เรื่องเล่า “สติปัญญา กับความเด็ดขาด”

บังทอง.jpg

        การกระทำใดๆก็ตามที่ใช้ “สติปัญญา” หลายคราว ใน 3 ก๊ก ต้องอาศัยคนหมู่มากในการรบเพื่อชัยชนะ แต่เมื่อใดก็ตามที่ต้องตัดสินใจกระทำการให้บรรลุเป้าหมาย ต้องอาศัยการตัดสินใจอย่าง“ เด็ดขาด” ผู้นำเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่ควรลงมือ คิด ทำ ตัดสินใจในทันที แบบเด็ดเดี่ยว 

          เล่าเรื่องของสติปัญญาและความเด็ดขาด น่าสนใจนำมาใช้ในการบริหารงาน ซึ่งมีที่มาต่างกันใน 3 ก๊ก สามารถนำมาใช้ในการทำงานปัจจุบันได้ดีเยี่ยม 

กล่าวถึง…. 

          ..เมื่อครั้งที่เล่าปี่ตัดสินใจจะยึดเอาเสฉวน หวดเจ้งซึ่งเป็นขุนนางเสฉวนบอกแก่เล่าปี่ว่า 

          “ เมืองเสฉวน มีภูมิฐานมั่นคงบริบูรณ์ทุกสิ่ง แต่หากผู้ใดหามีสติปัญญา ถึงจะตั้งตัวเป็นใหญ่ แต่ก็อาจเป็นของผู้อื่น บัดนี้เล่าเจี้ยงมีหนังสือมาถึงท่านก็เหมือนเอาเมืองมายกให้ท่าน ขออย่าได้ทิ้งเมืองเสฉวนเลย ” 

          แต่เล่าปี่ไม่ตอบรับทันที ขอบอกขอบใจ ขอกลับมาปรึกษาหารือก่อน 

ขณะเล่าปี่นั่งครุ่นคิดอยู่ … 

          บังทอง (หรือซือหยวน เกิดเมืองซียงหยาง มลฑลเกงจิ๋ว สมัยเด็ก ไม่ค่อยฉลาด แต่เมื่อโตขึ้นสนใจศึกษาวิชา หาความรู้กับจูกัดเหลียง ขงเบ้ง และบังทองยังเป็นจอมวางแผนที่หลักแหลม แม้เป็นผู้มีหน้าตาขี้เหร่แต่มีสติปัญญาล้ำเลิศ ) 

กล่าวว่า … 

          “ อันธรรมดาผู้มีสติปัญญานั้น จะคิดทำสิ่งใดย่อมว่ากล่าวแตกฉานให้ปรากฎ ตัวท่านก็มากด้วยสติปัญญาจะมานั่งวิตกถอยหลังอยู่ฉะนี้หาควรไม่ ” 

บังทองนั้น จึงได้ช่วยวิเคราะห์ให้เล่าปี่ฟังอย่างละเอียดว่า 

           “ เมืองเกงจิ๋วนั้น ข้างตะวันออกซุนกวนเป็นอริ ฝ่ายทิศเหนือโจโฉเป็นศัตรู ทุกวันนี้เหมือนอยู่กลางไฟศัตรูอยู่รายรอบ เมืองเสฉวนผู้คนมาก บริบูรณ์ เห็นจะเป็นที่ตั้งตัวให้เป็นสุขได้ ” 

          แต่เล่าปี่อ้างถึงความสัตย์ ที่ไม่กล้าฉวยโอกาสแย่งเมืองเล่าเจี้ยง 

          แต่บังทองวิเคราะห์ว่า 

             “ ขณะนี้แผ่นดินบ้านเมืองยังไม่สงบสุข เกิดจลาจลต่างๆ หากเล่าปี่จะถือเอาความสัตย์มั่นมิได้ ภัยมาถึงตัวได้ ดังนั้นต้องรักษาตัวก่อน เมื่อบ้านเมืองสงบให้สนองคุณภายหลัง หากเล่าปี่มิคิดเอาเมืองเสฉวนในขณะนี้ นานไปเบื้องหน้าก็จะเป็นของผู้อื่น จะคิดทำการภายหลังเห็นจะไม่สำเร็จ จะป่วยการสติปัญญาผู้ช่วยอุปถัมภ์เสียเปล่า” 

