชมวิวที่โด่งดัง และเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดี เพราะถือว่าเป็นจุดที่สวยที่สุด และอันตรายที่สุดของเส้นทางรถไฟสายกรุงเทพฯ – น้ำตก หรือที่เรียกกันว่า “เส้นทางรถไฟสายมรณะ” (The Death Railway) ในแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติแวะเวียนมาเพื่อมาชมวิวเส้นทางรถไฟสายมรณะบริเวณถ้ำกระแซนี้ เป็นจำนวนมาก สำหรับผู้ที่ต้องการมาเที่ยวชม สามารถมาได้ทั้งทางรถยนต์ และทางรถไฟ เพราะบริเวณถ้ำกระแซยังเป็นสถานีรถไฟ สำหรับจอดรับส่งผู้โดยสาร
ถ้ำกระแซ ตั้งอยู่ในอำเภอไทรโยค เป็นถ้ำเล็กๆ อยู่ริมหน้าผาใกล้กับทางรถไฟ เคยเป็นที่พักของเชลยศึก ในช่วงที่มีการสร้างทางรถไฟสายมรณะ ไทย-พม่า เส้นทางรถไฟบริเวณนี้ที่ถือว่า เป็นจุดอันตรายที่สุดในการก่อสร้างทางรถไฟ เพราะเป็นการสร้างทางตัดผ่านหน้าผาหินสูงชัน อีกฝั่งเป็นเหวลึกสู่ลำน้ำแควน้อย ในช่วงเส้นทางประมาณ 400 เมตรนี้ มีความลำบากในการก่อสร้างเป็นอย่างมาก เพราะการสร้างเส้นทางรถไฟสายนี้ ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ไม่ได้ใช้อุปกรณ์เครื่องจักรที่ทันสมัย มีเพียงเครื่องไม้เครื่องมือแบบชาวบ้าน จอบ สิ่ว ค้อน ขวานธรรมดา ทำโครงสร้างด้วยไม้ ด้วยสภาพแวดล้อมที่ยากลำบากในการก่อสร้าง การเผชิญกับโรคภัยต่างๆ และการขาดแคลนอาหาร ทำให้กายเป็นโศกนาฏกรรมทางสงคราม ที่มีแรงงานและเชลยศึกต้องจบชีวิตลง นับหมื่นนับพันคนในช่วงการสร้างทางรถไฟนี้
การที่จะสัมผัสถึงเส้นทางรถไฟสายมรณะจริงๆ เป็นการเดินทางด้วยรถไฟ เพราะเมื่อรถไฟผ่านเส้นทางก่อนถึงสถานีถ้ำกระแซ รถไฟจะชะลอความเร็วลง เพื่อความปลอดภัย เพราะโครงสร้างสะพานยังคงเป็นโครงไม้ดั้งเดิม และทำให้ได้ชมวิวที่สวยงาม จากทางฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ที่ไหลอยู่ด้านล่าง
สุสานทหารดอนรัก.jpg
สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า “ป่าช้าอังกฤษ”หรือ “สุสานฝรั่ง” เป็นอนุสรณ์สถานแห่งหนึ่งที่เปิดให้เข้าเยี่ยมชม เพื่อรำลึกถึงผู้ที่สูญเสียในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่เป็นเชลยศึกสงครามในครั้งนั้น สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก ตั้งอยู่บนถนนแสงชูโต อำเภอเมือง เยื้องๆ กับสถานีรถไฟกาญจนบุรี
สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2488 ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สองยุติลง มีพื้นที่ประมาณ 17 ไร่ เป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านได้อุทิศให้เป็นสถานที่บรรจุศพทหารเชลยศึกบางส่วนที่เสียชีวิตในระหว่างการสร้างทางรถไฟจากกาญจนบุรีไปถึงพม่า สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก เป็นหนึ่งในอีกหลายแห่ง ที่เป็นที่ฝังศพของผู้ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์สร้างทางรถไฟแห่งนี้ ที่สุสานนี้มีหลุมศพถึง 6,982 หลุม เป็นศพของชาวต่างชาติ ที่เป็นเชลยศึก ชาวบ้านจึงเรียกกันติดปากว่า ป่าช้าอังกฤษ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสุสานนี้มีเฉพาะศพชาวอังกฤษ ยังมีเชลยศึกจากประเทศอื่นๆ ด้วยเช่น อเมริกา เนเธอร์แลนด์ และออสเตรเลีย
พื้นที่ในสุสานจัดแต่งแบบโล่งกว้าง เป็นพื้นสนามหญ้า ปลูกต้นไม้ และดอกไม้ประดับโดยรอบบริเวณ บริเวณหลุมศพ มีแผ่นป้ายจารึกชื่อ อายุ ประเทศของผู้เสียชีวิต และคำไว้อาลัยต่อผู้ล่วงลับ โดยรอบสถานที่ได้รับการดูแลรักษาอย่างสวยงามสะอาดตา ผู้เข้ามาเยี่ยมชม หรือต้องการแสดงความไว้อาลัย สามารถเดินชมในบริเวณทางเดินระหว่างหลุมศพได้
ทุกวันที่ 25 เมษายน ของทุกปี ถือเป็นวัน Anzac Day รัฐบาลออสเตรเลีย จะมาประกอบพิธีเพื่อระลึกถึงผู้ที่ล่วงลับ จากเหตุการณ์สงคราม มีการกล่าวคำไว้อาลัย วางพวงหรีด และยืนสงบนิ่งเพื่อไว้อาลัย

ขอบคุณข้อมูลและภาพ 
http://www.kanchanaburi.co/th 
https://th.wikipedia.org 
http://www.edtguide.com/review/420864
picture facebook Sangklaburi 


ติดตามบทความได้ที่ www.ophconsultant.com
โดย อ.วีย์รฎา

 

หนีฝนไปเที่ยวอุทยานกัน

columbia usa.jpg

อุทยานแห่งชาติ Olympic National Park, Port Angeles, WA
มีโอกาสแล้วต้องไปเที่ยวให้ได้ นะครับ !!

หากคุณครอบครัว คู่รัก หรือกลุ่มก๊วนเพื่อนกำลังมองหา สถานที่หลบฝน ไปเยือนต่างประเทศสักครั้งหนึ่งในชีวิต วันนี้ ฟินิกซ์ภูมิใจนำเสนอ อุทยานแห่งชาติซึ่งเป็นเขตมรดกโลกขององค์การยูเนสโกและเขตอนุรักษ์ระบบนิเวศวิทยาของโลก (International Biosphere Reserve ) อยู่ประเทศสหรัฐอเมริกา

usa6.jpg

เป็นสถานที่ศึกษาและเก็บข้อมูลวิจัยทางธรรมชาติวิทยา ของนักวิทยาศาสตร์และนักศึกษาทั่วโลก ภายในอุทยานแห่งชาติมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติของสัตว์นานาพันธุ์ สถานที่ปีนเขา ทะเลสาบขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับทำกิจกรรมเอ้าท์ดอร์ เช่น ตกปลา พายเรือ รวมถึงปั่นจักรยาน ชมธรรมชาติแบบชิล ชิล ไปนอนกางเตนท์ชมดวงดาว

usa 3.jpg

หากมีเวลาชมธรรมชาติแบบเต็มอิ่ม นั่งรถแล่นไปตามทางขึ้นยอดเขาเรื่อยๆ เห็นปุยเมฆ ขาวเกาะกลุ่มก้อนอยู่รายล้อม ตระการตากับยอดเขาเทาขาวสลับกัน ให้เรานั่งแชะภาพ แบบไม่อั้น อย่างกับในฝัน แต่เป็นเรื่องจริงที่นี่ครับ

usa5.jpg

มีสระว่ายน้ำบริการ บ่อน้ำพุร้อนคล้ายบ้านเราแต่ได้บรรยายกาศที่แตกต่าง บริการสปา ในช่วงฤดูหนาว เราสนุกสนาเต็มที่กับการตะลุยหิมะ มีลานสกีไว้บริการแก่นักท่องเที่ยว เรียกได้ว่ามาที่เดียวเที่ยวครบสูตรเลยล่ะครับ

usa 2.jpg

ซึ่งนอกจากจะได้รับความเพลิดเพลิน จากการชมธรรมชาติแล้ว ยังมีกิจกรรมให้เหล่าแอดเวนเจอร์ ได้ลุยกันอย่างสุดเหวี่ยง แต่หากสนใจ นักท่องเที่ยวควรวางแผนล่วงหน้า เป็นเดือนครับ เพราะต้องเช็คสภาพอากาศ ที่พัก สถานที่ทำกิจกรรม เพื่อความปลอดภัยและได้ไปเที่ยวแบบสบายใจ

usa4.jpg

ว๊าว ว๊าว ว้าว !!! ก่อนอื่น อย่าลืมตรวจสอบการเดินทาง เก็บกระเป๋าเฉพาะที่จำเป็น ที่สำคัญ ลืมไม่ได้เด็ดขาดครับ คือ ต้องรักษาสุขภาพก่อนออกเดินทางไปท่องเที่ยว เพราะที่นี่ อากาศเปลี่ยนแปลงเร็วครับ
แนะนำสอบถามข้อมูลท่องเที่ยว
Mailing Address:
600 E. Park Avenue
Port Angeles, WA 98362
Phone:(360) 565-3130

…………………………………………………………………………………………………
ขอบคุณข้อมูลและภาพ
https://www.nps.gov/olym/learn/nature/glaciers.htm
www.tripadvisor.com
http://www.yelp.com/biz/hurricane-ridge-port-angeles?page_src=best_of_yelp