           ข้อเสนอของบังทองถูกอกถูกใจเล่าปี่มาก บังทองถือเป็นจอมปราชญ์คนหนึ่ง ถึงแม้ในเรื่อง 3 ก๊กจะปรากฎตัวไม่กี่ตอน แต่ก็มีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจ จะเห็นว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ แม้สิทธิ์ในการตัดสินใจจะชี้ขาดอยู่ที่ผู้นำนักปราชญ์เช่นเล่าปี่ บังทองเป็นเพียงผู้ออกความคิดเห็น แต่มีส่วนสำคัญกระตุ้นความรู้สึก กระตุ้นการกระทำ ของเล่าปี่ให้ตัดสินใจทันที ด้วยสติปัญญาในการคิดแบบบังทอง

           ย้อนกลับมาในการบริหารงานปัจจุบัน การมีสติปัญญาหลักแหลม อย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องพร้อมด้วยทีมงานที่มีสติปัญญาช่วยกระตุ้นในการตัดสินใจ ที่รวดเร็วขึ้น ในการชี้การตัดสินใจเด็ดขาด ลงไปในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ให้ทันต่อเหตุการณ์ 

            การเลือกผู้มาทำงานดำรงตำแหน่งสำคัญในองค์กร นั้น นอกจากผู้บริหารเลือกจากความรู้ ความสามารถแล้ว ต้องเลือกผู้มีทักษะการคิดวิเคราะห์ที่แตกฉานมาร่วมงานสำคัญ เช่น ฝ่ายงานหลักๆของธุรกิจ การตลาด ทรัพยากรบุคคล ภาพลักษณ์องค์กร กำหนดกลยุทธ์ 

หากได้หัวเรี่ยว หัวแรงที่ดี ผู้บริหารไม่ต้องลงทุนลงแรงมากเกิน มีทีมงานที่ดีช่วยเหลือสนับสนุน งานบรรลุเป้าหมายได้รวดเร็ว 

          ดังนั้น แนวทางการเลือกคนเข้ามาทำงานนั้น ต้องเลือกผู้มีทั้งสติปัญญา เข้ามาช่วยสนับสนุนภารกิจ โดยมีเกณฑ์พิจารณาการเลือก 3 ด้าน คือ 

          1) ผลปฏิบัติงานและคุณลักษณะความสามารถอยู่ในเกณฑ์ดีมาก มีการประเมินผลแบบ รูปธรรม 

          2) มีทักษะการคิด วิเคราะห์ การบริหารดีเยี่ยม ประเมินจาก แบบประเมิน Competency และแบบประเมินการบริหาร 

          3) เป็นที่ยอมรับจากผู้ร่วมงาน มากกว่า 80 % ควรประเมินจากใบประเมิน 180 องศาร่วมด้วย 

          ในข้อหลังนี้ สำคัญมาก เพราะหากผู้นำที่ท่านเลือกไปนั้น เก่งแต่งานแต่ไม่เก่งบริหารคน ไม่เป็นที่ยอมรับ เดินไปทางไหนมีแต่คนเลี่ยงหนี ไม่อยากทักทาย ก่อให้เกิดการขาดความร่วมมือ ร่วมใจทำงาน งานเกิดภาวะคอขวด 

         โดยเฉพาะ ผู้นำที่ต้องทำงานประสานงานร่วมกับทุกสายงาน เช่น ฝ่ายบุคคล ฝ่ายการตลาด ต้องมีแนวทางการเลือกผู้ดำรงตำแหน่ง ที่ค่อนข้างละเอียด ใช่ว่าถูกใจแล้ว “ ลองผิด ลองถูก” ให้ทำไปก่อน ควรมีการประเมินผลงานภายใน 6 เดือน 

          เพราะหากเลือกผู้นำผิด การขับเคลื่อนงานไปได้ช้ามาก ปัญหางานไม่เดิน คนไม่เก่ง ไม่เกิดการพัฒนาทั้งองค์กร ผลิตภัณฑ์ บริการและบุคลากร วลีเด็ดที่มักได้ยินบ่อยๆจากคนทำงานพร่ำบ่นเบื้องหลังว่า เข้าสู่ยุค “ถอยหลังเข้าคลอง” 

…………………………………………….

Cr . Picture 


https://th.wikipedia.org

 บทความ  หลักสูตร  อบรม  หัวหน้างาน  สติปัญญา  ผู้นำ  ตัดสินใจ  3ก๊ก  เล่าปี่ 
 บังทอง  ประเมิน  ถอยหลังเข้าคลอง  เลือก  180องศา วิเคราะห์  บุคคล  บริการ  บุคลากร   

Advertisements

จัดทำ KPI และการประเมินผล

kpi

การจัดทำ KPI และการประเมินผล ในวันนี้ ผู้เขียนขอแนะนำการจัดทำ ในกรณี ต้องการประเมินผลแบบที่เที่ยงตรงอีกวิธีหนึ่ง นั่นคือ กรณีที่ผู้บริหารองค์กรต้องการนำเอาการควบคุมเกณฑ์การจ่ายโบนัสและเพิ่มเงินแก่พนักงาน เรียกกันว่า ประเมินแบบกราฟรูประฆังคว่ำ (Bell Curve) 
ส่วนใหญ่ จะกำหนดระดับผลการประเมินให้พนักงานที่มีผลการปฏิบัติงานดีที่มีจำนวนน้อยกว่าพนักงานที่มีผลการปฏิบัติงานอยู่ในระดับกลางๆ หรือพนักงานที่มีผลการปฏิบัติงานต่ำกว่ามาตรฐาน เรียกกันทั่วไปว่า การนำเอาหลักการแบบ Force Ranking มาใช้นั่นเอง
โปรแกรมที่นำมาใช้ในการประเมิน อาจมีหลากหลาย แต่ที่ใช้กันได้ดี ไม่ต้องซื้อหาเสียเวลาศึกษาโปรแกรมให้ยุ่งยาก นั่นคือ ประเมินผ่านโปรแกรม MS-Excel เมื่อผลแสดงออกมาจะเป็นในรูปแบบกราฟเส้นโค้ง จะเบ้ซ้ายหรือเบ้ขวานั้น ผู้ทำการประเมินต้องสามารถระบุแนวทางการตอบคำถาม แนวทางแก้ไขแก่ผู้บริหารให้ได้ว่า มีความเที่ยงตรงหรือไม่ ?
ยกตัวอย่าง เช่น เมื่อสรุป KPI แต่ละหน่วยงานออกมา แล้วตัดเกรด มีการแบ่งระดับเกรด เป็น 4 ระดับ เช่น A B C D ความหมายคือ A หมายถึง ดีมาก , Bหมายถึงดี , C หมายถึงพอใช้ , D หมายถึงต้องปรับปรุงแก้ไข (มีเกณฑ์คะแนนต่ำกว่ามาตรฐาน) ให้สร้างตารางการแสดงผลและกราฟควบคุมลงในเซล ต่อมาสร้างเซลคะแนนจริงที่ได้ ยกตัวอย่างการสร้างเซลหัวข้อลง MS-Excel

kpi2

แต่ละเวอร์ชั่น MS-Excel มีความแตกต่างกัน ผู้ทำการประเมินต้องศึกษาแต่ละฟังก์ชั่น เช่น ในเวอร์ชั่น MS-Excel 2007 เมื่อเข้าสู่ฟังก์ชั่น Format Data Series ให้คลิกที่ Line Style แล้วคลิกไปเลือก Smoothed Line แล้วทำวิธีการเดียวกันกับกราฟอีก 1 เส้นที่เหลือจะได้กราฟเส้นโค้งรูประฆังคว่ำ เมื่อได้กราฟดังกล่าว นำมาเปรียบเทียบระหว่างผลประเมินที่ได้รับจริงของพนักงานและผลประเมินตามนโยบายองค์กรกำหนดขึ้น
ซึ่งผลที่ได้รับ กราฟแสดงภาพระฆังคว่ำจะสามารถทำให้เห็นภาพที่ชัดเจนของการจ่ายโบนัสและเพิ่มเงินแก่พนักงานที่ไม่เกินงบประมาณ ( Over Budget) ที่ฝ่ายบริหารได้กำหนดไว้ในแต่แรกเริ่มค่ะ ทั้งนี้ผู้เขียนขอแนะนำว่า หลักการประเมินนั้น แต่ละองค์กรเลือกศึกษา แนวทางประเมินผลที่ไม่ยุ่งยากจนเกินไปก่อน ยิ่งองค์กรใดเพิ่งเริ่มใช้ KPI หรือ ประลองฝีมือปีแรกๆ ควรแสวงหาแนวทางประเมินแบบไม่ซับซ้อนมาก มีพร้อมทุกคำตอบ แก่ผู้บริหารเสมอทุกขั้นตอนว่า “ ทำไมจึง….? ” รับรองว่าการ “จัดทำ KPI และการประเมินผล” เป็นเรื่องไม่ยากอย่างที่คิด

บทความ  บทเรียน  อบรม  จัดทำ  หลักสูตร  KPI  ประเมิน  ระฆังคว่ำ  Force Ranking  Bell Curve